วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ศาลรธน.ชี้ชะตา'นายกฯ'วันนี้

ลุ้นศาลรัฐธรรมนูญชี้ชะตาสถานภาพ "ยิ่งลักษณ์" วันนี้

ศาลรธน.นัดชี้ชะตา "ยิ่งลักษณ์" คดีโยกย้าย "ถวิล" เที่ยงวันนี้ นายกฯ เบิกความสู้ยันไม่เคยแทรกแซง ทำเพื่อเครือญาติ "เพื่อไทย" ตั้งวอร์รูมลุ้นคำวินิจฉัย หวังศาลวินิจฉัยหาทางออกให้บ้านเมืองมากกว่านำไปสู่ความขัดแย้ง "จารุพงศ์" ขู่ ครม.ไปทั้งคณะวุ่นแน่ ด้านรัฐบาลรอร่าง พ.ร.ฎ. เลือกตั้งเก้อ

ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำสั่งนัดอ่านคำวินิจฉัยคำร้องที่ประธานวุฒิสภาส่งความเห็นสมาชิกวุฒิสภา ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีของ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 182 วรรคหนึ่ง (7) ประกอบมาตรา 268 หรือไม่ จากกรณีแต่งตั้งโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยนัดอ่านคำวินิจฉัยในวันนี้ (7 พ.ค.) เวลา 12.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.30 น. วานนี้ (6 พ.ค.) คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ได้ออกนั่งบัลลังก์ ไต่สวนพยาน 4 ปาก ประกอบด้วย นางสาวยิ่งลักษณ์ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี อดีตปลัดกระทรวงคมนาคมและอดีตเลขาธิการสมช. นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา และ นายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสมช.

โดย นายบุญส่ง กุลบุปผา ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เป็นผู้กล่าวกำหนดประเด็นการไต่สวนไว้ 3 ประเด็น ดังนี้ 1.เมื่อมีการยุบสภา ปัญหาพิจารณามีว่า ผู้ถูกร้องต้องพ้นจากตำแหน่งแล้ว ความเป็นรัฐมนตรีของผู้ถูกร้องสิ้นสุดลงแล้วหรือไม่ 2.เมื่อการกระทำของผู้ถูกร้องต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ อันเป็นการกระทำให้ความเป็นรัฐมนตรีทั้งคณะสิ้นสุดลงหรือไม่ และ 3.เมื่อความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงจะเป็นเหตุให้ความเป็นรัฐมนตรีของคณะรัฐมนตรีทั้งคณะสิ้นสุดลงหรือไม่

"ไพบูลย์"ชี้ถ้าสิ้นสภาพ-ตั้งนายกฯ ภายใน7วัน

ทั้งนี้ ศาลรัฐธรรมนูญ ได้ให้นายไพบูลย์ ขึ้นเบิกความเป็นปากแรก นายไพบูลย์ กล่าวว่า ศาลปกครองเห็นว่าผู้ถูกร้องกระทำให้ตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) ว่างลง เพื่อให้ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ขึ้นเป็นผบ.ตร.แทน โดยการโยก พล.ต.อ.วิเชียร มาดำรงตำแหน่งเลขาธิการ สมช. เพื่อเอื้อต่อเครือญาติ ถือเป็นการใช้สถานะความเป็นนายกฯ เข้าไปแทรกแซงให้นายถวิล พ้นจากตำแหน่งเลขาธิการ สมช. เพื่อผลักดัน พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ซึ่งไม่ได้กระทำตามนโยบายที่แถลงต่อรัฐสภา และเป็นการกระทำที่ไม่ใช่ตามที่กฎหมายกำหนด

“เมื่อผู้ถูกร้องถูกวินิจฉัยแล้วตำแหน่งจึงว่างลง จึงต้องแต่งตั้งนายกฯ ทันที ซึ่งการแต่งตั้งนายกฯ แทนนายสมัคร สุนทรเวช ได้ใช้เวลาแค่ 9 วัน และการแต่งตั้งนายกฯ แทนนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ใช้เวลา 14 วัน จึงเห็นว่าการแต่งตั้งนายกฯ คนใหม่ควรกระทำทันที ซึ่งสถานการณ์ขณะนี้รัฐบาลไม่สมประกอบ สุ่มเสี่ยงที่เศรษฐกิจเสียหาย จึงจำเป็นเร่งด่วน ไม่ควรเกิน 7 วัน”

