วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

ทหารปูพรมกวาดล้างอาวุธสงครามทั่วประเทศ

ทหารประเดิมกฏอัยการศึก รวบฮาร์ดคอร์เสื้อแดง พร้อมกวาดล้างอาวุธสงครามทั่วประเทศ

ทหารสั่งกวาดล้างกลุ่มติดอาวุธทั่วประเทศ ประเดิมทลายคลังอาวุธปืนและระเบิดที่ลพบุรี และสมุทรสาคร ยึดของกลางอาวุธร้ายแรงจำนวนมากส่วนกำลังทัพภาค 3 ตามรวบ 'เลิศ ไม้เก่า' แกนนำแดงพิษณุโลก คนสนิทแกนนำ นปช. หลังพัวพันเหตุรุนแรงที่รามคำแหง

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าหลังทหารประกาศใช้ พ.ร.บ.กฎอัยการศึก พ.ศ.2457 ทั่วประเทศ เป็นวันที่สอง เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองและป้องกันการใช้ความรุนแรงกับกลุ่มผู้ชุมนุมทั้งสองฝ่ายว่า เมื่อวานนี้ (21 พ.ค.) กองอำนวยความความรักษาความสงบเรียบร้อย (กอ.รส.) ได้สนธิกำลังร่วมกับตำรวจปฏิบัติการบุกเข้าตรวจค้นสถานที่ต้องสงสัยและจับกุมบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการใช้อาวุธสงครามก่อความรุนแรงเพื่อสร้างสถานการณ์ในช่วงการชุมนุมทางเมืองในพื้นที่ จ.พิษณุโลก ลพบุรี และสมุทรสาคร

โดยที่ จ.พิษณุโลก กำลังทหารจากกองทัพภาคที่ 3 บุกจับกุมนายบุญเลิศ เรืองทิม หรือ เลิศ ไม้เก่า แกนนำ นปช.จ.พิษณุโลก ขณะนั่งมาในรถยนต์กระบะบนถนนช่วงเขตรอยต่อ อ.เมืองกับ อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก โดยจับกุมได้พร้อมกับลูกน้อง และเด็กสาวอีก 1 คน เมื่อวันที่ 20 พ.ค.ที่ผ่านมา เบื้องต้นแจ้งข้อหานายบุญเลิศฐานก่อความไม่สงบและต้องสงสัยพัวพันกับเหตุรุนแรงบริเวณรามคำแหงจนทำให้มีผู้เสียชีวิตก่อนหน้านี้

สนิทแกนนำแดง-พัวพันปะทะที่รามฯ

สำหรับ นายบุญเลิศ หรือ เลิศ ไม้เก่า มีภูมิลำเนาอยู่ที่ ต.สักหลง อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ และเป็นแกนนำเสื้อแดงสายฮาร์ดคอร์ จ.พิษณุโลก โดยเป็นหัวหน้ากลุ่ม "นักรบพระองค์ดำ" เคยถูกทหารม้า ม.พัน.9 พล.ร.4 จับกุมตัวได้มาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อการปฏิวัติปี 2549

ก่อนหน้านี้นายบุญเลิศเคยมีอาชีพถีบสามล้อในตัวเมืองพิษณุโลก ต่อมาได้คุมวินรถจักรยานยนต์รับจ้างบริเวณศูนย์ขนส่งจนมีนักการเมืองท้องถิ่นให้การดูแล กระทั่งเมื่อมีการชุมนุมทางการเมือง อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทยได้มอบหมายให้ช่วยระดมมวลชน แต่หลังจากนั้นได้ประกาศถอนตัวเพราะมีปัญหาขัดแย้งเรื่องผลประโยชน์บางอย่างที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายบุญเลิศปรากฏตัวอีกครั้งในการชุมนุมของกลุ่ม นปช.ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน เมื่อวันที่ 30 พ.ย.2556 โดยได้รับมอบหมายจากแกนนำ นปช.บางคนให้ดูแลความปลอดภัยให้กับกลุ่มผู้ชุมนุม ซึ่งในเหตุการณ์ครั้งนั้นมีผู้บันทึกจับภาพชายชุดดำพร้อมสัญลักษณ์บนหลังเสื้อกำลังยืนถือปืนเล็งไปยังเป้าหมาย แต่การปะทะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ค้นบ้านลพบุรีพบทั้งปืน-ระเบิด

ส่วนที่ จ.ลพบุรี กำลังทหารร่วมกับตำรวจเข้าตรวจค้นบ้านต้องสงสัยในพื้นที่ ต.ชอนสารเดช อ.หนองม่วง จ.ลพบุรี จับกุมนายเชาวร์วัฒน์ ทองเผือก อายุ 54 ปี พร้อมยึดของกลางอาวุธสงครามได้เป็นจำนวนมาก

พล.ต.ต.มนตรี ยิ้มแย้ม ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี (ผบก.ภ.จว.ลพบุรี) เปิดเผยว่า ปฏิบัติการภายใต้อำนาจของกฎอัยการศึกร่วมกับทหารเข้าตรวจค้นบ้านต้องสงสัยใน ต.ชอนสารเดช อ.หนองม่วง จับตัวนายเชาวร์วัฒน์ พร้อมอาวุธปืนอาก้า 1 กระบอก พร้อมกระสุน เครื่องกระสุนปืนขนาด 5.56 จำนวน 800 นัด

