ปปง.เร่งสอบธุรกรรม 476 บัญชี เปิดเพื่อโกงภาษี ฉ้อโกงคอลเซ็นเตอร์ ค้ายาฯ เตือนผู้สูงอายุ-ขรก.บำนาญอย่าหลงเชื่ออาจถูกใช้เป็นเครื่องมือ
พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) เปิดเผยว่า ภายหลังได้รับการร้องเรียนจากประชาชนช่วงวันที่ 4 - 30 เม.ย.ที่ผ่านมาว่าถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกลวงให้โอนเงินจำนวน 77 ราย สูญเงินไปแล้วประมาณ 33 ล้านบาท โดยพบว่ามีการเปลี่ยนรูปแบบให้โอนเงินที่เคาน์เตอร์ธนาคารแทนการโอนเงินที่ตู้เอทีเอ็ม โดยเหยื่อส่วนใหญ่ยังคงเป็นผู้สูงอายุ ข้าราชการบำนาญ
ซึ่งขณะนี้จากการแกะรอยจากสลิปเงินฝากธนาคารพบว่ามีการเปิดบัญชีธนาคารที่เชื่อว่าอาจนำไปใช้ในการกระทำความผิดซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบ 476 บัญชี เป็นคดีคอลเซนเตอร์ 306 บัญชี ยาเสพติด 20 บัญชี ฉ้อโกงภาษีมูลค่าเพิ่ม 106 บัญชี และฉ้อโกงทางอินเทอร์เน็ต 44 บัญชี ซึ่ง ปปง.ได้ประสานกับ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(ป.ป.ส.) ตรวจสอบบัญชีที่อาจนำไปใช้กระทำความผิดโดยคาดว่าภายใน 2 เดือนจะพบว่ามีทั้งหมดกี่บัญชี
เลขาธิการ ปปง.กล่าวอีกว่า ขณะนี้มีการใช้หน่วยข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบบของเงินสกุลเสมือนจริงมาใช้ซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าแทนเงินสดจึงแจ้งเตือนสถาบันการเงินและประชาชนว่า เงินสกุลเสมือนจริงไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามกฎหมายและไม่มีมูลค่าในตัวเองทำให้ลูกค้าต้องรับความเสี่ยงจากการทำธุรกรรมดังกล่าว โดยผลจากการทำธุรกรรมที่มีความเคลื่อนไหวของมูลค่าเงินอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะธุรกรรมข้ามประเทศอาจถูกใช้เป็นช่องทางในการฟอกเงินและการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายทำให้บริษัทที่ให้บริการอาจมีความผิดตามกฎหมายด้วย ซึ่งวันนี้เวลา 14.00 น.จะเชิญผู้แทนธนาคารพาณิชย์36 แห่ง มาประชุมเพื่อวางแนวทางแก้ไข โดยเชื่อว่าหากสถาบันการเงินปฏิบัติจามกฎหมายฟอกเงินอย่างเคร่งครัดก็จะไม่มีผู้รับจ้างเปิดบัญชีให้แก๊งคอลเซนเตอร์และหลังจากนี้ ป.ป.ง.จะเสนอให้แกัไขกฎหมายดำเนินคดีกับผู้รับจ้างเปิดบัญชีด้วย





