ยุติธรรมลุยปฏิรูปดีเอสไอ ปลอดแทรกแซงการเมือง
"ปลัดยุติธรรม"เรียกผู้บริหารกระทรวงประชุมด่วน ชง "คสช."ปฏิรูปดีเอสไอปลอดจากการเมือง ลอกแบบก.ต.ช.แต่งตั้งอธิบดีไม่ให้การเมืองคุมเบ็ดเสร็จ ขณะที่สตช.เร่งปฏิรูปสนองสังคมภายใน 4 เดือน
นายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ในฐานะปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้เรียกประชุมผู้บริหารกระทรวงยุติธรรม เพื่อประสานงานคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เมื่อวานนี้(26 พ.ค.)
โดยสาระสำคัญในการเรียกประชุมครั้งนี้ เพื่อซักซ้อมความเข้าใจและปรับการทำงานให้เข้ากับระบบใหม่ภายใต้การบริหารของคสช. นอกจากนี้ชี้แจงความหมายของการที่ปลัดกระทรวงปฏิบัติหน้าที่แทนรัฐมนตรี ซึ่งนายกิตติพงษ์ นอกจากยังเป็นปลัดกระทรวงยุติธรรมยังปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมอีกด้วย รวมถึงการแบ่งส่วนราชการให้กระทรวงยุติธรรมทำงานในฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมครั้งนี้ผู้บริหารระดับสูงเข้าร่วมประชุมเกือบครบขาดเพียงผู้ที่ติดราชการอื่นๆ อาทิ พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ นายวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ อธิบดีกรมบังคับคดี และพล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ รักษาการอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) โดยในส่วนของดีเอสไอ ส่งนายเพิ่มพูน พึ่งประสิทธิ์ รองอธิบดีดีเอสไอมาประชุมแทน
"กิตติพงษ์"ดันปฏิรูปดีเอสไอปลอดการเมือง
นายกิตติพงษ์ เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า ได้มีการหารือเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติงานของส่วนราชการต่าง ๆ เพื่อเสนอเป็นนโยบายเร่งด่วนให้คสช.พิจารณา ซึ่งที่ประชุมได้ข้อสรุป 3 เรื่องเร่งด่วนของกระทรวงยุติธรรมประกอบด้วย
1.การให้ประชาชนที่ด้อยโอกาสหรือยากจนเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมมากขึ้นและให้ชุมนุมเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับการไกล่เกลี่ยปัญหาและข้อพิพาทในชุมนุมเช่นในรูปแบบของยุติธรรมชุมนุม รวมถึงการตั้งกองทุนยุติธรรมเพื่อเยียวยาประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน
2.การเสนอให้มีการปรับการทำงานของกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) เพื่อให้มีความโปร่งใส ไม่ถูกแทรกแซงจากฝ่ายการเมือง โดยเฉพาะตำแหน่งของอธิบดีดีเอสไอต้องสร้างหลักประกันการทำงาน เริ่มจากระบบการได้มาของอธิบดีควรปรับให้มีมาตรฐาน คล้ายกับการคัดเลือกของคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ(ก.ต.ช.) ที่ต้องมีผู้ทรงคุณวุฒิเข้าร่วมแต่งตั้งด้วย ไม่ใช่มีแต่นักการเมือง เนื่องจากอำนาจหน้าที่ของอธิบดีดีเอสไอไม่ต่างจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นเป็นการคุยกันถึงหลักปฏิบัติเท่านั้น เพราะเชื่อว่าเรื่องดังกล่าวเป็นความต้องการของประชาชน ส่วนรูปแบบใดเป็นเรื่องของรายละเอียดแต่ยืนยันว่าจะปรับปรุงให้ไม่น้อยกว่ามาตรฐานของ ก.ต.ช. และขอปฏิเสธว่าการปรับปรุงการทำงานครั้งนี้ไม่ใช่ให้ดีเอสไอเป็นซุปเปอร์กรม เพราะกรณีดังกล่าวเป็นประโยชน์เฉพาะหน่วยงานไม่ใช่ประโยชน์ต่อประชาชน นอกจากนี้จะเสนอเรื่องการพัฒนาระบบปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติอย่างจริงจัง
นายกิตติพงษ์ กล่าวต่อว่า สำหรับหัวหน้าส่วนราชการกระทรวงยุติธรรมเชื่อว่าทุกคนยังสามารถทำหน้าที่ได้ เพราะเป็นข้าราชการต้องพร้อมปฏิบัติหน้าที่ และเข้าใจดีว่าช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาสำคัญ หากจะมีการโยกย้ายสับเปลี่ยนตำแหน่งใดๆ ก็ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของคสช.
