วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'พล.ท.ธีรชัย'ย้ำภารกิจรักษาความสงบ4เรื่องใหญ่

"พล.ท.ธีรชัย" มทภ.1 และผบ.กองกำลังรักษาความสงบ (กกล.รส.) ย้ำภารกิจลุยกองกำลังติดอาวุธ ควบคุมสื่อไม่ยุยงปลุกปั่น ลงพื้นที่คุยชาวบ้าน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.30 น.ที่กองทัพภาคที่1 พล.ท.ธีรชัย นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 1ในฐานะผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) ได้เป็นประธานการประชุมชี้แจงแนวทางการปฏิบัติ และข้อเน้นย้ำนโยบายสำคัญ โดยมีทุกส่วนราชการเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพียง อาทิ พล.ท.ปรีชา จันทร์โอชา แม่ทัพภาคที่ 3 พล.ท.พิสิทธิ์ สิทธิสาร แม่ทัพน้อยภาคที่1 พล.ท.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ (นสศ.) พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะรักษาการผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.อภิรัชต์ คงสมพงษ์​ ผู้บัญชาการกองพลที่ 1รักษาพระองค์ (พล.1 รอ.) พล.ต.กู้เกียรติ ศรีนาคา ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ร 2 รอ.) พล.ต.ไพโรจน์ ทองมาเอง ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 9 (พล.ร.9) ตลอดจนผู้บัญชาการระดับกองพล ผู้บังคับหน่วย และผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1-9 และหน่วยงานด้านความมั่นคงที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ 77 จังหวัด

ทั้งนี้ที่ประชุม พล.ท.ธีรชัย ได้เน้นย้ำกับกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย 4 ประเด็น คือ 1.การควบคุมบุคคล ติดตามจับกุมบุคคลเป้าหมายที่ไม่เข้ารายงานตัว กองกำลังติดอาวุธ และแกนนำปลุกระดมมวลชนทุกคน การเข้าตรวจค้นแหล่งซุกซ่อนอาวุธสงคราม วัตถุระเบิด อย่างต่อเนื่องในพื้นที่ที่รับผิดชอบ โดยระมัดระวังการสร้างเงื่อนไขใหม่ เช่นการควบคุมตัวญาติพี่น้อง ซึ่งเป็นผู้บริสุทธิ์ กรณีที่ไม่สารถควบคุมตัวเป้าหมายได้ 2.การควบคุมสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ทั้ง 5 ประเภท ซึ่งดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ไม่ให้มีการใช้สื่อยุยง ปลุกปั่น ชักชวนเข้าร่วมชุมชน และหมิ่นสถาบัน 3.ด่านตรวจในพื้นที่รับผิดชอบได้เน้นการค้นอาวุธ วัตถุระเบิด สกัดมวลชนเข้ามาในพื้นที่ กทม. และ 4.ควบคุมพื้นที่ถึงระดับหมู่บ้าน ด้วยการทำความเข้าใจกับประชาชนในวัตถุประสงค์ 10 ประการ นโยบายเร่งด่วนอีก 5ประการ โดยทำควบคู่กับนโยบายเร่งด่วน 7ประการ และขั้นตอนการดำเนินการของ คสช. เป็น3 ระยะ ด้วยการประชาสัมพันธ์ทุกรูปแบบอย่างกว้างขวาง

พล.ท.ธีรชัยระบุว่า สำหรับการบังคับใช้กฎหมายเพื่อควบคุมสถานการณ์การชุมนุมต่อต้าน โดยการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ให้ใช้มาตรการจากเบาไปหาหนัก เน้นควบคุมแกนนำ เจรจาทำความเข้าใจ พร้อมทั้งเข้าวางกำลังก่อนการชุมนุม โดยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นหลักในการควบคุมพื้นที่ และคลี่คลายสถานการณ์ หลีกเลี่ยงความรุนแรง ไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการบาดเจ็บ สูญเสียต่อประชาชน ในส่วนของมณฑลทหารบก จังหวัดทหารบกต้องเป็นหน่วยหลักในการบูรณการกำลังทุกภาคส่วน ทั้ง พลเรือน ตำรวจ ทหาร และ ภาคเอกชน ในการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ พร้อมประสานการปฏิบัติกับผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บังคับการตำรวจภูธรอย่างใกล้ชิด กำลังตำรวจเป็นกำลังที่สำคัญ เพราะเป็นหน่วยงานที่ดูแลความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของประชาชน ใกล้ชิดกับประชาชน รู้ว่าใครเป็นคนดี ใครเป็นโจร ขอให้ประสานงานกับหน่วยทหารในพื้นที่อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งปฏิบัติงานตามอำนาจหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ความปลอดภัยกับประชาชนทุกกลุ่มเท่าเทียมกัน

สำหรับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ภายในจังหวัด ขอให้ใช้อำนาจหน้าที่ที่มีอยู่จากทุกส่วนราชการนำมวลชนมาสนับสนุนการปฏิบัติงานอย่างกว้างขวาง รวมทั้งการทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน ถึงเหตุผลความจำเป็นในการดำเนินการของ คสช.ด้วย ทั้งนี้หวังว่าจะได้เน้นความร่วมมือความสามัคคีจากทุกส่วนราชการ และคืนความสงบสุขให้กับประชาชน นำความรุ่งเรื่องมาสู่ประเทศชาติ ขอให้ทุ่มเทเสียสละปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็งไม่เลือกฝ่าย และอยากให้นำความมุ่งหวังไปแจ้งให้กับผู้บังคับหน่วย และกำลังพลในสังกัด ให้เข้าใจ หากมีผู้ใดขัดขวาง ละเว้น หรือให้การสนับสนุนกลุ่มบุคคลที่เสียประโยชน์ อันจะก่อให้เกิดอุปสรรคต่อการรักษาความสงบเรียบร้อย จะดำเนินการขั้นเด็ดขาด และรายงานให้ คสช.ได้รับทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป

