วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

คสช.โต้สหรัฐปชต.ทำให้เกิดความสูญเสีย

คสช. ยก 3 เหตุผลแจงต่างประเทศ ชี้ประชาธิปไตยไทยทำให้เกิดความสูญเสีย และต่างจากประเทศอื่น

พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก พร้อมด้วย พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก และ พ.อ.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกกองทัพบก แถลงว่าถึงคำชี้แจงของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในภาพรวมเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนการทำงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พลเรือน และทหาร อยากวิงวอนประชาชนทุกภาคส่วนเข้าใจบ้านเมืองในขณะนี้ ให้ทุกคนเสียสละในระดับที่แต่ละคนน่าจะกระทำกันได้ และยืนยันว่า คสช.ไม่ได้มุ่งหวังเพื่อประโยชน์กับผู้หนึ่งผู้ใด แต่จะคืนความสุขให้กับประชาชนทั้งประเทศ สร้างเสถียรภาพให้สายตาภายในและนอกประเทศเข้าใจ และขอความร่วมมือ ทหาร ตำรวจ พลเรือน ยอมรับหลักการ และขจัดข้อขัดแย้งต่าง ๆ พร้อมเตือนผู้ที่ปลุกปั่นในโซเชียลหยุดการกระทำเหล่านี้ เพราะสิ่งนั้นไม่ได้เกิดประโยชน์ ส่วนสื่อมวลชนขอให้ลดการนำเสนอ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน ยืนยันว่าสิ่งที่ คสช.ทำไปนั่นไม่ได้เกลียดชังหรือเป็นความเห็นส่วนตัว แต่ทุกอย่างดำเนินการไปตามเหตุผล และขั้นตอนทางกฎหมาย

ส่วนการทำงานของสื่อมวลชน และการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร อยากให้องค์กรสื่อสบายใจว่าทาง คสช.ได้ให้ความสำคัญในข้อมูลข่าวสารที่สื่อนำเสนอสู่ประชาชน และยอมรับว่าในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมานั้นสื่อได้ทำหน้าที่ด้วยจรรยาบรรณ และความเหมาะสม

ส่วนกรณีที่องค์กรวิชาชีพสื่อเรียกร้องทบทวนประกาศหรือคำสั่งที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของสื่อนั้นขอชี้แจงว่า ที่ผ่านมาทาง คสช.ได้ระงับการออกอากาศโดยแบ่งออกเป็น 2ประเภท คือ1.มีการระงับการถ่ายทอดการออกอากาศ 14 สถานี ที่มีความโน้มเอียงไปทางด้านใดด้านหนึ่งอย่างชัดเจน และ 2.การระงับการออกอากาศในภาพรวม ทั้งฟรีทีวี วิทยุ เคเบิล ดาวเทียม ภายหลังจากที่ คสช.ได้ยึดอำนาจ เพราะมีความประสงค์ที่จะให้ข้อมูลข่าวสารที่นำไปสู่ประชาชนเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ถือเป็นสถานการณ์ที่ไม่ปกติ ไม่อยากให้มีการนำเสนอข่าวที่สร้างความสับสนและตื่นตระหนก ซึ่งในส่วนข้อที่สองจะเห็นได้ว่า สคช. ได้อนุญาตให้ออกอากาศได้ทั้งหมด ทั้งนี้ของชี้แจงว่า ได้อนุญาตให้ออกอากาศได้ทั้งหมดแล้ว หลังสถานการณ์สงบ และเปิดโอกาสให้สื่อได้ทำงานตามปกติตามจรรยาบรรณและวิชาชีพ นอกจากนี้ ทาง คสช.จะหารือกับทางผู้บริหารของสื่อเพื่อกำหนดทิศทางนำเสนอข่าวไปสู่ประชาชน

ทีมงานโฆษกกองทัพบก ยังกล่าวอีกว่า สำหรับสื่อที่อยู่ในประเภทที่ 1 คือ 14 สถานี ทาง คสช.กำลังทำความเข้าใจและร่วมกันหาทางออกเพื่อให้สื่อเหล่านี้สามารถออกอากาศได้ตามปกติ และถ้าหากสื่อมีแนวทางใดที่จะนำเสนอ คสช.เพื่อนำไปสู่ความเรียบร้อยทาง คสช.ก็เปิดโอกาสให้เข้ามาพูดคุย ในส่วนของวิทยุชุมชนยังมีบางส่วนที่ทำไม่ถูกกฎหมายก็จะต้องไปทำให้ถูกกฎหมายถึงจะให้มีการกระจายเสียงได้ นอกจากนี้ คสช.ยังได้มีการประชุม 7 กลุ่มงาน และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะในส่วนที่บริหารจัดการระดับสูง ได้เข้าร่วมประชุม ให้ทุกส่วนได้ชี้แจงการทำงานของตัวเองว่าการทำงานสองวันที่ผ่านมามีการขับเคลื่อนไปอย่างไรบ้าง เวลา 10.00 น. กำหนดแนวทางด้านเศรษฐกิจ เวลา 14.00 น.ภาคธุรกิจ ทั้ง ผู้ประกอบการค้า และน้ำมันเชื้อเพลิง กรมขนส่งทางบก กระทรวงคมคมนา ส่วนภาคธุรกิจญี่ปุ่นจะเข้าพบ หัวหน้า คสช.และผู้บริหารสื่อสิ่งพิมพ์ และ เวลา16.00 น. การปฏิบัติงานของ คสช.จะหารือกับ เลขาธิการ คสช. เป็นประธานการประชุม สำหรับกลุ่มที่ต่อต้านการรัฐประหารนั้น ทาง คสช. ได้มอบนโยบายในระดับพื้นที่ ว่าให้ทำความเข้าใจและติดตามและยึดหลักการใช้กฎหมาย และให้เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจใช้มาตรการเบา และ เข้มข้นผสมผสานเพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยให้มากที่สุด สำหรับยอดรวมที่มารายงานอยู่ที่ประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์

