ผบ.ทบ.ใช้อำนาจกฎอัยการศึก สั่ง "รัฐบาล-สุเทพ-นปช." ถกหาทางออกประเทศ
ผบ.ทบ. ใช้อำนาจตามกฎอัยการศึกเรียกคู่ขัดแย้งเจรจาหาทางออกประเทศ ทั้ง "นิวัฒน์ธำรง-สุเทพ-จตุพร" ลั่น "ผมเรียกต้องมา" ย้ำทหารจับมือข้าราชการแก้วิกฤติ ไม่เกี่ยวกับฝ่ายการเมือง ถามหา "รัฐบาลอยู่ไหน" ไม่ตอบมีรัฐประหารหรือไม่ แต่ย้ำไม่ยอมให้มีนองเลือดแน่ ด้าน กปปส.-นปช.เดินหน้าชุมนุมต่อ ทหารคุมเข้มให้อยู่ในขอบเขตจำกัด
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ผอ.กอ.รส.) ตามประกาศกฎอัยการศึก พร้อมด้วย พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) และ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ร่วมกันแถลงข่าวภายหลังการประชุมร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการ ภายหลังกองทัพบก (ทบ.) ประกาศใช้กฎอัยการศึกในทุกท้องที่ทั่วประเทศ ตั้งแต่เวลา 03.00 น.วานนี้ (20 พ.ค.)
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การประกาศกฎอัยการศึกเพื่อต้องการลดความขัดแย้งของประชาชนทุกฝ่าย และต้องการรักษาความสงบเรียบร้อย รวมทั้งเพื่อแสวงหาทางออก ไม่ให้มีความกดดันจากฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ทั้งนี้ จากการที่เชิญปลัดกระทรวง อธิบดีกรมต่างๆ ภาคเอกชน และภาคสังคมเข้าพูดคุย ได้ข้อสรุปว่าบ้านเมืองต้องเดินไปข้างหน้าให้ได้โดยสันติวิธี ที่ประชุมจึงมีมติร่วมกันหาทางออก ข้าราชการทุกกระทรวงต้องเข้มแข็ง ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย ทุกคนให้สัญญาว่าจะปฏิบัติหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า สำหรับคู่ขัดแย้ง 2 ฝ่าย ขอให้อยู่ด้วยสันติวิธี หากใช้อาวุธ ทหารจะไม่ยอม ทหารให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย และขออย่านำเรื่องเก่ามาพูดกัน ต้องมองวันข้างหน้า ขอร้องทุกสื่อสร้างความเข้าใจ เราหวังพึ่งใครไม่ได้นอกจากคนไทย ต้องสลายสีเสื้อให้ได้
"อย่ามาถามผมว่าจะอีกนานหรือไม่ ถ้าบ้านเมืองปลอดภัย ไม่มีใครอยากประกาศใช้กฎอัยการศึกนาน เหตุการณ์สงบ บ้านเมืองปลอดภัยเมื่อไรก็ยุติเมื่อนั้น" ผบ.ทบ.กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ขั้นต่อไปคือการทำรัฐประหารหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เป็นคำถามที่ไม่อยากตอบ
เตรียมเรียกคู่ขัดแย้งเจรจา
ต่อข้อถามว่าจะเป็นคนกลางประสานให้ 2 ฝ่ายที่เป็นคู่ขัดแย้งพูดคุยกันหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า อยู่ในกระบวนการอยู่แล้ว วันนี้พูดคุยกับข้าราชการ ต่อไปจะทำอย่างไรให้คู่ขัดแย้งมาพูดคุยกัน
เมื่อถามย้ำว่า จะมีความเป็นไปได้เร็วที่สุดเมื่อใด พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตอบว่า "ผมเรียกก็ต้องมา เรียกทุกพวก เพราะต้องคุยกันทุกพวก ถึงต้องใช้อำนาจกฎอัยการศึก ส่วนคณะรัฐมนตรี และสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ก็ขอให้เป็นทีละขั้นตอน ขอให้ดูต่อไปว่าจะเกิดอะไรขึ้น "แต่ผมไม่ยอมให้มีการนองเลือดแน่"
