วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สั่งคณะทูตกรุงลอนดอนแจง'ฮิวแมนไรท์วอทช์'

โฆษกคสช.เผยปลัดก.ต่างประเทศสั่งคณะทูตฯกรุงลอนดอนชี้แจง"ฮิวแมนไรท์วอทช์" พร้อมเยือนจีน 11 มิ.ย.นี้

ร้อยเอกนายแพทย์ยงยุทธ มัยลาภ คณะทำงานโฆษก คสช. เปิดเผยว่า นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ได้ชี้แจงระหว่างการเข้าร่วมประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโส อีส เอเชีย ซัมมิท ที่กรุงย่างกุ้ง สหภาพเมียนมาร์ ว่า ระหว่างการหารือได้ใช้เวทีดังกล่าวชี้แจงทำความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองของประเทศไทยให้ประเทศสมาชิกอาเชียน และประเทศคู่เจรจาของอาเชียนซึ่งล้วนแต่เป็นประเทศที่มีบทบาทสำคัญในภูมิภาค ทั้งสหรัฐฯ จีน เกาหลีใต้ อินเดีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ซึ่งได้ย้ำความจำเป็นที่มิตรประเทศควรอยู่กับประเทศไทย ให้กำลังใจ สนับสนุนประเทศไทย และคงมีปฏิสัมพันธ์กับประเทศไทย ซึ่งบรรยากาศการหารือเป็นไปอย่างเป็นมิตร

"ซึ่งการชี้แจงของปลัดกระทรวงการต่างประเทศได้รับการตอบรับที่ดีจากที่ประชุม โดยเฉพาะประเทศสมาชิกอาเชียนซึ่งล้วนให้ความสำคัญกับประเทศไทยในฐานะที่เป็นประเทศร่วมก่อตั้งอาเชียน และมีบทบาทสำคัญในภูมิภาค รวมทั้งให้กำลังใจในการฟื้นฟูเสถียรภาพผลักดันการปฏิรูปเพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยตามที่กำหนดไว้ตามโรดแม็ปของ คสช."ร้อยเอกน.พ.ยงยุทธ กล่าว

ร้อยเอกน.พ.ยงยุทธ กล่าวอีกว่า ปลัดกระทรวงการต่างประเทศระบุว่า ทุกประเทศยืนยันการคงไว้ซึ่งปฏิสัมพันธ์กับประเทศไทย แม้ประเทศตะวันตกบางประเทศจะแจ้งถึงความจำเป็นที่จะต้องปรับนโยบายบางส่วนบ้าง ทั้งนี้เจ้าหน้าที่อาวุโสของสหรัฐฯ ยืนยันความสัมพันธ์กับประเทศไทยในฐานะพันธมิตรที่เก่าแก่มีความสำคัญกับสหรัฐฯ ที่ต้องการเห็นประเทศไทยกลับสู่ความเป็นระบอบประชาธิปไตยโดยเร็ว นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่อาวุโสของออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ยืนยันว่าประเทศไทยเป็นมิตรที่สำคัญและมีความเชื่อมั่นมากขึ้นหลังคสช.ประกาศโรดแม็ป และหวังว่าประเทศไทยจะกลับสู่ระบอบประชาธิปไตยโดยเร็ว ปลัดกระทรวงการต่างประเทศได้หารืออย่างไม่เป็นทางการกับหัวหน้าคณะผู้แทนอินเดีย ซึ่งได้แสดงท่าทีเข้าใจสถานการณ์การเมืองของไทยและเห็นว่าเป็นเรื่องที่คนไทยจะต้องหาทางออกด้วยตนเอง ความสัมพันธ์ไทย-อินเดียก็ยังคงดำเนินต่อไปตามปกติและจะเชิญผู้บัญชาการทหารสูงสุดของไทยไปเยือนอินเดีย

ร้อยเอกน.พ.ยงยุทธ กล่าวด้วยว่า วันเดียวกันนี้ (9 มิ.ย.) ปลัดกระทรวงการต่างประเทศจะใช้เวทีประชุมอาเชียน ว่าด้วยความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคงในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (เออาร์เอฟ) ซึ่งมี 26 ประเทศรวมทั้งสหภาพยุโรป เข้าร่วมประชุมเพื่อชี้แจงภูมิหลังและพัฒนาทางการเมืองของไทยเพิ่มเติม โดยเน้นความสัมพันธ์ของมิตรประเทศที่จะอยู่กับประเทศไทยและการให้กำลังใจ และหลังจากนี้ปลัดกระทรวงการต่างประเทศมีกำหนดการเดินทางเยือนนครเจนีวา เพื่อร่วมประชุมคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ โดยจะใช้โอกาสนี้ชี้แจงทำความเข้าใจกับฝ่ายต่าง ๆ เรื่องที่มีความกังวล เช่นเรื่องการควบคุมตัวของสิทธิในการแสดงออก ขณะนี้อยู่ระหว่างการนัดพบหารือกับข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ซึ่งมีบทบาทสูงสุดในด้านสิทธิมนุษยชนของโลกต่อจากเลขาธิการสหประชาชาติ

"ส่วนกรณีการวิพากวิจารณ์จากองค์กรสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ ทางกระทรวงการต่างประเทศได้สั่งการให้คณะทูตถาวรของประเทศไทย ณ กรุงนิวยอร์ก นัดหารือกับองค์กรฮิวแมนไรท์วอทช์ รวมทั้งมอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงลอนดอน นัดหารือกับองค์กรแอมนัสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลแล้ว อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีต่างประเทศของจีนก็ยินดีต้อนรับปลัดกระทรวงการต่างประเทศในการเยือนกรุงปักกิ่งในวันที่ 11 ก.ค.นี้"น.พ.ยงยุทธ กล่าว