ศาลยกคำร้อง"ดีเอสไอ" ขอฝากขัง"สมบัติ ธำรงธัญวงศ์"หลังถูกจับตามหมายจับร่วมแกนนำกปปส.เป็นกบฏ ศาลชี้เหตุเพื่อให้นำตัวส่งอัยการยื่นฟ้องคดี
พ.ต.ท.ไกรวิทย์ อรสว่าง รอง ผบ.สำนักการเงิน และธนาคาร กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสยบไพรี ของ บช.ปส. ประมาณ 10 นาย พร้อมอาวุธ ควบคุม นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อดีตอธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์(นิด้า)ผู้ต้องหา ที่ถูกจับกุมได้ ตามหมายจับศาลอาญา ที่อัยการมีความเห็นควรสั่งฟ้องร่วมกันแกนนำ กปปส.เป็นกบฏ และความผิดอื่น รวม 8 ข้อหา มายื่นคำร้องฝากขังครั้งแรก เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 16 - 27 พ.ค. นี้ เนื่องจากต้องรอผลการตรวจสอบพิมพ์ลายนิ้วมือของผู้ต้องหาและอื่นๆ ซึ่งท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนดีเอสไอ ได้คัดค้านการปล่อยชั่วคราวด้วย เนื่องจากเกรงว่าผู้ต้องหาอาจจะไปขึ้นเวทีปราศรัยปลุกระดมมวลชน และกระทำผิดซ้ำอีก
ขณะที่นายวิโรจน์ ภูมิศิริสวัสดิ์ ทีมทนายความ กปปส. ก็ได้เดินทางมายื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวใช้ตำแหน่งของ รศ.ดร.ประดิษฐ์ วรรณรัตน์ อธิการบดี นิด้า เป็นหลักทรัพย์ แต่อย่างไรก็ดี ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ศาลมีคำสั่งให้ออกหมายจับผู้ต้องหา โดยระบุในหมายจับว่า “ให้เจ้าพนักงานมีอำนาจควบคุมผู้ถูกจับได้เพียงเท่าที่จำเป็นในการนำตัวส่งฟ้องต่อศาลเท่านั้น เจ้าพนักงานตำรวจจึงมีหน้าที่ต้องส่งตัวผู้ต้องหา ให้แก่พนักงานอัยการเพื่อให้พนักงานอัยการนำตัวมาฟ้องคดีต่อศาลเท่านั้น” พนักงานสอบสวนจะดำเนินการสอบสวนต่อ หรือสอบสวนเพิ่มเติมไม่ได้ จึงไม่มีเหตุที่จะขอฝากขังผู้ต้องหา ดังนั้นให้ยกคำร้องฝากขังดังกล่าว
ภายหลังนายวันธงชัย ชำนาญกิจ ทีมทนายความ กปปส. กล่าวว่า ศาลมีคำสั่งยกคำร้องฝากขังของดีเอสไอ เนื่องจากเห็นว่าพนักงานสอบสวนได้ดำเนินการผิดจากที่เคยแถลงต่อศาล ว่าอัยการพร้อมนำสำนวนและผู้ต้องหายื่นฟ้องต่อศาล แต่อย่างไรก็ดี ทราบว่า เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ กำลังประสานอัยการเพื่อยื่นฟ้องศาลให้ทันภายในวันนี้ ทั้งนี้หากอัยการยังยื่นฟ้องไม่ทัน ตามขั้นตอนก็ต้องปล่อยตัวนายสมบัติไปก่อนเพราะเจ้าหน้าที่ไม่มีอำนาจควบคุมตัว





