ศสช.จี้กระทรวงทรัพย์ ทบทวนแผนงานโครงการไม่โปร่งใส ใช้งบไม่คุ้มแล้วเซ็นภายใน 4 เดือน
ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) นำโดย พลเรือเอกณรงค์ พิพัฒนาศัย ผู้บัญชาการทหารเรือ รองหัวหน้าฝ่ายสังคมจิตวิทยา และคณะเดินทางมารับฟังยุทธ ศาสตร์ของกระทรวงทรัพยากร ธรรม ชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.)เพื่อนำไปกำหนดยุทธศาสตร์ในการบริหารประเทศ มีนายโชติ ตราชู ปลัดกระทรวงทรัพ ยากรธรรมชาติและสิ่งแวด ล้อม พร้อมข้าราชการระดับสูง ให้การต้อนรับ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พลเรือเอกณรงค์ ได้เดินดูผลงานที่กรมต่างๆในสังกัดกระ ทรวงนำมาจัดแสดงอย่างสนใจเกือบ 10 นาที อาทิ กรมทรัพยากรธรณีนำกรณีเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 6.3 ริกเตอร์ที่จังหวัดเชียงราย ส่วนกรมป่าไม้ และกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช นำแนวทางการ ปัญหาสถานการณ์ป่าไม้ สัตว์ป่า เป็นต้น และการแก้ปัญหาน้ำดื่มน้ำใช้ของกรมทรัพยากรน้ำ
นายโชติ ได้สรุปว่าหลังคสช.เข้ามาบริหารประเทศ จึงได้ประชุมและชี้แจงกับข้าราชการกรม และขอให้เน้นเรื่องเร่งด่วนในปี 2557 โดยเฉพาะแผนเร่งด่วนเข่น มาตร การแก้ปัญหาไม้พะยูงในเขตป่ารอยต่อมรดกโลก รวมทั้งไม้สักในเขตป่าสาละวินที่ ยังเป็นเรื่องที่ คสช.มีความเป็นห่วง ซึ่งจะสอดคล้องกับแผนปี 58 จะเน้นงานเร่งด่วนการป้องกันทรัพยากรป่าไม้ และการฟื้นฟูปลูกป่าในพื้นที่ที่ถูกยึดคืนส่วนโครงการด้านแหล่งน้ำ ที่ประชาชนจะได้ประโยชน์ให้ทบทวน แผนงานอีกครั้ง นอกจากนี้ยังข้อมูลสภาพปัญหาบ่อขยะชุมชนที่มีการสำรวจมากกว่า 3,000 แห่งทั่วประเทศใหักับ คสช.เพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานแนวทางแก้ปัญหา
พลเรือเอกณรงค์ กล่าวว่ามาครั้งแรก แต่รู้สึกอบอุ่น เพราะที่ผ้านมาเคยร่วมงานด้านทรัพยากรทางทะเลอย่างใกล้ชิด โดยเป้าหมายมาทส.ครั้งนี่ รับฟังแผนงาปัญหาข้อขัดข้อง อุปสรรคและการทำงานในอนคต ซึ่งสรุปได้ 5 ประเด็นคือ ปัญหาการบุกรุก ตัดไม้พะยูง การครอบครองที่ดินผิดกฎหมาย 2.ปัญหาบริหารจัดการน้ำเชิงระบบ และการบริหารน้ำเพื่อการเกษตรแบพอุทกภัย 3 ปัญหามลพิษ ยอมรับว่ายากที่จะแก้ปัญหาในระยะสั้น ทั่งเรืองน้ำเสีย จัดการขยะ นอกจากนี้ยังมีปัญหาด้านกฎหมายและการบังคับใช้ ซึ่งบางฉบับ ล้านสมัยต่อสถานการณ์ และบทลงโืทษเบา ไม่เป็นผลต่อการปัองปราม
พลเรือเอกณรงค์ ได้เน้นย้ำให้ทส.ทำแผนการใช้งบประมาณให้เป็นทิศทางเดียวกัน ปรับปรุงแนวทาง และควรบูรณาการร่วมกับกระทรวงอื่นทั้งท่องเทียว ศึกษา และกลาโกม กำหนดดัชนีชี้วัดสะท้อนเห็นถึงผลต่อสภาพทรัพยากร อิงกับเสียหายทางเศรษฐกิจด้วย
"ส่วนโครงการที่ยังเป็นข้อกังขาของสังคม ทั่งแง่โปร่งใส ไม่ค้มค่า ไม่ตอบโจทย์หรือบูราการกับหน่วยงานโดยที่ทส.ไม่ต้องทำเอง ก็ควรต้องทบทวน เพราะในช่วงเวลาปัจจุบันตัองทบทวนและปรับให้เข้าความถูกต้อง ให้เร่งทำก่อนสิ้นปี 57 หรืออีกแค่ 4 เดือน ส่วนการบังคับใช้กฎหมายหลักการผู่ใดก่อมลพิษ ผุ้นั่นตัองเป็นผู้จ่าย เพราะรัฐไม่มีงบในการสนับสนุนและจ่ายแทนกันได้ นอกจากนี้ให้หามาตรการบรรเทาความเดือดร้อนที่ดินทำกิน และการสร้างเครือข่ายสวล. "