นอกจากนี้ยังมีกระสุนปืนขนาด 11 มม. จำนวน 156 นัด กระสุนปืนเอเค47 จำนวน 88 นัด กระสุนปืนคาร์บิน ขนาด .30 จำนวน 60 นัด วัตถุระเบิดเอ็ม18 เอ1 จำนวน 1 ลูก ระเบิดทีเอ็นที น้ำหนัก 1 ปอนด์ 1 แท่ง พลุทรงกลม 11 ลูก ระเบิดแสวงเครื่องไปป์บอมบ์ทำจากโลหะ 3 ลูก ระเบิดแสวงเครื่องไปป์บอมบ์ทำจากกล่องเหล็ก 1 ลูก และไปป์บอมบ์ทำด้วยพลาสติก 5 ลูก

วัตถุระเบิดเคโม จำนวน 1 ลูก ลูกระเบิดซ้อมขว้าง ชนิดเอ็มเค 2 จำนวน 1 ลูก ชนวนฝักแคเวลา ยาว 4 เมตร เชื้อปะทุชนวน 7 ดอก เชื้อปะทุไฟฟ้า 7 ดอก เสื้อเกราะกันกระสุน 1 ตัว ดินดำ 3 กิโลกรัม

จากการสอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหารับสารภาพว่า ได้ทำการจัดหาอาวุธสงครามดังกล่าวตามรายการที่ได้รับการว่าจ้างจากสองสามีภรรยาคู่หนึ่ง ทราบชื่อว่า นางนันทนา (ขอสงวนนามสกุล) และนายชัชชาญ (ขอสงวนนามสกุล) เพื่อนำไปใช้ก่อเหตุความวุ่นวายในพื้นที่ชุมนุมที่กรุงเทพฯ

พบคลังปืนในหอพักกระทุ่มแบน

ที่ จ.สมุทรสาคร กำลังทหารกองทัพภาคที่ 1 ร่วมกับตำรวจกองบังคับการปราบปราม และตำรวจ สภ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร เข้าตรวจค้นห้องพักของ น.ส.จันทนา วรากรสกุลกิจ เลขที่ 3-4 หอพัก NCO ซ.สวนหลวง ถนนสวนหลวง ต.สวนหลวง อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร พบอาวุธสงครามพร้อมกระสุนปืนเป็นจำนวนมาก

โดยอาวุธสงครามที่ยึดได้ประกอบด้วย ปืนเอเค47 แบบพับฐาน 1 กระบอก กระสุน 777 นัด ปืนไรเฟิล 1 กระบอก ติดกล้องส่องเล็ง กระสุน 38 นัด เครื่องยิงเอ็ม79 จำนวน 1 กระบอก ลูกระเบิดเอ็ม79 จำนวน 9 ลูก ปืนกลมือ จำนวน 1 กระบอก กระสุน 48 นัด ปืนคาร์บิน 1 กระบอก กระสุน 154 นัด ปืนกลชนิดเอ็ม4 จำนวน 1 กระบอก พร้อมส่วนเก็บเสียง กระสุน 275 นัด และปืนสั้นดาวแดง 1 กระบอก

นอกจากนี้ยังพบวิทยุสื่อสาร ระเบิดแสวงเครื่องแต่ยังไม่ใส่ดินปืน 8 ลูก ระเบิดขว้าง 3 ลูก (อาร์จีดี 5, เอ็ม26, เอ็ม67) ดินระเบิด 120 ขวด เสื้อเกราะอ่อน 1 ตัว และบัตรการ์ดผู้ชุมนุมกลุ่มหนึ่ง รวมทั้งตะปูเกลียว-ลวด พร้อมทำระเบิดแสวงเครื่องอีกจำนวนหนึ่ง

อ้างสะสมไว้ป้องกันตัว

เบื้องต้น น.ส.จันทนา รับว่า เป็นเจ้าของอาวุธสงครามพร้อมกระสุนของกลางทั้งหมด โดยหาซื้อมาสะสมไว้ทีละอย่างสองอย่างด้วยความชื่นชอบ โดยติดต่อขอซื้อมาจากผู้ค้าตามแนวชายแดนพื้นที่ อ.แม่สอด จ.ตาก และจ.ราชบุรี

อย่างไรก็ดี น.ส.จันทนา ไม่ได้ระบุว่าเก็บสะสมอาวุธสงครามไว้เป็นจำนวนมากโดยมีเป้าหมายไว้ทำอะไร แต่อ้างว่าเอาไว้เพื่อป้องกันตัว ส่วนบัตร ผ่านพื้นที่การชุมนุมนั้นเป็นของเพื่อน

พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รองผู้บังคับการปราบปราม (รอง ผบก.ป.) กล่าวว่า แหล่งที่มาที่ไปของอาวุธสงครามที่ตรวจยึดมาได้เป็นการประสานข้อมูลจากทหารว่ามีการซ่องสุมอาวุธสงครามจำนวนมากในห้องเช่าแห่งนี้จึงมีการประสานมายัง บก.ป.เพื่อนำกำลังเข้าตรวจค้น ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างสืบสวนขยายผลว่าเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุรุนแรงในช่วงการชุมนุมหรือไม่

รองโฆษกทบ.เผยยึดอาก้าได้ที่กทม.

ด้าน พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า การดำเนินคดีกับผู้ที่ตั้งกองกำลัง และมีอาวุธสงครามไว้ในครอบครองถือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ทาง กอ.รส.จะต้องเร่งดำเนินการโดยจะปูพรมกวาดล้างอาวุธสงครามทั่วประเทศ

ทั้งนี้ นอกจากนี้ที่ จ.ลพบุรี และสมุทรสาครแล้วการปฏิบัติการกวาดล้างอาวุธสงครามเมื่อวานนี้ (21 พ.ค.) ยังสามารถตรวจจับได้ในพื้นที่เขตวัฒนา กรุงเทพฯ ด้วย โดยยึดปืนเล็กยาวเอเค47 หรืออาร์ก้า จำนวน 1 กระบอก กระสุน 30 นัด