วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'จตุพร'พร้อม5แกนนำเจรจาผบ.ทบ.บ่ายนี้

“จตุพร”อ้างนิติราษฎร์ประกาศกฎอัยการศึกไม่ชอบด้วยกม. มองปฏิวัติซ่อนรูป ปิด“สื่อ-นักวิชาการ”ส่ง 5 แกนนำ เจรจา“พล.อ.ประยุทธ์”บ่ายนี้

ที่เวทีการชุมนุมกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ถ.อักษะ ย่านพุทธมณฑล นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. แถลงว่า สถานการณ์ขณะนี้อยากบอกให้พล.อ.ประยุทธ์ ทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งอาจารย์กลุ่มนิติราษฎร์ชี้ว่า การประกาศกฎอัยการศึกครั้งนี้ผิดกฎหมาย เพราะการประกาศกฎอัยการศึกทั่วราชอาณาจักรต้องเป็นพระบรมราชโองการ เพียงแค่รายงานให้รัฐบาลรับทราบจึงไม่ใช่ทำให้การประกาศกฎอัยการศึกถูกต้อง ดังนั้นถ้าพล.อ.ประยุทธ์ต้องการใช้กฎอัยการศึกมาแก้ไขปัญหาประเทศตามที่ประกาศไว้ การดำเนินการของพล.อ.ประยุทธ์ ต้องถูกต้องก่อน ควรให้นายทหารพระธรรมนูญหรือฝ่ายกฎหมายของกองทัพดำเนินการให้ถูกต้อง ถ้าคำสั่งไม่ชอบมาตั้งแต่ต้นการยกเลิกศอ.รส. ก็ต้องมีปัญหา หรือคำสั่งอื่น ๆ ไม่ถูกต้อง เหมือนการสั่งให้นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เลิกดำเนินคดีกับผู้ชุมนุม พล.อ.ประยุทธ์ก็ต้องยกเลิกกฎหมายอาญาก่อน

การประกาศกฎอัยการศึกทั่วราชอาณาจักรด้วยเหตุจากความมั่นคงทั้งภายในและภายนอกราชอาณาจักรจะต้องเป็นพระบรมราชโองการ และผู้รับสนองพระบรมราชโองการต้องเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งอำนาจให้ระดับ ผบ.กองพันที่คุมกำลังนั้นให้เฉพาะในพื้นที่ที่มีจลาจลหรือสงครามเท่านั้น ต้องรายงานนายกฯ และรัฐบาลโดยเร็ว การประกาศใช้กฎอัยการศึกครั้งไม่ชอบด้วยพ.ร.บ.กฎอัยการศึกพล.อ.ประยุทธ์ ต้องรีบแก้ไขเพราะถ้ายังเดินหน้าต่อไปจะกลายเป็นกบฏในราชอาณาจักรเสียเอง ตนชี้ช่องเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาต่อไป

นอกจากนี้ตนไม่ทราบว่าใครเป็นคนวางแผนในเรื่องนี้จึงไม่ศึกษากฎอัยการศึกให้ถ่องแท้ ขอให้พล.อ.ประยุทธ์ไปดูไม่ว่าการประกาศกฎอัยการศึกโดยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ หรือ จอมพลถนอม กิตติขจร อดีตนายกฯ เป็นพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ทั้งสิ้น โดยมีจอมพลสฤษดิ์ จอมพลถนอมเป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ซึ่งระยะเวลานี้ระหว่างที่มีคำสั่งมากมายยิ่งกว่าคำสั่งคณะรัฐประหาร นปช.ยืนยันเหมือนเดิมว่า เราจะชุมนุมที่ถ.อักษะ โดยแนวทางสันติ สงบ ปราศจากอาวุธ และยืนยันต่อต้านการรัฐประหาร นายกฯคนนอก หรือนายกฯ มาตรา 7

