ป.ป.ช. ย้ำเดินหน้าคดีอาญา ยิ่งลักษณ์ปมจำนำข้าวไม่มีการเมืองเกี่ยวข้อง
โรงแรมเทวมันตร์ทรา รีสอร์ท แอนด์ สปา จ.กาญจนบุรี -- 18 พ.ค.57 นายวิชา มหาคุณ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการเรื่อง “ยุทธศาสตร์การบูรณาการด้านการประชาสัมพันธ์ และการสื่อสารองค์กรในระดับจังหวัด” ถึงความคืบหน้ากรณีการไต่สวนคดีอาญา กรณีน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ละเลยเพิกเฉยไม่ระงับการดำเนินโครงการจำนำข้าวว่า การรวบรวมข้อมูลในขณะนี้เหลือเพียงบางส่วนที่กำลังขาดอยู่ เนื่องจากคดีอาญานั้นจะต้องไต่สวนอย่างรอบคอบ มีพยานหลักฐานที่ชัดเจนเพียงพอ เพื่อส่งให้อัยการพิจาณาว่าจะฟ้องร้องหรือไม่ เพราะคดีอาญาจะต้องมีเรื่องของเจตนาทุจริต เจตนาละเว้น เจตนาที่จะไม่กระทำการใดๆ ในทางอาญา ซึ่งต้องมีพยานหลักฐานชัดเจนทาง ป.ป.ช. ได้หาข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานที่ถูกอ้างอิงมา
ผู้สื่อข่าวถามว่าคาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 2 เดือนตามที่เคยระบุหรือไม่ นายวิชา กล่าวว่า เป็นการวางเป้าหมายในการทำงานเอาไว้ แต่จะแล้วเสร็จหรือไม่เป็นเรื่องของอนาคต ที่ป.ป.ช.จะต้องทำงานไปตามเป้าหมาย ส่วนกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ขอให้ไต่สวนพยานเพิ่มเติม 6 ปาก ประกอบด้วยระดับอธิบดี รองอธิบดีนั้น คณะกรรมการป.ป.ช.ยังไม่ได้มีมติในเรื่องนี้ คาดว่าจะนำเข้าสู่วาระการประชุมของคณะกรรมการ ป.ป.ช.ในสัปดาห์หน้า
เมื่อถามว่าต้องนำกรณีการไต่สวนนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์กับพวก ในกรณีรับจำนำข้าวมาประกอบการพิจารณาคดีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ด้วยหรือไม่ นายวิชา กล่าวว่า เรื่องนี้กำลังดำเนินการไต่สวนอยู่ หากนายบุญทรงยืนยันข้อเท็จจริงที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ป.ป.ช.ก็จะนำมาเป็นส่วนประกอบในการพิจารณาคดีอาญา น.ส.ยิ่งลักษณ์ด้วย อย่างไรก็ตามคดีของนายบุญทรงคงจะไม่เสร็จพร้อมกับคดีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เนื่องจากคดีของนายบุญทรงกับพวกมีข้อเท็จจริงที่ต้องไต่สวนเป็นจำนวนมาก มีผู้ถูกกล่าวหาจำนวนมากด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะบริษัทเอกชนที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีและไม่ให้ร่วมมือ แต่ทั้ง 2 คดีนี้ต่างคนต่างพิจารณาไม่ต้องรอกัน
เมื่อถามว่าในอดีตเคยมีหรือไม่ที่ ป.ป.ช.ชี้มูลคดีให้ถอดถอนผู้ถูกกล่าวหาแต่ไม่โดนชี้มูลความผิดในกรณีอาญา นายวิชา กล่าวว่า เคยมีกรณีของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี เมื่อครั้งถูกร้องในกรณีให้ส.ส.เข้าไปช่วยงานกระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งครั้งนั้นถือว่าถูกชี้มูลถอดถอนผิดจริยธรรมเพียงอย่างเดียว แต่ในกรณีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ในเรื่องจำนำข้าวนั้นคงต้องสุดแล้วแต่หลักฐาน
นายวิชา กล่าวว่า ป.ป.ช.ยืนยันว่าในการวินิจฉัยคดี ป.ป.ช.ไม่เคยเอาการเมืองมาเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะในการไต่สวนหรือในการชี้มูลความผิด จะตัดเรื่องการเมืองออกไป ไม่เคยดูว่าคนนั้นเป็นใคร คนนี้เป็นใคร เพราะถ้ามัวคอยมาดูว่าคนนี้เป็นนายกฯ คนนั้นเป็นรัฐมนตรีก็คงไม่ต้องทำงานกันพอดี แต่ไม่ว่าจะเป็นใครก็ต้องที่ดำรงตำแหน่งนั้นๆ คนนั้นผิดหรือถูก