นายไพบูลย์ ยังกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ขอควรให้วินิจฉัยตามมาตรา 268 มีผลให้ความเป็นรัฐมนตรีของผู้ถูกร้องสิ้นสุดลงเฉพาะตัว จึงไม่อยู่ในตำแหน่งรัฐมนตรีตามมาตรา 181 จึงเป็นเหตุให้ ครม.ทั้งคณะพ้นจากตำแหน่งตามมาตรา 181 และ ครม.จึงต้องร่วมรับผิดตามมาตรา 171 จึงมีความจำเป็นเร่งด่วน และวินิจฉัยให้แต่งตั้งนายกฯ คนใหม่ทันที โดยนำรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องมาใช้โดยอนุโลม

"จรัญ"พบพิรุธเอกสารโอนแก้ไขวันที่

ขณะที่ นายจรัญ ภักดีธนากุล ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ซักถามว่า จากการตรวจสอบเอกสารหลักฐาน กระบวนการโยกย้ายนายถวิล พบว่า เอกสารการแจ้งโอนจากหน่วยงานต้นสังกัด ไปยังหน่วยงานรับโอน ลงวันที่ 4 ก.ย. 2554 ถูกต้องไหมและเป็นวันอาทิตย์ใช่หรือไม่ และหนังสือจากเลขาธิการสำนักนายกฯ แจ้งไปยัง พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รองนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น เพื่อขอความเห็นชอบ แจ้งไปวันอาทิตย์ 4 ก.ย. 2554 ได้ระบุว่า นางสาวกฤษณา สีหลักษณ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ในขณะนั้น ได้ให้ความเห็นชอบแล้ว แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่า เอกสารรัฐมนตรีสำนักนายกฯ ลงวันที่ 5 ก.ย. 2554 ซึ่งตรงกับวันจันทร์ เป็นเอกสารฉบับเดียวกัน เนื้อความเดียวกัน แต่กลับลงวันที่ต่างกัน

นายไพบูลย์ ตอบว่า วันที่ 4 ก.ย. 2554 เป็นวันอาทิตย์ เนื่องจากมีการประชุมคณะรัฐมนตรีในวันอังคารที่ 6 ก.ย. 2554 อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้เป็นประเด็นความเร่งรัดอย่างผิดปกติ ไม่เป็นกระบวนการตามขั้นตอนปกติ ซึ่งส่วนตัวไม่ทราบว่า เอกสารทั้ง 2 ฉบับที่มีเนื้อหาเดียวกัน แต่ทำไมลงวันที่ต่างกัน

"ยิ่งลักษณ์"ปัดเอื้อประโยชน์เครือญาติ

ด้าน นางสาวยิ่งลักษณ์ ได้ขึ้นชี้แจงโดยขอปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ยืนยันว่าตนได้รับความไว้วางใจจากประชาชน ได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา ที่ได้ดำรงตำแหน่งนายกฯ ต้องรับผิดชอบในการบริหารประเทศ คำนึงถึงประโยชน์ของประเทศ ขั้นตอนการโยกย้ายยึดหลักบริหารราชการแผ่นดิน และในฐานะนายกฯ ตนได้มอบอำนาจในรองนายกรัฐมนตรี ในการสั่งการ กำหนดแผนงาน บุคลากร เพื่อรับผิดชอบผลการปฏิบัติงานที่แถลงไว้ในรัฐสภา เรื่องนี้ได้มอบให้พล.ต.อ.โกวิท ดูแลความมั่นคง รับผิดชอบงานในสภาความมั่นคง (สมช.)