หลังจากจากนั้น พล.ท.ธีรชัย แถลงข่าวภายหลังการประชุมกับหน่วยความมั่นคงในพื้นที่ 26 จังหวัดว่า ได้เชิญกองกำลังรักษาความสงบทุกองทัพภาค เพื่อประชุมรับทราบแนวทางในกรปฏิบัติที่ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน สิ่งที่ได้เน้นย้ำคือการรักษาความสงบ เพื่อที่จะให้หัวหน้า คสช ดำเนินงานบริหารประเทศ ได้อย่างเร่งด่วน สะดวก ราบรื่น พร้อมทั้งกำชับให้กองกำลังทุกกอองทัพภาค กทม. ติดตามจับกุม กุล่มคนที่ติดอาวุธให้ได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งที่ผ่านมาก็จับได้มากพอสมควร ที่ผ่านมาได้การจับกองกำลังอาวุธได้มากพอสมควร ซึ่งเขาเตรียมที่จะเข้ามาก่อเหตุกับคนไทยด้วยกันเอง ซึ่งหัวหน้า คสช. ยอมไม่ได้ โดยจะใช้กองกำลังตำรวจทุกพื้นที่ ทุกภาค เป็นส่วนแรกที่จะเข้าไปดำเนินการ และให้ทหารเป็นผู้สนับสนุน พร้อมทั้งประสานงานกันอย่างแน่นแฟ้นในทุกพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนกลับไปใช้ชีวิตได้อย่างสงบสุข

พล.ท.ธีรชัย กล่าวต่อว่า สำหรับกลุ่มคนที่ออกมาต่อต้านคสช. คือกลุ่มแรกที่ยังไม่เข้าใจ ทางคสช. จะใช้มาตรการจากเบาไปหาหนัก ส่วนกลุ่มที่สอง คือกลุ่มที่สะสมกำลังอาวุธสงคราม กลุ่มนี้จะดำเนินการขั้นเด็ดขาด สำหรับในส่วนที่มีประชาชนนำสิ่งของมามอบให้กับเจ้าหน้าที่ทหารที่ปฏิบัติ โดยปะปนกับสิ่งของอันตรายนั้น ตนได้สั่งการไปยังทหารว่าไม่ต้องระแวง ซึ่งสามารถตรวจสอบ หากจับได้จะดำเนินการขั้นเด็ดขาด ส่วนเรื่องการเรียกมารายงานตัว จะดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมทั้งจับกุมดำเนินคดี ส่วนคนที่มารายงานตัวแล้ว ก็อาจจะเข้าไปพูดคุย เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจก่อนที่จะปล่อยกลับบ้าน อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยตัวเลขของผู้ที่ถูกควบคุมตัว หรือผู้ที่มารายงานตัว ซึ่งในส่วนของ คสช. ก็มีการทยอยปล่อยตัวกับคนที่ถูกควบคุมตัว แต่ยืนยันว่าคนที่ถูกควบคุมตัวก็สบายดี ทั้งนี้กลุ่มที่ออกมาต่อต้าน ทาง คสช. รู้หมดแล้วว่าใครถูกจ้าง หรือมาด้วยความสมัครใจ ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการดำเนินการอยู่ ส่วนคนที่ยังไม่เข้าใจก็ได้บอกตำรวจไปว่าให้เชิญตัวมาพูดคุย สำหรับที่คนปล่อยตัวไปแล้วได้มีการได้มีการเซ็นต์รับรองว่าปล่อยตัวแล้วจะไม่ไปปลุกปั่น หรือไปนำมวลชนมาชุมนุม และถ้าหากฝ่าฝืนก็จะมีมาตรการดำเนินการกับคนเหล่านี้อย่างเด็ดขาด ซึ่งทุกคนพร้อมที่จะรับเงื่อนไขดังกล่าว

“ทุกคนยอมรับในเงื่อนไข ทั้งคนที่เข้าใจ และยังไม่เข้าใจ ซึ่งทางหัวหน้า คสช. ได้เน้นย้ำ ว่าไม่ว่าจะเป็นคนที่เข้าใจหรือยังไม่เข้าใจในเจตนาของ คสช. ก็อยากให้อยู่นิ่ง ๆ เอาไว้ก่อน ให้รอฟังและดูความตั้งใจการทำงานของ คสช. ซึ่งเขาก็รับปาก ในส่วนของแกนนำ นปช. ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้รับการปล่อยตัว แต่ยืนยันว่าเขามีความเป็นอยู่ที่ดี กินได้ นอนหลับ ซึ่งถ้าถึงเวลาที่เหมาะสมก็จะมีการปล่อยตัวออกมา แต่คนที่คดีติดตัวจะต้องถูกดำเนินคดีต่อ สำหรับคนที่ถืออาวุธสงครามถือว่าเป็นโจรก็ให้ดำเนินการอย่างเด็ดขาด ในส่วนของทหารเองมีหน้าที่ในการป้องกันตัว แต่ได้กำชับไปว่าจะไม่ให้ใช้อาวุธกระทำกับใครก่อน สิ่งที่ผมเป็นห่วงที่สุดคือประชาชนถูกยุยงปลุกปั่นผ่านสื่อต่าง ซึ่งอยากให้ใช้สติในการเสพข้อมูลข่าวสาร เพราะมีข่าวลือเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ในส่วนของการควบคุมสื่อเป็นการให้ติดตามดูพฤติกรรม ไม่ได้สั่งให้มีการปิดสื่อ และขออย่าเสนอข่าวให้เกิดความแตกแยก” พล.ท.ธีรชัย กล่าว