นายจตุพร กล่าวอีกว่า สถานการณ์เวลานี้ทั้งหมดอยู่ที่การตัดสินใจของพล.อ.ประยุทธ์ เพราะคนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาเขารู้ว่านี่ไม่ใช่เพียงแค่การประกาศกฎอัยการศึก หลายเรื่องราวยิ่งการรัฐประหาร การปิดกั้นสื่อหรือการประกาศห้ามไม่ให้นักวิชาการแสดงความคิดเห็นผ่านสื่อต่าง ๆ เท่ากับพาประเทศไทยถอยหลังเข้าคลอง แต่การปิดปากนักวิชาการที่เขามีสิทธิแสดงความคิดเห็น ยิ่งสะท้อนให้เห็นว่าการรัฐประหารซ่อนรูปเกิดขึ้นมาแล้ว ไม่ใช่การประกาศใช้กฎอัยการศึกธรรมดา ซึ่งพวกตน คนไทยและมิตรประเทศ ต้องการความชัดเจนว่า พล.อ.ประยุทธ์ต้องการอะไร ต้องการหาทางออก ต้องการรัฐประหาร หรือต้องการนายกฯ มาตรา 7 คนไทยก็จะได้ตัดสินใจกันได้ ไม่ต้องอยู่ในสภาพที่มีความอึดอัดโดยมีทหารรายล้อมตามจุดต่าง ๆ ใน กทม. ทั้งนี้การนำรถทหารไปที่หน้าสโมสรตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) นั้นเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม เมื่อชวนพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.มาเป็นที่ปรึกษาแล้วก็ควรจะให้เกียรติตำรวจด้วย

ทั้งนี้การแสดงออกของนายสุเทพ มีความรู้สึกว่าการกระทำของพล.อ.ประยุทธ์ เห็นด้วยสนับสนุน นายสุเทพชวนทหาร ข้าราชการ ร่วมกัน ในการจัดการตั้งนายกคนนอก ถ้าวุฒิไม่ทำให้ เพราะฉะนั้นการนัดหมายของนายสุเทพยังดำรงอยู่เหมือนเดิม โดยไม่สนใจการประกาศกฎอัยการศึก คนไทยจะได้เห็นว่า ทฤษฏีสมคบคิดกัน ไม่ว่าจะเป็น กปปส. สว. องค์กรอิสระ และหมากที่กำลังดำเนินการอยู่นี้ ที่พล.อ.ประยุทธ์ กำลังรักษาภาพพจน์ ทำตัวให้เป็นกลางอยู่ท้ายที่สุดจะเป็นพวกเดียวกับนายสุเทพหรือไม่ เพราะการแสดงอากาศดีใจของแกนนำกปปส. เหมือนว่าพล.อ.ประยุทธ์ ได้เข้ามาช่วยกปปส.เหมือนกรณีศาลรัฐธรรมนูญ หรือป.ป.ช. หรือสว.กำลังเดินเกมนายกฯมาตรา 7

นอกจากนี้ตนพอทราบเป็นการภายในถึงความมุ่งหมาย ที่จะได้นายกฯมาตรา 7 นั้น ยังไม่เปลี่ยนแปลงและการรัฐประหารสามารถเกิดขึ้นได้ เพราะกำลังที่วางไว้ขณะนี้สามารถเปลี่ยนแปลงจากกฎอัยการศึก กลายเป็นการรัฐประหารได้โดยทันที

จากนั้นเวลา 11.45 น. นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานนปช.พร้อมแกนนำนปช. ร่วมกันแถลงข่าว โดยนายจตุพร แถลงว่า นปช.ได้รับการประสานจากตัวแทนพล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา ผบ.ทบ. โดยนัดหมาย ไปที่สโมสรทบ.เวลา13.30 น. ซึ่งตัวแทนจะประกอบด้วยตนนางธิดา ถาวรเศรษฐ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายวีระกานต์ มุกสิกะพงษ์ นายก่อแก้ว พิกุลทอง ซึ่งการไปเจรจาหาทางออกให้กับประเทศ เพื่อสร้างความเข้าใจกับกลุ่มต่าง ๆ นปช.ยืนยันว่า ต้องให้ประชาชน เป็นผู้ตัดสิน ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้งหรือการทำประชามติ ส่วนจะรูปแบบใด เป็นกระบวนการที่เป็นไปได้ทั้งสิ้น แต่ต้องไม่มีการเว้นวรรคประชาธิปไตย