"ดิฉันไม่ได้รับผิดชอบในเรื่องการโยกย้าย ไม่ได้แทรกแซงการทำงานต่างๆ จึงขอปฏิเสธพฤติการณ์ต่างๆ เพราะได้มอบอำนาจในการโยกย้ายให้รองนายกฯ รับผิดชอบ ยืนยันว่าไม่ได้เข้าแทรกแซงการบริหารแต่อย่างใด ไม่มีพฤติกรรมที่วางแผนเป็นระบบเป็นตอน ไม่ได้ทำในสิ่งที่กฎหมายห้าม ได้ยึดถือประโยชน์ประชาชนและประโยชน์ของประเทศ ไม่ได้คำนึงถึงเครือญาติ ขอบอกว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ได้หย่าขาดกับคุณหญิงพจมานไปเรียบร้อยแล้ว และการหย่าร้างก็ไม่ได้มีผลในการพิจารณาการแต่งตั้งโยกย้าย ซึ่งพิสูจน์ได้ว่าแม้วันนี้ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ จะเกษียณแล้ว ก็ไม่มีชื่อ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ มานั่งเป็นรัฐมนตรีแต่อย่างใด"

ศาลรธน.นัดฟังคำวินิจฉัยเที่ยงวันนี้

ต่อมาเมื่อเวลา 14.05 น. ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ โดยนายจรูญ ได้อ่านกระบวนการวิธีพิจารณา โดยระบุว่า กรณีที่ผู้ถูกร้องขอให้สอบพยานเพิ่มพยาน ได้แก่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน นายชาญชัย แสวงศักดิ์ ตุลาการศาลปกครองสูงสุด นายนพดล เฮงเจริญ อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ นายสมรรถชัย วิศาลาภรณ์ นายสมชัย วัฒนการุณ และ นายประวิตร บุญเทียม ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองกลาง ขอยื่นแถลงปิดคดี ซึ่งศาลไม่อนุญาต เนื่องจากเห็นว่าพยานหลักฐานครบถ้วนและกระบวนการไต่สวนเสร็จสิ้นแล้ว จึงขอนัดคำฟังวินิจฉัยในวันที่ 7 พ.ค. เวลา 12.00 น.

พท.ตั้งวอร์รูมเกาะติดคำวินิจฉัย

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงภายหลังการประชุม ส.ส.พรรคเพื่อไทย ว่าที่ประชุมมีความกังวล กรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดวินิจฉัยคดีการโยกย้ายนายถวิล เพราะหากศาลวินิจฉัยให้นายกฯ และครม. พ้นสมาชิกภาพก็อาจจะส่งผลกระทบทางการเมือง ในขณะที่บางส่วนมองว่าศาลรัฐธรรมนูญควรวินิจฉัยหาทางออกให้บ้านเมือง มากกว่าจะนำไปสู่การขัดแย้งทางการเมือง โดยในวันที่ 7 พ.ค. นี้ พรรคเพื่อไทยจะตั้งวอร์รูมเพื่อติดตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่พรรคเพื่อไทย ในเวลา 10.00 น.

"จารุพงศ์"ขู่ครม.ไปทั้งคณะวุ่นวายแน่

ด้าน นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญ นัดไต่สวนคดี นางสาวยิ่งลักษณ์ ในวันที่ 7 พ.ค. ว่า เป็นดุลพินิจของศาล ที่จะต้องให้ความยุติธรรม อย่างไรก็ตามในส่วนของพรรคเพื่อไทย มีแผนรองรับไว้แล้ว ถ้าศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้นายกฯ และคณะรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่ง

"ถ้าครม.ไปทั้งคณะ ต้องวุ่นวายแน่ แต่พวกเรารู้ว่าไป ซึ่ง นายกฯ ได้ยุบสภาตั้งแต่วันที่ 9 ธ.ค. ก็คือลาออก แต่ไม่ใช้คำว่าลาออก เพราะกฎหมายให้ใช้คำว่ายุบสภา"

