รองผบ.ตร.ประชุมจี้สางคดีหมิ่นเบื้องสูง อุกฉกรรจ์สำคัญ ตามประกาศคสช.
พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมผ่านระบบวิดีโอทางไกลเป็นครั้งแรก หลังได้รับมอบหมายจาก พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้รับผิดชอบดูแลงานป้องกันและปราบปราม หลังมีการปรับโครงสร้างและมอบหมายงานใหม่ โดยในที่ประชุม มีผู้บังคับบัญชาระดับสูง ตร.ที่รับผิดชอบด้านป้องกันและปราบปราม เข้าร่วมด้วย อาทิ พล.ต.ท.สันติ เพ็ญสูตร ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และวิดิโอคอนเฟอร์เร้นร่วมกับผู้บัญชาการทั่วประเทศ
พล.ต.อ.เอก กล่าวภายหลังการประชุมว่า การประชุมในวันนี้เป็นการประชุมครั้งแรก เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจและมอบหมายงานในสายงานที่รับผิดชอบ เพื่อให้การปฎิบัติงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยได้เน้นย้ำงานในหน้าที่สำคัญตามที่ พล.ต.อ.วัชรพล มอบหมายงานให้ดำเนินคดีอย่างเคร่งครัด อาทิ คดีหมิ่นสถาบันตั้งแต่มีการชุมนุม เร่งรัดสืบสวนจับกุมมาดำเนินคดึให้ได้ทุกราย และคดีอุกฉกรรจ์ต่างๆในช่วงที่มีการชุมนุมทางการเมือง ที่คนร้ายกระทำการอันโหดเหี้ยมใช้อาวุธปืนสงคราม ระเบิดก่อเหตุในหลายพื้นที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก เรื่องนี้ได้เร่งรัดมาโดยตลอด รรท.ผบ.ตร.ได้แบ่งงานใหม่ และได้กำชับให้นำสำนวนคดีมาตรวจสอบและเร่งรัดทุกคดีว่าพยานหลักฐานต่างๆครบถ้วนหรือไม่ ตั้งแต่เหตุยิงนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง เหตุการณ์ปะทะที่ดินแดง รวมไปถึงคดีระเบิดเวที กปปส. จ.ตราด ซึ่งบางคดีมีความเชื่อมโยงสัมพันธ์กัน อย่างคดีระเบิด กปปส.ที่ จ.ตราด คนร้ายมีส่วนเกี่ยวข้องกับการจับกุมอาวุธสงครามในพื้นที่ อ.กระทุมแบน จ.สมุทรสาคร โดยล่าสุดตำรวจภูธรภาค 8 รายงานเพิ่มเติมว่า มีการจับกุมอาวุธสงครามได้เป็นจำนวนมากในพื้นที่ ซึ่งจะมีการตรวจสอบเพื่อหาความเชื่ยมโยงกับคดีอื่นๆต่อไป พร้อมนัดประชุมเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบประชุมเร่งรัดอีกครั้งในวันอาทิตย์ที่ 1 มิถุนายน เวลา 11.00 น. ในส่วนคดีอื่นๆ ก็คงเป็นไปในแนวทางที่รรท.ผบ.ตร.กำชับเน้นย้ำตามประกาศของ คสช. ไม่ว่าจะเป็นการปราบปรามอบายมุข บ่อนการพนัน ตู้ม้า กำชับเน้นย้ำและจะพิจารณาโทษของผู้ที่บกพร่องตามลำดับ
พล.ต.อ.เอก กล่าวอีกว่า ในส่วนคดีเกี่ยวเนื่องกับการทุจริตในโครงการจำนำข้าวนั้น จะมีคดีที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศ เช่น ฉ้อโกง ยักยอกทรัพย์ สวมสิทธิ์ รวม 250 คดี หากเป็นคดีทุจริตก็ไม่ระดับเจ้าหน้าที่ อยู่ในจุดจำนำร่วมกับโรงสีฉ้อโกง ซึ่งได้สั่งการให้รายงานผลคดีทั้งหมดว่ามีผลการดำเนินคดีอย่างไร โดยให้รายงานภายในวันจันทร์ที่ 2 มิ.ย. ในส่วนที่ บก.ปปป.รับผิดชอบที่มีกรณีร้องเรียนเรื่องการสวมสิทธิ์ และเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปเกี่ยวข้องทั้งหมด 10 คดี จากการตรวจสอบแล้วมีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปเกี่ยวข้องดำเนินดารการร้องทุกข์กล่าวโทษไปแล้ว 3 คดี อีก 7 คดีอยู่ระหว่างดำเนินการ
ด้าน พล.ต.ท.ก่อเกียรติ วงศ์วรชาติ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ตนได้รับมอบหมายดูแลปราบปรามอญากรรมในพื้นที่ บช.ภ.9 จากการลงพื้นที่มีการใช้อาวุธมาใช้ก่อเหตุเป็นจำนวนมาก ทั้งที่เป็นอาวุธปืนถูกต้องตามกฎหมายและผิดกฎหมาย ซึ่งตรวจสอบแล้วพบว่าการออกใบอนุญาตมีปัญหา มีการออกใบอนุญาตให้เป็นจำนวนมาก และมีบางส่วนนำไปให้บุคคลอื่นนำไปสวมสิทธิ์ต่อ จะเสนอให้มีการการแก้ไข พ.ร.บ.อาวุธปืน เดิมไม่มีการกำหนดคุณสมบัติผู้ที่ต้องโทษยาเสพติด ทำให้ผู้ที่ทำผิดเรื่องยาเสพติดขอใบอนุญาตพกพาอาวุธปืนได้ง่าย จะต้องมีการแก้ไขเพราะอาวุธปืนเป็นบ่อเกิดของอาชญากรรมรุนแรงต่างๆ





