'ยิ่งลักษณ์-เยาวภา'โผล่รายงานตัว

"ยิ่งลักษณ์-เยาวภา" โผล่รายงานตัว ด้านทหารปล่อยแกนนำ "ปชป.-พท." แต่กักผู้นำ "กปปส.-นปช." ต่อ
"ยิ่งลักษณ์-คนตระกูลชินวัตร-นิวัฒน์ธำรง" รุดรายงานตัวต่อ คสช.แล้ว ทหารปล่อยตัวแกนนำปชป.-3 แกนนำพท. แต่คุมตัว"ภูมิธรรม-พร้อมพงศ์"ต่อ "จาตุรนต์-บก.ลายจุด"เมินรายงานตัว คสช.ห้าม 155 บุคคลที่ถูกเรียกตัวออกนอกประเทศ เตือนใครไม่รายงานตัวถูกตามจับ ขณะที่"แกนนำกปปส."จ่อเข้ามอบตัวสู้คดี 26 พ.ค.
หลังคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช.ออกคำสั่งเรียกอดีตนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี และแกนนำพรรคเพื่อไทย แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ แกนนำผู้ชุมนุมกลุ่มต่าง ๆ และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้ารายงานตัวเพิ่มเติมรวม 114 คน ในเวลา 10.00 น.วานนี้(23 พ.ค.) ที่หอประชุมกองทัพบก ย่านเทเวศร์
ปรากฏว่า ตั้งแต่ช่วงเช้ามีบุคคลที่ถูกเรียกให้เข้ารายงานตัว ได้เดินทางเข้าสโมสรอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เปลี่ยนจากรถประจำตำแหน่ง มาเป็นรถตู้โฟล์คสีดำ ทะเบียน นบ-1 กรุงเทพมหานคร โดยทันทีที่เดินทางมาถึง นางสาวยิ่งลักษณ์ ได้เข้าไปยังหอประชุมกองทัพบกทันที ไม่ได้ลงจากรถมาทักทายสื่อมวลชนที่มารอทำข่าวแต่อย่างใด
ขณะที่บุคคลสำคัญอื่น ๆ จากพรรคเพื่อไทย ที่เข้าทยอยเข้ารายงานตัว อาทิ นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล อดีตรองนายกฯ และผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกฯ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ อดีตส.ส.เชียงใหม่ นายโภคิน พลกุล นายวิเชษฐ์ เกษมทองศรี พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรี นายยรรยง พวงราช นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล นายวัฒนา เมืองสุข นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ นางเบญจา หลุยเจริญ อดีตรมช.คลัง พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา อดีตรมช.กลาโหม พล.ต.ต.ธวัช บุญเฟื่อง และนายสมหวัง อัษราศี และนายนิสิต สินธุไพร แกนนำ นปช. ก็ได้เข้ารายงานตัวเช่นกัน
แกนนำกปปส.แห่รายงานตัว
สำหรับแกนนำกปปส.ที่เดินทางเข้ารายงานตัว อาทิ นางสาวอัญชลี ไพรีรักษ์ นายสุริยะใส กตะศิลา นายนิติธร ล้ำเหลือ นายชุมพล จุลใส นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ และนางทยา ทีปสุวรรณ เป็นต้น
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ภายหลังจากนางสาวยิ่งลักษณ์ เข้าไปรายงานปรากฏว่าเกิดเหตุความวุ่นวายขึ้นเล็กน้อย เมื่อประชาชนที่ให้การสนับสนุนรัฐบาล และพรรคเพื่อไทย ประมาณ 10 คน ซึ่งเดินทางมารอให้กำลังใจอยู่บริเวณฝั่งตรงข้ามสโมสรกองทัพบก เกิดมีปากเสียงกับประชาชนอีกฝ่ายหนึ่งที่แสดงความดีใจเมื่อรู้ว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ เข้ามารายงานตัว จนเกิดการโต้เถียงกันอยู่พักใหญ่ ก่อนที่ทั้ง 2 ฝ่ายจะแยกย้ายกันไป
ทางด้านบรรยากาศการเข้ารายงานตัว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทาง คสช. ได้จัดห้องประชุมเป็น 2 ห้อง โดยแจ้งให้ผู้ที่มีรายชื่อรายงานตัวตามคำสั่งของ คสช. แยกนั่งคนละห้อง โดยก่อนเข้าห้องประชุมเจ้าหน้าที่ทหารได้ขอความร่วมมือให้บุคคลที่เข้ารายงานตัวทั้งหมดห้ามพกเครื่องมือสื่อสารเข้าไป โดยทาง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะผอ.คสช. ได้สั่งการให้ พล.ต.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.พล.1.รอ.ควบคุมดูแลรักษาความปลอดภัยพื้นที่โดยรอบหอประชุมกองทัพบกเทเวศร์อย่างเข้มงวด
ปล่อยแล้วแกนนำ"ปชป.-พท."
