องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น และ7 องค์กรภาคธุรกิจ เสนอ คสช.แก้ปัญหาคอร์รัปชั่น เผย 7 มาตรการ ที่ต้องการ ให้ คสช. ดำเรินการในทันที
หลังจากที่ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ( คสช. ) ได้ทำการรัฐประหารยึดอำนาจจาก "รัฐบาลยิ่งลักษณ์" มีการตั้งข้อสังเกตว่า เหตุผลในการปฏิวัติ รัฐประหาร ครั้งนี้ได้มีการพูดถึงปัญหาเรื่องทุจริตคอรัปชั่นน้อยมาก รวมทั้งในโรดแม็ปของ คสช. ก็ไม่ได้มีการพูดถึงในเรื่องการแก้ปัญหาคอรัปชั่น
อย่างไรก็ตามในเรื่องนี้ ได้รับการเปิดเผยจาก "ประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย)" ที่มองว่า เรื่องปัญหาคอร์รัปชั่นเป็นเรื่องใหญ่ สำคัญที่สุด เป็นรากเหง้าของปัญหาใหญ่ของประเทศ ดังนั้นต้องมีวาระสำคัญในการปราบคอร์รัปชั่น
"ตอนนี้องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่นร่วมกับ 7 องค์กรภาคธุรกิจ กำลังดำเนินการในเรื่องนี้ โดยในปลายสัปดาห์นี้หรือต้นสัปดาห์หน้า จะยื่นหนังสือต่อ คสช. ในเรื่องการแก้ปัญหาคอร์รัปชั่น ซึ่งมีทั้งมาตรการในระยะแรกที่ คสช. ใช้อำนาจรัฐประหารอยู่ จะมี 3-4 เรื่อง ซึ่งน่าจะทำได้เร็ว เป็นการปรับปรุงแก้ไขปัญหาคอร์รัปชั่น เช่น การออกใบอนุญาตต่างๆ ในการก่อสร้างและการให้สัมปทานของหน่วยงานราชการให้กับโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งตอนนี้มี ร่าง พ.ร.บ. ฉบับหนึ่ง ที่กฤษฎีกาดูแล้ว ใช้ได้ จะได้นำเสนอต่อ คสช. ต่อไป เพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่มีอำนาจมากเกินไปในเรื่องการให้ใบอนุญาต , การให้สัมปทาน อีกเรื่องคือการจัดซื้อจัดจ้าง การประมูล ต้องเปิดให้ภาคประชาชน เข้าไปมีส่วนร่วมในการกำหนดราคากลางเพื่อป้องกันการฮั้วประมูล เป็นต้น นอกนั้นก็เป็นการเสนอมาตรการแก้ปัญหาคอร์รัปชั่นในระยะกลางในช่วงที่มีสภาปฏิรูปและมาตรการแก้ไขปัญหาในระยะยาว " นายประมนต์ กล่าว
ทั้งนี้้จากร่างหนังสือที่องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่นและ 7 องค์กรภาคธุรกิจ เตรียมยื่นต่อ คสช. โดยเห็นว่าเป็น มาตรการแก้ปัญหาคอร์รัปชั่นที่สามารถทำได้ทันที เพราะเป็นมาตรการที่ผ่านขั้นตอนกระบวนการมามากแล้ว อาจทำโดยออกเป็น คำสั่ง คสช. กฏหมาย หรือกำหนดเป็นนโยบายของรัฐ ออกเป็นระเบียบ หรือคำสั่งกระทรวง เป็นต้น โดยมีเรื่องสำคัญๆดังนี้
1.แก้ปัญหาเรียกรับสินบนในการออกใบอนุญาต ที่สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนและนักธุรกิจมานาน เช่น ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน ( ร.ง. 4) , ใบอนุญาตก่อสร้างบ้าน, ใบอนุญาตประกอบการต่างๆ
โดยนำ ร่าง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ..........ที่สำนักงานกฤษฎีกาได้ร่างไว้แล้ว และองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่นฯได้เสนอแนะข้อแก้ไขไปแล้ว ออกมาประกาศใช้
2.การร่วมมือกับนานาชาติในการแก้ปัญหาคอร์รัปชันและสร้างมาตรการทางกฏหมายติดตามจับกุมลงโทษคนโกงอย่างมีประสิทธิภาพ
ให้มีการบังคับใช้กฏหมาย 3 ฉบับที่กระทรวงยุติธรรมได้ร่างไว้และเคยเสนอเข้า ครม.แล้วสองครั้ง เพื่ออนุวัติตามอนุสัญญา UNCAC 2003 เช่น อายุความ การติดตามตัวผู้ร้ายข้ามแดน การติดตามคืนและริบทรัพย์สินที่ได้มาจากการคอร์รัปชัน เป็นต้น
3.แก้ปัญหาประชาชนโดนเอารัดเอาเปรียบ ด้วยการตรา พ.ร.บ. องค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. .... ที่ผ่านกรรมาธิการร่วมของรัฐสภาชุดล่าสุดแล้ว
4.สร้างความไว้วางใจและมีส่วนร่วมของประชาชน โดยออกกฏหมายให้ประชาชนเข้ามีส่วนร่วมในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างโครงการขนาดใหญ่ของรัฐ (Integrity Pact)
5.การแก้ปัญหาที่ต้นตอและช่วยให้มาตรการอื่นๆ ปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยปรับปรุง พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 ซึ่ง TDRI มีการศึกษาแนวทางไว้พร้อมแล้ว
6.รัฐเป็นผู้นำในการสร้างวัฒนธรรมการต่อต้านคอร์รัปชั่น ด้วยการให้งบประมาณเพื่อการรณรงค์ทางสื่อสาธารณะอย่างมียุทธศาสตร์และต่อเนื่องอย่างน้อย 5 ปี โดยให้องค์กรวิชาชีพภาคเอกชนเป็นผู้ดำเนินงาน ร่วมกับสำนักงาน ป.ป.ช.
7.แก้ปัญหาคอร์รัปชั่นในรัฐวิสาหกิจ จากการตั้งพวกพ้องนักการเมืองเป็นคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจ ซึ่งนอกจากไม่ช่วยพัฒนารัฐวิสาหกิจแล้ว กลับสร้างปัญหา ร่วมมือกันโกงเป็นเครื่องมือแทรกแซงการดำเนินงาน และแต่งตั้งโยกย้ายเจ้าหน้าที่ และออกนโยบายของรัฐหรือกระทรวงการคลังหรือ สำนักงานนโยบายรัฐวิสาหกิจ กำหนดให้รัฐวิสาหกิจต้องเปิดเผยข้อมูลและมีมาตรฐานการบริหารจัดการ (Corporate Governance) เหมือนกับที่บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ กว่า 500 บริษัท ทำกันอยู่แล้ว
8.เรื่องที่ประชาชนรู้ดีว่าเป็นช่องทางการโกงของนักการเมือง เช่น ควบคุมการโฆษณาประชาสัมพันธ์ของหน่วยงานรัฐ โดยกำหนดให้ต้องชี้แจงเหตุผลและเปิดเผยรายละเอียดค่าใช้จ่าย





