คสช.รวบ "จาตุรนต์" กลางวงแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน เตรียมส่งตัวขึ้นฟ้องศาลทหาร ฐานฝ่าฝืนคำสั่งไม่เข้ารายงานตัว
นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และอดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ถูกทหารควบคุมตัวขณะแถลงข่าวหลังขัดขืนคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ที่ให้เข้ารายงานตัวแต่เจ้าตัวปฏิเสธ ซึ่งอาจถือเป็นรายแรกที่จะถูกส่งฟ้องศาลทหาร และติดคุก นับแต่มีการยึดอำนาจการปกครอง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศ เมื่อเวลา 14.00 น.วานนี้(27 พ.ค.) นายจาตุรนต์ ได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าววิพากษ์วิจารณ์การทำรัฐหารของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.) และหัวหน้า คสช. พร้อมระบุตอนหนึ่งว่า แม้จะไม่เห็นด้วย แต่ก็ทราบว่าคสช.ย่อมมีอำนาจตามระบบกฎหมายไทยหลายประการ จึงพร้อมที่จะให้คสช.มาควบคุมตัว หากมีการดำเนินคดีพร้อมจะสู้คดีตามสิทธิ์อันพึงมี แต่การดำเนินคดีผู้ที่เห็นต่างทางการเมือง ไม่ควรใช้ศาลทหารแต่ควรให้ศาลยุติธรรมพิจารณาคดี
จากนั้นเวลา 15.30 น. ขณะนายจาตุรนต์ กำลังจะให้สัมภาษณ์ต่อผู้สื่อข่าวไทยอีกครั้ง เมื่อเริ่มไปได้เพียง 2-3 นาที มีทหารกว่า 10 นาย พร้อมอาวุธครบมือ ขึ้นมาถึงห้องแถลงข่าว ทำให้เกิดความโกลาหลเนื่องจากสื่อไทย สื่อต่างประเทศพยายามกรูกันเข้ามาล้อมวง เพื่อให้ได้ภาพวินาทีที่ทหารคุมตัวนายจาตุรนต์
ทั้งนี้เมื่อทหารเดินมาถึงระบุว่า "ไม่มีอะไรนะครับ ผมมาทำตามหน้าที่ ได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้มาเชิญตัว" โดยนายจาตุรนต์ ตอบว่า "ขอบใจมากที่มาด้วยความยิ้มแย้มแจ่มใส สื่อมวลชนเพียงต้องการบันทึกภาพเท่านั้น" และทหารก็ยังย้ำเหมือนเดิมว่า "ไม่มีอะไรนะครับ ผมมาทำตามหน้าที่"
ต่อมาทหารได้นำตัวนายจาตุรนต์ ขึ้นรถตู้ออกไป โดยไม่ทราบจุดหมายสถานที่จะนำไปควบคุมตัว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เป็นความประสงค์ของนายจาตุรนต์ ที่จะทำให้เกิดภาพเผยแพร่ไปยังสื่อต่างประเทศในช่วงที่ถูกทหารควบคุมตัว
ส่ง"จาตุรนต์"ขึ้นศาลทหาร
ที่อาคารกำลังเอกสโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิต พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก ในฐานะโฆษก คสช.กล่าวถึงการเข้าควบคุมตัวนายจาตุรนต์ ว่า การไม่เข้ารายงานตัวของนายจาตุรนต์ จนเลยกำหนดเวลา ถือว่ามีความผิด เป็นการขัดขืนไม่ปฏิบัติตามประกาศของคสช. และเนื้อหาที่นายจาตุรนต์ นำมาเผยแพร่ก่อนหน้านี้ มีส่วนในการสร้างปัญหานำมาสู่ความไม่สงบขัดนโยบายของ คสช.อย่างชัดเจน
ส่วนที่ไปแถลงข่าวกับสื่อต่างประเทศนั้น เป็นเพียงความต้องการช่วงชิงพื้นที่สื่อ ซึ่ง คสช.มั่นใจในเหตุผลความจำเป็น และมีข้อมูลเพียงพอในการทำความเข้าใจกับสื่อต่างประเทศว่าสิ่งที่ปฏิบัติเป็นเรื่องทางกฎหมาย
"นายจาตุรนต์มีความผิดในการฝ่าฝืนประกาศ คสช.ซึ่งขัดต่อการประกาศกฎอัยการศึก รวมทั้งพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมอยู่แล้ว เจ้าหน้าที่มีอำนาจในการควบคุม และนำตัวเข้าสู่กระบวนการเพื่อส่งฟ้องต่อศาลทหารต่อไป" พ.อ.วินธัย กล่าว
พ.อ.วินธัย กล่าวว่า กรณีของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ นั้น ขณะนี้ได้รับการปล่อยตัวแล้วจริง โดยมีเงื่อนไขตามประกาศของ คสช.ซึ่งหากจะเดินทางออกนอกประเทศต้องขออนุญาตจากทาง คสช.ก่อน ทั้งนี้การควบคุมตัวบุคคลระดับแกนนำนั้น โดยส่วนใหญ่มีการคุมตัวไม่เกิน 3 วัน
เผยฝ่าฝืนคำสั่งเรียกตัวโทษคุก2ปี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ คสช.ได้ออกคำสั่งให้ผู้ถูกเรียกมารายงานตัว หากไม่มารายงานตัว ถือว่าฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งที่ คสช.กำหนด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้ง ปรับ และถูกสั่งห้ามกระทำการใด ๆ หรือสั่งให้กระทำการใด ๆ เกี่ยวกับการทำธุรกรรมทางการเงิน หรือการดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับผู้ที่มีรายชื่อถูกเรียกตัว แต่ยังไม่มารายงานตัว อาทิ นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ อดีต รมว.มหาดไทย และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายสมบัติ บุญงามอนงค์ บก.ลายจุด นายพายัพ ปั้นเกตุ และนายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง แกนนำกลุ่ม นปช.