เมื่อถามว่า ความชัดเจน นายพานทองแท้ ชินวัตร จะเรียกเข้ามารายงานตัวหรือไม่ ทีมงานโฆษกกองทัพบกกล่าวว่า ทุกท่านที่ได้มี่คำสั่งให้รายงานตัว ส่วนใหญ่ไม่มีเจ้าหน้าที่นำพามา ส่วนภาพที่ปรากฏว่ามีทหารนำตัว นายพานทองแท้ มาควบคุมนั้น ตนไม่มีรายละเอียด ซึ่งทุกอย่างเป็นไปตามคำชี้แจงของ หัวหน้า คสช. ส่วนกรณี ตระกูลชินวัตร มีการประสานงานทำความเข้าใจหรือไม่นั้น ตนเรียนกว่าบุคคลที่เชิญมารายงานตัวหลัก ๆ เป็นการทำความเข้าใจ และเป็นการแลกเปลี่ยนกันว่าที่ผ่านมาได้ทำอะไรคิดอะไรและขอความร่วมมือในการเดินไปข้างหน้าในการทำอะไรที่จะทำให้บ้านเมืองสงบ ส่วนใหญ่เป็นการทำความเข้าใจ ส่วนรายละเอียดบุคคลต้องเป็นไปตามคำสั่ง และประกาศที่ได้เรียนไป ตนไม่มีข้อมูลเพียงพอ ทั้งนี้การเชิญตัวบุคคลมี 2 อย่าง คือ การเชิญอย่างเป็นทางการคือผ่านทางคำสั่ง และอย่างไม่เป็นทางการ ส่วนกรณีของคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร อยู่ในกรณีที่ไม่เป็นทางการ ถึงแม้ว่าจะไม่มีรายงานขื่อในคำสั่ง ส่วนจำเป็นที่ หน.คลช.จะต้องพูดคุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณชินวัตรอดีตนายกรัฐมนตรีหรือไม่นั้น ยังไม่มีข้อมูล ส่วนการควบคุม นส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีนั้น ยังไม่มีข้อมูลว่าปล่อยตัวหรือไม่ แต่ทุกอย่างดำเนินการไปตามกฎหมาย สำหรับ นายจาตุรนต์ ฉายแสง และ นายจารุพงษ์ เรืองสุวรรณ นั้น ก็ต้องดำเนินไปตามคดีที่ได้มีการประกาศคำสั่งไว้

เมื่อถามถึงกรณีที่สหรัฐอเมริกาตัดงบประมาณการช่วยเหลือ และการตัดการฝึกร่วมกับกองทัพไทยนั้น ทีมงานโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า ที่ผ่านมาทาง สคช. ได้ทำความเข้าใจในระดับต่างประเทศ โดยการสื่อสารผ่านทางผู้บัญชาการทหารบกสหรัฐอเมริกา เพื่อชี้แจงถึงความจำเป็น พร้อมทั้งสร้างความเข้าใจในการรัฐประหาร ซึ่งบางส่วนกระทรวงการต่างประเทศก็ได้ดำเนินการตามขั้นตอน ซึ่งเราจะแยกให้เห็นถึงความแตกต่างของประเทศไทยกับต่างชาติ 3 ข้อ คือ

1.สภาพแวดล้อมของแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน

2.เรามีหลักฐานและเหตุผลชัดเจนในการทำรัฐประหารที่จะแสดงต่อต่างชาติ

และ 3.ประชาธิปไตยในประเทศทำให้เกิดความสูญเสีย ซึ่งที่ผ่านมาทหารได้สนับสนุนการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยมาโดยตลอด ซึ่งอยากให้มองย้อนกลับไป ไม่อยากให้มองเฉพาะจุด ซึ่งการแสดงออกตามระบอบประชาธิปไตยไม่ว่าจะเป็นในส่วนของบุคคล หรือ กลุ่มบุคคลทำให้เกิดความสูญเสียมาโดยตลอด รวมถึงการบังคับใช้กฎหมายในการดำเนินคดีก็จะต้องคำนึงหลักประชาธิปไตย และสิทธิเสรีภาพของประชาชน ซึ่งสำหรับในประเทศไทยจะเห็นได้ว่าในส่วนของประเทศไทยที่คนแสดงสิทธิโดยอ้างว่าเป็นการแสดงออกในระบอบประชาธิปไตยปรากฎว่ามีการใช้อาวุธสงคราม ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ว่าเป็นการสนับสนุนความรุนแรง และกระทำต่อชุมชนเมือง ซึ่งถือเป็นเรื่องแปลก และไม่ทราบว่าการแสดงออกของกลุ่มคน หรือ บุคคลที่ทำให้เกิดความสูญเสียจะสะท้อนภาพลักษณ์ในสายตาของต่างชาติอย่างไร การใช้ประชาธิปไตยที่แสดงออกมาในประเทศไทยน่าจะแตกต่างจากประเทศอื่น รวมถึงการเสนอข่าวของสื่อไทยและต่างประเทศที่มีความแตกต่างกัน นี่คือคำจำกัดความของคำว่าระบอบประชาธิปไตยในส่วนที่เจ้าหน้าที่ความมั่นคงได้เล็งเห็น