"น.พ.ระวี"แกนนำกคป.กับพวกรวม7คน ขึ้นศาลปฏิเสธคดีบุกปตท. ขณะที่ศาลสั่งออกหมายจับ"บุญเชิด"เบี้ยวนัด
ศาลนัดตรวจพยานหลักฐานคดีหมายเลขดำ อ.831/2557 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 8 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง น.พ.ระวี มาศฉมาดล แกนนำกองทัพประชาชนและเครือข่ายปฏิรูปพลังงานไทย (กคป.) , นายทศพล แก้วทิมา , นายทวีศิลป์ ประทีป , นายวรเดช เมฆไตรภพ , นายบุญเชิด จิตรีเชื้อ , นายนิพล ทรายเผื่อน , นายอโนทัย พุ่มแจ้ง และนายวิชาญ ภูวิหาร จำเลยที่ 1-8 ในความผิดฐานร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง ฯ และร่วมกันบุกรุก ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 215 , 216 , 362 และ 365 และร่วมกันฝ่าฝืน พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ม.4,5,6,7,9,10 และ 18 ที่ห้ามชุมนุมกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป จากกรณีเมื่อวันที่ 13 ม.ค.57 น.พ.ระวี แกนนำ กคป.กับพวก นำผู้ชุมนุม และรถบรรทุกติดเครื่องขยายเสียงไปปิดล้อมและบุกรุกเข้าไปในพื้นที่ สำนักงานบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) สาขาใหญ่ ถ.วิภาวดี - รังสิต โจมตีการทำงานของรัฐบาล
โดยวันนี้ นายบุญเชิด จิตรีเชื้อ จำเลยที่ 5 ไม่ได้มาศาลตามนัด คงมีเพียงนายประกันเท่านั้นที่เดินทางมาศาล ซึ่งได้แถลงต่อศาลว่า ก่อนจะถึงวันนัดได้ติดต่อกับจำเลยที่ 5 แล้วยืนยันว่าจะมาศาล แต่ไม่ทราบว่าเหตุใดถึงเวลานัดแล้วไม่มา โดยขณะนี้ติดต่อจำเลยไม่ได้
ศาลพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า จำเลยที่ 5 ทราบนัดแล้วไม่มาศาล พฤติการณ์จงใจหลบหนี จึงมีคำสั่งให้ออกหมายจับจำเลยที่ 5 เพื่อนำตัวมาเข้าสู่กระบวนพิจารณาต่อไป และเนื่องจากผิดสัญญาประกันจึงให้ปรับนายประกันเต็มจำนวน 100,000 บาท
ขณะที่ในส่วน น.พ.ระวี จำเลยที่ 1 , นายทศพล แก้วทิมา จำเลยที่ 2 , นายทวีศิลป์ ประทีป จำเลยที่ 3 , นายวรเดช เมฆไตรภพ จำเลยที่ 4 , นายนิพล ทรายเผื่อน จำเลยที่ 6 , นายอโนทัย พุ่มแจ้ง จำเลยที่ 7 และนายวิชาญ ภูวิหาร จำเลยที่ 8 ศาลก็ได้อ่านและอธิบายคำฟ้องให้ฟังแล้วสอบคำให้การ จำเลยที่ 1-4 และที่ 6 ยืนยันให้การปฏิเสธ ทำนองเดียวกันว่าได้ร่วมกันชุมนุมจริง และได้เข้าไปในพื้นที่ สำนักงาน บมจ.ปตท. แต่ก็เป็นการชุมนุมโดยสงบ ตามสิทธิของรัฐธรรมนูญ ฯ
ส่วนนายอโนทัย จำเลยที่ 7 และ นายวิชาญ จำเลยที่ 8 ให้การปฏิเสธ ทำนองว่า ในวันเกิดเหตุไม่ได้ร่วมชุมนุม กคป.และไม่ได้เข้าไปในพื้นที่ บมจ.ปตท. โดยนายอโนทัย จำเลยที่ 7 ไปที่เกิดเหตุเนื่องจากเข้าไปทำงาน
ด้านอัยการโจทก์ ก็ได้แถลงบัญชีพยานเอกสารและพยานบุคคลที่จะนำสืบคดีนี้ต่อศาล ประกอบด้วย พยานเอกสาร 9 รายการ อาทิ บันทึกการจับกุม แผนผังสถานที่เกิดเหตุ ส่วนพยานบุคคลเตรียมนำสืบรวม 16 ปาก อาทิ ผู้รับมอบอำนาจ บมจ.ปตท.ในการแจ้งความดำเนินคดี, หัวหน้า รปภ. ,กลุ่มพ่อ-แม่ค้าที่เกิดเหตุ ,เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้าจับกุม และพนักงานสอบสวน
ทั้งนี้ศาลพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ในส่วนของจำเลยที่ 5 น่าจะยังติดตามตัวมาได้ จึงให้นัดตรวจพยานหลักฐานอีกครั้งในวันที่ 7 ก.ค.นี้ เวลา 09.00 น. โดยกำชับให้นายประกันติดตามตัวมาให้ได้
ขณะที่ น.พ.ระวี แกนนำ กคป. กล่าวว่า สำหรับคดีนี้ เตรียมพยานบุคคลที่จะนำสืบต่อสู้คดี ประมาณ 20-30 ปาก ส่วนใหญ่เป็นนักกฎหมาย และผู้ที่มีความรู้เรื่องพลังงาน โดยยืนยันว่า การชุมนุมของ กคป. ไม่ได้เป็นการบุกรุก ปตท.แต่เป็นการชุมนุมโดยสงบเพื่อการปฏิรูปพลังงานไทย