เตือนอย่าตกเป็นเหยื่อคนบางกลุ่ม
พ.อ.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า ขอความร่วมมือกับสื่อมวลชนในการทำความเข้าใจกับผู้ที่ออกมาเคลื่อนไหวว่า อย่าได้ตกเป็นเครื่องของคนบางกลุ่ม ที่ต้องการแสดงออกถึงความคิดของตนเองเพราะอาจถูกโน้มน้าวและชักนำมา ซึ่งคนที่ชักชวนมาก็ไม่ได้มาปรากฏตัวโดยคนที่มาก็จะได้รับความเดือดร้อนเพราะจะถูกจับกุม ดังนั้นของความกรุณาอย่าตกเป็นเครื่องมือ
"บรรหาร-ชูวิทย์-อุกฤษ-ผดุง"รายงานตัว
วันเดียวกัน ที่บริเวณหน้าหอประชุมกองทัพบก เทเวศร์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีบุคคลสำคัญที่ถูกเรียกเข้ารายงานตัว ทั้งหมดจำนวน 16 คน นอกจากนี้ยังเรียกบุคคลที่ยังไม่มารายงานตัวตามวันเวลาที่กำหนด ให้มารายงานตัว โดยมีนางฐิติมา ฉายแสง อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่ไม่ได้มารายงานตัวในรอบแรก ได้เดินทางเข้ามารายงานตัวเป็นคนแรก ในเวลา 09.50 น. ตามด้วยนายบรรหาร ศิลปอาชา นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ นายอุกฤษ มงคลนาวิน นายผดุง ลิ้มเจริญรัตน์ นอกจากนี้ นายวิทยา แก้วภราดัย อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช และ น.ส.รังสิมา รอดรัศมี อดีต ส.ส.สมุทรสงคราม พรรคประชาธิปัตย์
ต่อมาเวลา 11.20 น. นายบรรหาร เดินทางกลับด้วยรถตู้ส่วนตัว ออกจากหอประชุมกองทัพบก ตามด้วยนายชูวิทย์
4แกนนำกปปส.มอบตัวคดีกบฏ
บ่ายวันเดียวกัน นายวิทยา แก้วภราดัย เปิดเผยภายหลังเข้ารายงานตัวว่า ได้รายงานตัวเรียบร้อย แต่ไม่ได้ถูกควบคุมตัว เพราะตนมีหมายจับในข้อหากบฏอยู่ จึงถูกนำตัวส่งต่อไปยังกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ซึ่งได้เตรียมสมุดบัญชีเงินฝากเป็นหลักทรัพย์ เพื่อขอประกันตัวเหมือนกับแกนนำ กปปส.คนอื่นที่เคยทำ โดยทราบว่าต้องใช้วงเงินในการประกันตัว 1 แสนบาท
ต่อมานายวิทยา น.ส.รังสิมา นายถนอม อ่อนเกตุพล และนายคมสัน ทองศิริ แกนนำ กปปส. เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนดีเอสไอ เพื่อมอบตัวต่อสู้คดีที่พนักงานสอบสวนดีเอสไอขออนุมัติศาลออกหมายจับฐานกบฏและข้อหาอื่นรวม 8 ข้อหา โดย พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ ผู้เชี่ยวชาญคดีพิเศษ เป็นผู้รับมอบตัว ซึ่งตามขั้นตอนจะมีการแจ้งข้อกล่าวหา พิมพ์ลายนิ้วมือ และสอบปากคำเบื้องต้น ก่อนให้ประกันตัวในวงเงินประกันคนละ 1 แสนบาท
"สุเทพ"เดินสายเยี่ยมเหยื่อระเบิด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11.00 น. ที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. พร้อมนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ แกนนำ กปปส. ได้เดินทางไปเยี่ยมนางพรศรี ยอดเพชร ผู้ชุมนุม กปปส. ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ระเบิดที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ในระหว่างร่วมชุมนุม โดยนางพรศรีได้รับบาดเจ็บสูญเสียดวงตาและใบหน้ายุบจากสะเก็ดระเบิด
ทั้งนี้แพทย์โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า โดยพอ.รศ.น.พ.ศุภชัย วงศ์พิเชษฐไชย ได้ทำการผ่าตัดใส่กระดูกเทียมรองเบ้าตา 4 ชิ้น พร้อมยกส่วนที่ยุบให้ขึ้นมาเป็นปกติเหมือนเดิม และจัดใส่ตาเทียม ซึ่งกปปส.รับผิดชอบค่าใช้จ่าย พร้อมหาทุนเพื่อดูแลครอบครัวผู้ชุมนุมที่เสียชีวิต รวมทั้งส่งเสียเรื่องการศึกษา ทั้งนี้นายสุเทพได้มอบดอกไม้และกระเช้าผลไม้ให้นางพรศรี
โดยภายหลังการเยี่ยมผู้บาดเจ็บ นายสุเทพปฏิเสธที่จะกล่าวถึงเรื่องการเมืองในขณะนี้ แต่จะขอเดินสายเยี่ยมผู้ชุมนุมที่ได้รับบาดเจ็บก่อน และวันที่ 28 พ.ค.จะเดินทางไปเยี่ยมผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาลกลาง





