"จาตุรนต์"โพสต์เฟซบุ๊คการประกาศใช้กฎอัยการศึกครั้งล่าสุดนี้แตกต่างจากทุกครั้งที่ผ่านมา
จาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรมว.ศึกษาธิการ โพสต์เฟซบุ๊คว่าผมเขียนเรื่องนี้ไว้เมื่อเวลา 16.00 น. ก่อนจะเกิดการรัฐประหาร 16.30 น.ของวันพฤหัสบดีที่ 22 พฤษภาคม 2557 เห็นว่าเรื่องนี้จะเป็นประโยชน์ต่อแง่มุมทางกฎหมายในอนาคต จึงได้ปรับแก้เล็กน้อย และขอบันทึกไว้บนเฟซบุค
แค่คิดก็ผิดแล้ว
การประกาศใช้กฎอัยการศึกทั่วประเทศครั้งนี้ต่างจากทุกครั้งที่ผ่านมาอย่างไรและทำไมจึงว่าพลเอกประยุทธ์กำลังทำผิดกฎหมายอย่างจัง
ก่อนหน้านี้ประเทศไทยเคยมีการประกาศใช้กฎอัยการศึกทั่วประเทศมาแล้ว 7 ครั้ง ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 8 พูดได้ว่า ครั้งนี้ต่างจากครั้งที่ผ่านๆมาอย่างมีนัยสำคัญ
การประกาศใช้กฎอัยการศึกทั้ง 7 ครั้งที่ผ่านมาเป็นการประกาศโดยหัวหน้าคณะรัฐประหารเพื่อใช้เป็นเครื่องมือควบคู่กับการรัฐประหาร เพื่อไม่ให้ประชาชนต่อต้านการรัฐประหารนั่นเอง การประกาศจึงไม่ได้มีเหตุผลความจำเป็นที่กำหนดในกฎหมายคือ เมื่อมีสงครามหรือมีการจลาจล แต่ก็ไม่มีประเด็นอะไรจะไปถามหาความถูกต้องตามกฎหมายของการประกาศเหล่านั้น เนื่องจากตามระบบยุติธรรมที่เลอะเทอะของประเทศไทยถือว่าคำสั่งของหัวหน้าคณะรัฐประหารคือกฎหมายอยู่แล้ว
แต่ถึงกระนั้นก็ตาม การประกาศใช้กฎอัยการศึกในอดีตก็ยังทำเป็นพระบรมราชโองการ มีผู้รับสนอง ไม่ใช่นึกจะออกก็ออกกันเอง เพราะถือว่าการประกาศใช้กฎอัยการศึกทั่วราชอาณาจักรนั้นเป็นพระราชอำนาจแต่การประกาศใช้กฎอัยการศึกครั้งล่าสุดนี้แตกต่างจากทุกครั้งที่ผ่านมา
ข้อแรกคือ เป็นการประกาศโดยไม่มีการรัฐประหาร ผู้ประกาศไม่ใช่หัวหน้าคณะรัฐประหารแต่เป็นผู้บัญชาการทหารบก ในขณะที่ก็ยังมีคณะรัฐมนตรีบริหารประเทศอยู่ ถึงแม้จะเรียกกันว่ารักษาการก็ตาม ในข้อนี้จึงมีปัญหาว่าผบ.ทบ.สามารถประกาศใช้กฎอัยการศึกเองโดยไม่มีพระบรมราชโองการได้หรือไม่
คำตอบคือไม่ได้ ทั้งรัฐธรรมนูญมาตรา 188 และพ.ร.บ.กฎอัยการศึกเองต่างก็บัญญัติตรงกันว่า การประกาศต้องทำเป็นพระราชโองการ ซึ่งก็หมายความด้วยว่าต้องมีรัฐมนตรีรับสนองพระบรมราชโองการ
การประการใช้กฎอัยการศึกของพลเอกประยุทธ์จึงขัดต่อรัฐธรรมนูญและพ.ร.บ.กฎอัยการศึกอย่างชัดเจน
ข้อที่สอง การประกาศใช้กฎอัยการศึกครั้งนี้มีลักษณะผิดฝาผิดตัวและย่อมจะไม่ได้ผลอย่างที่อ้างหรือตั้งใจ การประกาศใช้กฎอัยการศึกจะมีประโยชน์ในยามสงครามหรือเมื่อเกิดจลาจลจริงๆ แต่ในกรณีนั้นการใช้อำนาจก็ยังอยู่ใต้กำกับของรัฐบาล กับที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ประกาศก็คือเมื่อมีการรัฐประหาร ที่ผ่านมาก็เป็นตามประการหลังนี้ แต่ในครั้งนี้จะว่าเกิดสงครามก็ไม่ใช่ เกิดจลาจลทั่วประเทศก็ไม่ใช่ ทีแรกบอกว่าเพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยซึ่งก็ฟังดูดี แต่ต่อมากลายเป็นบอกว่าเพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองซึ่งต้องถือเป็นเรื่องแปลกใหม่
จะเอาเครื่องมือของพวกเผด็จการที่มีไว้ปราบประชาชนเพื่อค้ำจุนระบอบเผด็จการมาใช้แก้ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองเพื่อให้เกิดความสงบสุขได้อย่างไร แค่คิดก็ผิดแล้ว ยิ่งทำไปยิ่งจะผิดมากขึ้น
ข้อที่สาม เมื่อผู้ประกาศกฎอัยการศึกไม่ใช่หัวหน้าคณะรัฐประหารและยังมีรัฐบาลอยู่ ผบ.ทบ.ผู้ประกาศใช้กฎอัยการศึก(โดยผิดกฎหมาย) ย่อมไม่มีอำนาจเหนือรัฐบาล ผบ.ทบ.ยังคงอยู่ใต้บังคับบัญชาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี ไม่ว่าบุคคลเหล่านี้จะไปทำงานอยู่ที่ไหนก็ตาม นอกจากนี้ผบ.ทบ.ยังต้องปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาลด้วย ในข้อนี้พลเอกประยุทธ์กับพวกคงเกิดความเข้าใจผิด คิดว่าตนเองมีอำนาจเหมือนจอมพลสฤษดิ์ จอมพลถนอมในอดีต จึงกำลังวางตัวเหมือนกับว่ามีอำนาจเหนือรัฐบาลไปแล้ว
และประการสุดท้าย เป็นเรื่องที่อยากจะฝากเป็นคำเตือนไปยังพลเอกประยุทธ์ว่า การประกาศใช้กฎอัยการศึกและการใช้กฎอัยการศึกไปลงโทษหรือทำให้เกิดความเสียหายแก่ใครๆในอดีตนั้น ใครจะไปฟ้องร้องอะไรก็ไม่ได้ เพราะผู้ประกาศคือหัวหน้าคณะรัฐประหาร แต่ครั้งนี้ถ้าการใช้กฎอัยการศึกไปทำให้ใครเดือดร้อนเสียหายเข้า เขาอาจจะฟ้องร้องเอาได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อการประกาศทำไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายด้วยแล้ว ท่านจะเดือดร้อนได้ การทำผิดกฎหมายอย่างนี้อายุความหลายปีด้วย