นายธนาวุฒิ วิชัยดิษฐ โฆษกแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า สำหรับคนเสื้อแดงไม่ว่าศาลจะตัดสินไปในทิศทางใดก็ตาม ทางแกนนำก็จะประเมินสถานการณ์เป็นวันๆ ไป แต่ยิ่งศาลตัดสินเป็นลบเท่าไร ก็จะยิ่งเรียกแขกมากเท่านั้น

ส่วนการชุมนุมใหญ่ของคนเสื้อแดงจะยังจัดชุมนุมในวันที่ 10 พ.ค. ที่ถนนอักษะ ย่านพุทธมณฑล เช่นเดิม เพื่อปรามฝ่ายที่ต้องการอำนาจด้วยวิธีการนอกระบบ

กกต.นัดถกรัฐบาลใหม่ปม พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง

เมื่อเวลา 17.00 น. วันเดียวกัน นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แถลงผลการประชุมกกต.เพื่อพิจารณาเนื้อหาถ้อยคำในร่างพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) แก้ไขเพิ่มเติมกำหนดวันเลือกตั้งเป็นการทั่วไป ว่า เมื่อวันที่ 30 เม.ย.ที่ผ่านมา กกต.หารือร่วมกับนายกรัฐมนตรีที่กองทัพอากาศ จากนั้น กกต.ได้ประสานไปยังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่ง 2 หน่วยงานยังมีความเห็นแตกต่างในประเด็นข้อกฎหมาย

โดย กกต. ยืนยันในเรื่องการแก้ไขปัญหาการเลือกตั้ง 2 ก.พ. แต่กฤษฎีกายังมีความเห็นแย้ง ใน กกต.ได้ประชุมพิจารณาและมีความเห็นส่งไปยังครม.เป็นหนังสือด่วนที่สุด ลงนามโดย กกต. ทั้ง 5 คน เรื่องความเห็นของ กกต.เกี่ยวกับ พ.ร.ฎ.แก้ไขเพิ่มเติมกำหนดวันเลือกตั้ง ส.ส. เป็นการเลือกตั้งทั่วไป พ.ศ. .... ส่งถึงนายกรัฐมนตรี พร้อมกับแนบเอกสารอีก 2 ฉบับ ประกอบด้วย หนังสือสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ลงวันที่ 1 พ.ค. 2557 และ คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 2/2557 ลงวันที่ 24 ม.ค. 2557 เพื่อขอให้ นายกฯ มาประชุมร่วมกับ กกต. อีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้เกิดความละเอียดรอบคอบ

เลขาธิการ กกต. กล่าวว่า หากทั้ง 2 ฝ่าย กำหนดวันที่จะพูดคุยกันโดยเร็วภายใน 3-5 วัน ก็จะไม่กระทบจนต้องขยับวันเลือกตั้งจากที่กำหนดไว้ คือ วันที่ 20 ก.ค. นี้ นอกจากนี้ขอยืนยันว่าการทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีเพื่อเชิญมาหารืออีกครั้งหนึ่ง ไม่เกี่ยวกับกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยคดีของนายกรัฐมนตรีในวันที่ 7 พ.ค.

ครม.รอร่างพ.ร.ฎ.เลือกตั้งเก้อ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 17.00 น. วันเดียวกัน นางสาวยิ่งลักษณ์ ได้มอบหมายให้นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ ที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เมืองทองธานี เพื่อพิจารณาวาระเดียว คือ วาระที่ กกต. ส่งเอกสารร่าง พ.ร.ฎ.กำหนดวันเลือกตั้งมาให้ ครม. พิจารณาเพื่อทราบ และให้นายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าฯ ต่อไปตามขั้นตอน

จนกระทั่งเวลา 17.30 น. ครม.ได้รับเอกสารจากสำนักงาน กกต. แต่กลับเป็นเพียงหนังสือเชิญรัฐบาลหารือเรื่องการจัดการเลือกตั้งอีกครั้ง ไม่ใช่เอกสารร่าง พ.ร.ฎ.กำหนดวันเลือกตั้ง ตามที่ ครม.รอแต่อย่างใด ทำให้รัฐมนตรีที่มารอประชุมต่างทยอยเดินทางกลับออกไป