กสม.ประณามเหตุรุนแรงชายแดนใต้ จี้จนท.รัฐเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยชีวิตประชาชน
นางอมรา พงศาพิชญ์ ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการปฏิบัติการยุทธศาสตร์ด้านสิทธิมนุษยชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าวถึงกรณีเหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เมื่อวันที่ 24 พ.ค.ที่เกิดเหตุระเบิดหลายพื้นที่กลางอ.เมือง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี และ อ. รือเสาะ จ.นราธิวาส เป็นเหตุให้ประชาชน ผู้บริสุทธิ์เสียชีวิต จำนวน 3 ราย ได้รับบาดเจ็บอีก 70 กว่าราย และทรัพย์สินเสียหาย ว่า ขอแสดงความเสียใจต่อผู้เสียชีวิต บาดเจ็บ และครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากการก่อความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมทั้งขอแสดงความห่วงใยในสวัสดิภาพของประชาชนในพื้นที่และขอประนามการกระทำของผู้ก่อเหตุการณ์ความรุนแรงที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงโดยใช้วิธีการที่ป่าเถื่อน โหดร้ายไร้มนุษยธรรม ผิดต่อกฎหมาย ละเมิดสิทธิมนุษยชน และหลักมนุษยธรรม ซึ่งเป็นหลักสากลที่ทุกฝ่ายต้องยึดถือ จึงขอประนามการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ อย่างไรก็ตาม กสม.ได้เคยแสดงความห่วงใยและความกังวลต่อการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบมาโดยตลอด โดยหลังจากนี้จะลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบและติดตามการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อไป
ด้านนายไพบูลย์ วราหะไพฑูรย์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการสูญเสียในครั้งนี้ และขอสนับสนุนเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ใช้ความพยายามในการดำเนินมาตรการรักษาความสงบเรียบร้อย โดยคงต้องเพิ่มมาตรการในการรักษาความสงบเรียบร้อยให้มีความเข้มงวดเพื่อก่อให้เกิดความเชื่อมั่น ประชาชนรู้สึกปลอดภัยในชีวิต ร่างกาย ทรัพย์สิน การประกอบอาชีพ และการดำรงชีวิตอย่างปกติสุข ด้วยความร่วมมือของภาคประชาชนในพื้นที่ที่ต้องร่วมมือร่วมใจในการเฝ้าระวัง แจ้งเบาะแสของผู้กระทำความผิด และการป้องกันเหตุการณ์ความรุนแรง เพื่อความสันติสุขให้กลับคืนมา พร้อมให้การดูแลและรักษาพยาบาลผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ และเร่งเยียวยาความเสียหายตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด รวมถึงฟื้นฟูจิตใจและความบอบช้ำของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์และต้องดำเนินการตามกฎหมายโดยสืบสวนสอบสวนเพื่อเร่งหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมายต่อไป





