"อำนวย" บิ๊กนครบาล เรียกตรวจสำนวนคดีเอกยุทธ ประชุมเตรียมพร้อม นำพยานเบิกความในชั้นศาล ยืนยันไม่ได้รื้อคดีทำใหม่
พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.ศ. ช่วยราชการรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) เรียกประชุมชุดสืบสวนสอบสวนนครบาลติดตามความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนคดีการเสียชีวิตของนายเอกยุทธ อัญชัญบุตร อดีตนักธุรกิจชื่อดัง ภายหลังได้รับมอบหมายจาก พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ( ผช.ผบ.ตร.) รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ( รรท.ผบช.น.) ให้กำกับดูแลทางคดีโดยการประชุมครั้งนี้เป็นการประชุมคดีนัดแรกในรอบปี 2557
หลังจากก่อนหน้านี้เมื่อปี 2556 หลังจากเกิดเหตุประมาณ3เดือน คณะทำงานสืบสวนสอบสวนนครบาลได้ส่งสรุปสำนวนคดีฆาตกรรมดังกล่าวให้พนักงานอัยการส่งฟ้องแล้ว พร้อมผู้ต้องหาคนสำคัญคือนายสันติภาพ หรือบอล เพ็งด้วงและพวกที่ให้การรับสารภาพว่า เป็นคนลงมือบีบคอนายเอกยุทธจนขาดอากาศหายใจโดยการประชุมวันนี้มีเพียงนายตำรวจที่ดูแลในพื้นที่เกิดเหตุ สน.วังทองหลาง ชุดสืบสวนนครบาล 4 นายตำรวจระดับ รอง ผกก. รอง - ผบก. จุดที่นายเอกยุทธหายตัวไปเข้าร่วมรวม 10 นาย
โดยไม่มีนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ระดับ รอง ผบช.น.ที่ทำคดีเข้าร่วมแต่อย่างใด โดย พล.ต.ต.อำนวย ได้สอบถามรายละเอียดการสืบสวนสอบสวนทางคดีและพยานหลักฐานสำคัญต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมสานต่อการรวบรวมพยานหลักฐานทางคดีกรณีที่มีพยานหลักฐานใหม่เข้ามาเพิ่มเติม อย่างไรก็ตามเป็นที่น่าสังเกตว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจแต่ละนายที่เข้าร่วมประชุมครั้งนี้ต่างมีสีหน้าเคร่งเครียดไปตามๆกันตลอดระยะเวลาการหารือภายในห้องประชุม บก.น.1 โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง
พล.ต.ต.อำนวย กล่าวภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมว่า เป็นการเรียกสำนวนการสอบสวนมาดูและสอบถามในรายละเอียดเพื่อเตรียมการนำพยานไปเบิกความต่อศาล ส่วนการสอบสวนทางคดีนั้นตนเองไม่สามารถเข้าไปสอบสวนอะไรได้อีกเพราะหมดอำนาจในชั้นสอบสวนแล้วเนื่องจากคดีอยู่ในชั้นศาล แต่หากมีพยานหลักฐานในส่วนของผู้ต้องหาที่ร่วมกระทำผิดเพิ่มเติมไม่ว่าจะเป็นผู้สนับสนุน ผู้บงการ ผู้ใช้จ้างวานหรืออะไรก็แล้วแต่ก็พร้อมที่จะดำเนินการสืบสวนสอบสวนทันที ส่วนที่มีการพูดว่าจะมีการรื้อคดีมาทำหใม่หรือมีหลักฐานใหม่ตามที่เป็นข่าวนั้นเป็นการพูดคุยและคิดกันไปเองมากกว่า เพราะหากมีจริงพนักงานอัยการจะต้องมีคำสั่งให้สืบสวนสอบสวนต่อแล้ว
รอง ผบช.น. กล่าวต่อว่า การประชุมวันนี้ไม่ได้เป็นการรื้อฟื้นคดีมาทำใหม่อย่างที่เข้าใจกันไม่ได้มีการเตรียมการใดๆอะไรเลยสื่อบางสำนักนำเสนอกันไปเอง เป็นเพียงการสรุปความเข้าใจให้ตรงกันในสำนวนคดีเท่านั้นซึ่งการที่จะขอรื้อคดีใดๆนั้นจะเกิดขึ้นต่อเมื่อคดีดังกล่าวมีการสั่งไม่ฟ้อง และต่อมามีพยานหลักฐานใหม่ที่สำคัญนำไปสู่การสั่งฟ้องผู้ต้องหาเพิ่มเติมได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีการพิจารณาคดีอาญา มาตรา147 แต่คดีนี้อยู่ในชั้นศาลแล้ว พนักงานสอบสวนส่งฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 6 คนแล้ว ซึ่งผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ประกอบกับคดีนี้เคยมีการตรวจสอบทั้งภายในและภายนอกหลายหน่วยงาน อาทิ กรรมาธิการในสภา คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ทีมทนายความของนายเอกยุทธ รวมทั้งสื่อมวลชนด้วยขอให้เข้าใจตรงกันใหม่จะได้ไม่เกิดความสับสน
ด้าน พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ รอง ผบช.น. ดูแลงานสืบสวน กล่าวว่า คณะทำงานฝ่ายสืบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาลได้ส่งสรุปสำนวนคดีการเสียชีวิตของนายเอกยุทธ ส่งฟ้องศาลแล้วซึ่งตนเองเป็นผู้รับผิดชอบดูแลงานด้านสืบสวน ส่วนในเรื่องสำนวนและข้อกฎหมายนั้นเป็น พล.ต.ต.ชยุต ธนทวีรัตน์ รอง ผบช.น. เป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งการจะรื้อคดีมาทำใหม่หรือไม่อย่างไรจะต้องดูในเรื่องของข้อกฎหมายด้วยหากมีหลักฐานใหม่เพิ่มเติมก็สามารถทำได้แต่หากไม่มีก็ยังต้องคงสำนวนการสอบสวนไว้ตามเดิมที่มีการส่งฟ้องไปก่อนหน้านี้ และจนถึงขณะนี้ยังไม่มีหนังสือสั่งการจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติลงมาว่าให้รื้อคดีสืบสวนสอบสวนใหม่แต่อย่างใดคงต้องรอดูความชัดเจนจากผู้บังคับบัญชาอีกครั้งหากสั่งการมาก็พร้อมดำเนินการ