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากที่ คสช. ได้ควบคุมตัวแกนนำรัฐบาล แกนนำพรรคเพื่อไทย แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ แกนนำนปช. และแกนนำกปปส.นั้น ขณะนี้แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ ประกอบด้วย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค นายจุติ ไกรฤกษ์ นายศิริโชค โสภา นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ นายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ ได้รับการปล่อยตัวแล้วเมื่อเวลา 00.20 น.ของวันที่ 23 พ.ค.
หลังจากนั้น เวลา 01.00 น. คสช.ได้ปล่อยตัว ตัวแทนจากรัฐบาล และพรรคเพื่อไทยประกอบด้วย นายชัยเกษม นิติสิริ นายวราเทพ รัตนากร นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ นายชูศักดิ์ ศิรินิล นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ส่วนนายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรค และนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ถูกควบคุมตัวไว้กับแกนนำ นปช. โดยมีรายงาน ว่า แกนนำ กปปส. และ นปช.ได้ถูกทหารควบคุมตัวออกจาก ร.1 รอ. เพื่อนำไปไว้ในในเซฟเฮ้าส์แห่งหนึ่ง
"อภิสิทธิ์"เก็บตัว-สั่งลูกพรรคระวังตัว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังนายอภิสิทธิ์ ได้รับการปล่อยตัว ปรากฏว่าตลอดทั้งวานนี้ ผู้สื่อข่าวพยายามติดต่อนายอภิสิทธิ์ แต่ไม่สามารถติดต่อได้ ซึ่งคนใกล้ชิดเปิดเผยเพียงว่า นายอภิสิทธิ์ พักผ่อนอยู่ในที่ปลอดภัย ซึ่งได้กำชับกับแกนนำพรรคที่เข้าร่วมการหารือ 7 ฝ่าย และถูกควบคุมตัวด้วยกัน ให้ระมัดระวังการเดินทางไปตามสถานที่ต่างๆ รวมทั้งให้ระวังการให้สัมภาษณ์หรือการพูดคุย เนื่องจากเกรงว่าจะทำให้เกิดการกระทบกระเทือนฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด และขอให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ก่อนที่จะมาวิเคราะห์สถานการณ์ร่วมกันอีกครั้ง
ชี้เหตุคสช.เรียก"ขาใหญ่"รายงานตัว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในรายชื่อบุคคลที่ถูกเรียกเข้ารายงานตัวต่อ คสช.นั้น มีหลายคนที่ไม่ปรากฏอย่างชัดเจนว่า มีบทบาทในวงการการเมือง และการชุมนุมทางการเมืองที่ผ่านมา แต่กลับมีรายชื่อปรากฏอยู่ในคำสั่ง อาทิ
พล.อ.ไตรรงค์ อินทรทัต หรือ เสธไอซ์ อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีในแวดวงบู้บุ๋น ว่าเป็นบุคคลที่ทรงอิทธิพลรายหนึ่งของไทย มีลูกน้องในแวดวงทหารและสายนักเลงจำนวนมาก สาเหตุที่ทำให้ พล.อ.ไตรรงค์ ถูกเรียกเข้ารายงานตัว เพราะถือเป็นอดีตนายทหารที่มีความใกล้ชิดกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และเป็นอดีตนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 10 (นตท.10) ซึ่งไว้เนื้อเชื่อใจกัน ชนิดมองตาก็รู้ใจ
ในกลุ่ม นตท.10 ยังมี พล.อ.ทวนทอง อินทรทัต, พล.อ.อ.สุเมธ โพธิ์มณี ,พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต และ พล.อ.พฤณท์ สุวรรณทัต ซึ่งบุคคลเหล่านี้ยังมีสายสัมพันธ์ที่ดีกับทหารที่ยังประจำการอยู่ในกองทัพ และจัดว่าเป็นกลุ่มบุคคลที่มีกองกำลังอยู่ใต้อาณัติ พร้อมปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดตามคำสั่ง
พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี อดีตรองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ฝ่ายการเมือง เป็นที่ทราบดีว่า เป็นอดีตนายทหารที่กว้างขวางรู้จักกองกำลังและช่องทางต่างๆ เป็นบุคคลที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เกรงใจและไว้ใจ รวมถึงปรึกษาในหลายๆ เรื่อง
ขณะที่อดีตตำรวจเก่าอย่าง พล.ต.อ.สล้าง บุญนาค อดีตรองอธิบดีกรมตำรวจ ซึ่งมีชื่อปรากฏในคำสั่งให้เข้ารายงานตัวต่อ คสช.ด้วย นั้นเป็นเพราะที่ผ่านมา พล.ต.อ.สล้าง คอยให้คำปรึกษา พ.ต.ท.ทักษิณ ในทุกๆ เรื่อง แม้ไม่มีกำลังอยู่ใต้อาณัติ เช่นเดียวกับกลุ่ม นตท.10 แต่ พล.ต.อ.สล้าง ถือเป็นคนสนิททำหน้าที่คล้ายเสนาธิการคอยให้คำปรึกษา วางหมากเกมในการขับเคลื่อนต่างๆ
ส่วน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า คนสนิทของ "เสธไอซ์" ซึ่งมีกำลังอยู่ใต้อาณัติจำนวนไม่น้อย ทั้งที่เป็นอดีตทหารและพลเรือนปัจจุบันมีภรรยาเป็นนักการเมืองท้องถิ่นใน จ.พะเยา ซึ่งเป็นฐานสำคัญของกลุ่มเสื้อแดง มีบทบาทสำคัญในการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงใน จ.พะเยา และในการชุมนุมทางการเมืองของกลุ่มเสื้อแดงที่ผ่านมา ร.อ.ธรรมนัส ได้รับการชักชวนจากจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานนปช. ให้ร่วมกับนายอารีย์ ไกรนรา จัดการ์ดดูแลความปลอดภัยให้กับกลุ่ม นปช.
ทั้งนี้บุคคลเหล่านี้ ล้วนมีศักยภาพในการใช้กำลังเคลื่อนไหวอย่างใดอย่างหนึ่ง จึงมีรายชื่อปรากฏอยู่ในคำสั่ง ที่ คสช. เรียกให้เข้ารายงานตัว เพื่อปรามไม่ให้กลุ่มคนเหล่านี้เคลื่อน
"จาตุรนต์-บก.ลายจุด"เมินรายงานตัวคสช.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรมว.ศึกษาธิการ โพสต์เฟซบุ๊คส่วน ตอนหนึ่งระบุถึงกรณีที่คสช.เรียกให้ไปรายงานตัวว่า ไม่อาจไปรายงานตัวต่อคสช.ได้ ทั้งนี้มิใช่ว่าต้องการจะไปกระทำการอะไรที่ขัดต่อกฎหมายบ้านเมืองตามปกติ และก็มิได้ต้องการจะก่อความไม่สงบใดๆ
"ทราบจากเพื่อนรัฐมนตรีบางคนที่เข้าไปรายงานตัวว่า บางท่านได้รับแจ้งว่ารมต.ที่ถูกกักตัวไว้จะได้รับการปล่อยตัวเมื่อรมต.ทุกคนมารายงานตัวกันครบแล้ว ผมก็เลยกลายเป็นภาระต่อท่านเหล่านั้น หากกรณีเป็นเช่นนั้นจริงผมก็ไม่ขัดข้องที่จะไปพบกับคสช. เพียงแต่ว่าคงต้องขอที่จะไม่ไป หากคสช.จะกรุณาก็ขอให้ช่วยมารับตัวหรือจะเรียกว่าคุมตัวไปพบกับคสช.ก็ได้ ในเวลาที่เหมาะสม"
ด้านนายสมบัติบุญ งามอนงค์ บก.ลายจุด ได้ทวิตข้อความในทวิตเตอร์ส่วนตัวระบุทำนองว่า "ชีวิตผมเคยไปรายงานตัวตอนสอบเข้าเรียนเท่านั้น นอกจากนั้นไม่เคยไปรายงานตัวเลย อีกอย่างผมไม่ยอมรับอำนาจคณะรัฐประหาร การออกประกาศเหล่านี้จึงไม่สามารถบังคับจิตใจผมได้"
คสช.ห้าม155คนออกนอกประเทศ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คสช.ได้ออกประกาศฉบับที่ 21 เมื่อวันที่ 23 พ.ค.) โดยมีเนื้อหา ห้ามบุคคล 155 ราย ที่ถูกเรียกเข้ารายงานตัว เดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้รับอนุมัติจากหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ สำหรับบุคคลใดที่ไม่เข้ารายงานตัวตามคำสั่ง จะถูกติดตามจับกุมและดำเนินคดี ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
"แกนนำกปปส."จ่อมอบตัว26พ.ค.
นายอิสสระ สมชัย แกนนำกปปส. เปิดเผยว่า ตนและนายวิทยา แก้วภราดัย แกนนำกปปส. ซึ่งไม่ได้อยู่ในหมายเรียกให้ไปรายงานตัวต่อ คสช. ได้ประสานผู้ที่ถูกออกหมายจับล่าสุดของศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย หรือ ศอ.รส. โดยเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ชุด 30 คนแล้ว สรุปมีความเห็นว่าทั้งหมดนัดหมายจะไปมอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ที่สำนักงานดีเอสไอ ถนนแจ้งวัฒนะ ในช่วงเช้าของวันที่ 26 พ.ค.นี้
ทั้งนี้ เพื่อขอให้เจ้าหน้าที่ดีเอสไอนำตัวส่งรายงานตัวต่อศาลได้ทัน อีกทั้งเป็นการแสดงเจตนาว่า ไม่มีพฤติกรรมหลบหนีใดๆ และจะใช้สิทธิในการเรื่องขอความเป็นธรรมเพื่อต่อสู้คดีตามที่ถูกกล่าวหา ซึ่งขณะนี้รอประสานกับบรรดาแกนนำกปปส. ที่ถูกเรียกตัวให้ไปรายงานตัวต่อคสช. ที่สโมสรกองทัพบก เทเวศน์ ให้รับทราบเพื่อเตรียมเอกสาร หลักทรัพย์ในการขอประกันตัวต่อศาล
"ผู้ว่าฯ"รายงานตัวต่อแม่ทัพภาค
ส่วนบรรยากาศการรายงานตัวของหัวหน้าส่วนราชการตามต่างจังหวัดต่อ คสช.นั้น ที่หอประชุมร่วมเริงไชย ภายในกองทัพภาคที่ 2 ค่ายสุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา ผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ 20 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมทั้งหัวหน้าส่วนราชการ ได้เข้ารายงานตัวกับกองทัพภาคที่ 2 โดยการประชุมกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ผ่านวีดีโอคอนเฟอร์เร้นท์ เวลา 13.30 น.
ส่วนที่ จ.นครสวรรค์ พล.ต.พิเชฐ สุขพงศ์พิสิฐ ผบ.มทบ.31.เชิญนายชัยโรจน์ มีแดง ผู้ว่าฯ นครสวรรค์ หัวหน้าส่วนราชการ หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ เข้ารายงานตัว ณ สโมสรทหารบก มทบ.31 ค่ายจิระประวัติ อ.เมืองนครสวรรค์
ขณะที่ภาคใต้ พล.ท.โทวลิต โรจนภักดี แม่ทัพภาคที่ 4 (มทภ.4) ได้เรียกนายทหารระดับสูงและส่วนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม โดยขอให้ทุกหน่วยดูแล รปภ.สถานที่สำคัญ พร้อมทั้งระบบสาธารณูปโภค งดการเคลื่อนย้ายกำลัง ถ้าจะเคลื่อนย้าย ต้องขออนุมัติ มทภ.4 ทุกครั้ง ส่วนพื้นที่ นอก กอ.รมน.ภาค4 สน.นอกเหนือจาก ยะลา ปัตตานี นราธิวาส และ 4 อำเภอของสงขลา ให้จัดกำลัง ร่วมทหารตำรวจ ลาดตระเวนตรวจตราในพื้นที่รับผิดชอบหากเห็นมีการชุมนุมให้เข้าไปยุติการชุมนุมทันที







