อดีตหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิเศษฯ ชี้ประกาศกฏอัยการศึกไม่ใช่ยึดอำนาจ พร้อมเตือนให้ระวังกองกำลังใต้ดิน
พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีตหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ (ภาคใต้) ศูนย์รักษาความปลอดภัย (ศรภ.) วิเคราะห์ถึงการประกาศใช้กฎอัยการศึกของผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ที่ต่างชาติวิจารณ์เป็นการรัฐประหารแบบอ่อน ว่า การใช้กฎอัยการศึกไม่ใช่การยึดอำนาจ เพราะเป็นการประกาศภายใต้รัฐธรรมนูญ ไม่มีการฉีกรัฐธรรมนูญ
"ตามปกติแล้วในการประกาศอัยการศึก รัฐบาลต้องมาขอความเห็นชอบหรือขอให้ทหารประกาศ แต่ครั้งนี้รัฐบาลเป็นตัวปัญหาเสียเอง ทำให้ปัญหาความมั่นคงเกิดขึ้น รัฐบาลตั้งศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ขึ้นมา เพื่อหวังไม่ให้ความขัดแย้งขยายตัว แต่ที่ผ่านมา ศอ.รส.ไม่สามารถทำได้ ซ้ำตัว ศอ.รส. เอง ยังกระทำการสร้างความขัดแย้งแตกแยก โจมตีศาล โจมตีฝ่ายตรงข้าม เมื่อรัฐบาลทำไม่ได้ ทหารจึงมีความจำเป็นต้องออกมา โดยใช้อำนาจตามกฎอัยการศึก จัดระเบียบให้เข้าที่เข้าทาง"
พล.ท.นันทเดช กล่าวต่อว่า หลังจากนี้รัฐบาลกับกองทัพต้องคุยกัน กองทัพต้องพูดคุยกับทุกฝ่าย ต้องคุยกันทุกประเด็น เพื่อหาข้อยุติไม่ให้ข้อขัดแย้งบานปลายออกไป เรื่องนี้บางคนบอกว่าไม่ใช่เรื่องของทหาร นั่นเป็นการพูดแบบไม่เข้าใจ เพราะจริงๆ แล้วความขัดแย้งขณะนี้บานปลายเป็นปัญหาความมั่นคง จึงเป็นหน้าที่โดยตรงของทหารที่จะเข้ามาจัดการ
"หลายฝ่ายประเมินกันว่าเมื่อประกาศกฎอัยการศึกแล้ว คู่ขัดแย้งบางฝ่ายอาจเสียเปรียบ บางฝ่ายอาจได้เปรียบ แต่จริงๆ แล้ว การควบคุมภายใต้กฎอัยการศึกทำเสมอภาคกัน ส่วนความเคลื่อนไหวใต้ดินเพื่อท้าทายอำนาจทหารถือเป็นเรื่องน่าห่วง เพราะการเคลื่อนไหวที่ใช้ความรุนแรงตอบโต้มีการเตรียมการไว้อยู่แล้ว จึงต้องจับตาดูว่าคนสั่งการกองกำลังเหล่านั้นจะตัดสินใจอย่างไร"
เขายังเรียกร้องให้กองทัพอธิบายไปยังนานาประเทศให้ชัดเจนว่า สิ่งที่ทำไม่ใช่การรัฐประหาร แต่เป็นการรักษาความสงบเรียบร้อย และที่ทหารต้องทำ ก็เพราะรัฐบาลหมดสิ้นอำนาจเกือบจะเบ็ดเสร็จแล้ว
"ในมุมมองของผมเห็นว่าตอนนี้อำนาจรัฏฐาธิปัตย์ส่วนใหญ่มาอยู่ในมือทหาร แต่ไม่ใช่การยึดอำนาจรัฏฐาธิปัตย์จากรัฐบาลพลเรือน เพียงเป็นลักษณะประคับประคองอำนาจเอาไว้ ผมว่าหลังจากนี้บทบาทสำคัญจะไปอยู่ที่วุฒิสภา ต้องตามดูบทบาทของวุฒิสภาว่าจะสามารถเข้ามาช่วยเหลือคลี่คลายวิกฤติของประเทศได้อย่างไร ในจังหวะเวลาที่ทหารออกมาดูแลด้านความมั่นคงอย่างเต็มรูปแบบ" พล.ท.นันทเดช ระบุ