ส่วนการดำรงปลัดกระทรวงยุติธรรมของตนนั้น เชื่อว่าในช่วง 60 วันตามกรอบของกฎหมาย ระหว่างการโยกย้ายตำแหน่งจนถึงวันที่ 2 ก.ค.นี้ จะยังคงทำหน้าที่เพื่อวางแนวทางการทำงานและจัดระบบที่เหมาะสม ซึ่งต้องมีการรายงานข้อจำกัดดังกล่าวให้คสช.พิจารณาด้วย
รักษาการอธิบดีดีเอสไอเข้าทำงานวันแรก
ด้านพล.ต.อ.ชัชวาลย์ ซึ่งรับหน้าที่รักษาการอธิบดีดีเอสไอ ได้เรียกประชุมผู้บริหารดีเอสไอ โดยมีรองอธิบดี ผู้บัญชาการสำนัก ผู้อำนวยการศูนย์ต่างๆ และผู้เชี่ยวชาญคดีพิเศษร่วมประชุม ซึ่งพล.ต.อ.ชัชวาลย์ กล่าวเพียงสั้นๆ ว่าการเรียกประชุมยังไม่เป็นทางการ จึงยังไม่ขอให้สัมภาษณ์
ส่วนกรณีที่นายกิตติพงษ์ เตรียมเสนอคสช.ปรับดีเอสไอให้ปลอดจากการแทรกแซงทางการเมืองนั้น พล.ต.อ.ชัชวาลย์ ยังปฏิเสธที่จะให้ความเห็น
เร่งปฏิรูปสตช.สนองสังคมใน4เดือน
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) พล.ต.ต.อนุชา รมยะนันทน์ รองโฆษก สตช. กล่าวถึงการปฏิรูปสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่า จะเน้นการกระจายอำนาจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะไม่เป็นศูนย์กลางเพียงที่เดียว เพื่อให้ทุกฝ่ายมีความเข้มแข็ง ทั้งนี้การปฏิรูปดังกล่าวจะเร่งดำเนินการภายใน 4 เดือนนี้ เพื่อตอบสนองความต้องการของสังคม
กำชับหน่วยงานกทม.ปฏิบัติตามคำสั่งคสช.
น.ส.ตรีดาว อภัยวงศ์ โฆษกกรุงเทพมหานคร(กทม.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะผู้บริหารกทม.ว่า นางผุสดี ตามไท รองผู้ว่าฯ กทม. รักษาราชการผู้ว่าฯกทม. ได้กำชับทุกหน่วยงานของกทม. ให้การสนับสนุนการทำงานของคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (คสช.) อย่างเคร่งครัด โดยให้สำนักงานเขตร่วมกับสำนักเทศกิจตรวจพื้นที่ หากพบป้ายที่มีข้อความยั่วยุทางการเมืองให้เก็บทันที ส่วนด้านการแพทย์ กทม.ได้ประชุมร่วมกับกรมแพทย์ทหารบก ประสานภารกิจตามที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลพื้นที่กรุงเทพฯ
นอกจากนี้ ให้สำนักงานเขตติดตามข้อมูลข่าวสารในพื้นที่ตลอด 24 ชั่วโมง และรายงานข้อมูลความเคลื่อนไหวในเชิงการข่าว เพื่อประสานทหารหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าดำเนินการรักษาความสงบเรียบร้อยและเพื่อความปลอดภัย
กทม.คงแผนดูแลความปลอดภัยขั้นสูงสุด
นางนินนาท ชลิตานนท์ ปลัดกทม. กล่าวว่า กทม.ในฐานะที่ดูแลพื้นที่กรุงเทพฯจะพยายามช่วยเหลือดูแลบ้านเมืองอย่างเต็มที่ โดยจะช่วยเป็นหูเป็นตาดูแลความปลอดภัย ทั้งยังพร้อมสนับสนุนเครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ และกำลังเจ้าหน้าที่ตามที่มีร้องขอมา เพื่อแสดงศักยภาพในเห็นว่ากทม. สามารถดูแลประชาชนได้ อาทิ วันที่มีการคืนพื้นที่ชุมนุม กทม.ก็ได้รวบรวมกำลังเจ้าหน้าที่ช่วยทำความสะอาดและเข้าเคลียร์พื้นที่จนเส้นทางการจราจรสามารถกลับมาใช้ได้ในเวลารวดเร็ว
นางนินนาท กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้ กทม.ยังคงใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุดเช่นเดิม โดยดูแลพื้นที่หน่วยงานราชการ สถานที่สำคัญ และบ้านบุคคลสำคัญเป็นพิเศษ เนื่องจากสถานการณ์บ้านเมืองในขณะนี้ยังคงมีการชุมนุมต่อต้านรัฐประหารอยู่ในหลายพื้นที่