ลั่นทหาร-ขรก.ทำงานเพื่อบ้านเมือง
เมื่อถามว่าขณะนี้รัฐบาลอยู่ในสถานะอะไร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ก็รู้คำตอบอยู่แล้ว ไม่รู้ก็ไปถามคนที่รู้ ตนรักษาความสงบเรียบร้อย
เมื่อถามย้ำว่าเวลาจะดำเนินการใดๆ ต้องผ่านความเห็นชอบจากรัฐบาลหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า แล้วรัฐบาลอยู่ไหน เราก็ไม่รู้ ก็ทำงานกันไป ทำได้ก็ทำกันไป ตอนนี้ข้าราชการทำงาน ตนไม่ยุ่งกับรัฐบาล ข้าราชการและทหารทำงานเพื่อบ้านเมือง ทุกอย่างยังปกติ จะพยายามไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชน
สำหรับการประชุมหัวหน้าส่วนราชการนั้น ประกอบด้วยปลัดกระทรวง 19 กระทรวง และสำนักนายกรัฐมนตรี องค์กรอิสระ หน่วยงานความมั่นคง โดย นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้เดินทางเข้าร่วมประชุมด้วย นอกจากนั้นยังมีภาคเอกชนและภาคสังคม อาทิ ประธานสภาหอการค้า ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เป็นต้น
เรียก "นิวัฒน์ธำรง-สุเทพ-จตุพร-สุรชัย"
แหล่งข่าวจาก ทบ.เปิดเผยว่า คู่ขัดแย้งที่ พล.อ.ประยุทธ์ ระบุว่าจะเชิญมาเจรจาเพื่อหาทางออกร่วมกันนั้น ประกอบด้วย 1.นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี 2.นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) 3.นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และ 4.นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 ปฏิบัติหน้าที่ประธานวุฒิสภา
ทั้งนี้ คาดว่าในวันที่ 21 พ.ค. คณะทำงานจะไปประสานงานกับแกนนำคู่ขัดแย้ง และองค์กรที่มีบทบาทในการแก้ไขปัญหามาร่วมหารือ
"นิวัฒน์ธำรง"เตือนกองทัพอยู่ใต้รธน.
นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาฯนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หลังจากมีการประกาศกฎอัยการศึก ได้มีประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดเล็ก โดยไม่ขอเปิดเผยสถานที่ เพื่อหารือถึงสถานการณ์ในภาพรวม
ต่อมาเวลา 14.20 น. นายนิวัฒน์ธำรง เผยแพร่ข่าวผ่านเว็บไซต์ของทำเนียบรัฐบาลว่า ตามที่มีประกาศกองทัพบก เรื่องการประกาศใช้พระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ. 2457 เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและนำความสงบสุขกลับคืนสู่ประชาชนทุกกลุ่มทุกฝ่ายโดยเร็วนั้น รัฐบาลก็มีความมุ่งหวังที่จะเห็นความสงบเกิดขึ้นเช่นเดียวกัน โดยการดำเนินการจำเป็นต้องเป็นไปตามแนวทางสันติ ไม่ใช้ความรุนแรง ไม่เลือกปฏิบัติ และให้มีความเสมอภาคอย่างเท่าเทียมกัน ภายใต้หลักนิติรัฐ นิติธรรม ซึ่งเป็นไปตามนโยบายที่รัฐบาลได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง การดำเนินการของ ทบ. ดังกล่าวจะต้องอยู่ภายใต้บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
ขณะที่ความเคลื่อนไหวของรัฐมนตรีและแกนนำพรรคเพื่อไทยนั้น ส่วนใหญ่เก็บตัวอยู่ตามเซฟเฮ้าส์ แต่ก็มีบางคนที่ยังคงอาศัยอยู่ในบ้านของตนเองตามปกติ





