วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'อภิสิทธิ์'พบ'สนธยา'หาทางออกปท.ก่อนเลือกตั้ง

"อภิสิทธิ์"พบ"พลังชล"ปิดจ๊อบถกทางออกประเทศ ก่อนเสนอพิมพ์เขียวแก้วิกฤติภายใน 2 วัน เชื่อทันกรอบเวลาเงื่อนไข ด้าน"สนธยา"ยังแทงกั๊กท่าที

ที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และคณะ เดินทางเข้าหารือกับนายสนธยา คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังชล เพื่อเสนอทางเลือกที่จะเป็นทางออกของประเทศในการแก้ไขวิกฤติการเมือง โดยใช้เวลาในการหารือราว 45 นาที หลังจากก่อนหน้านี้นายอภิสิทธิ์ ได้เดินสายพบพรรคการเมืองแล้ว 3 พรรค ประกอบด้วยพรรคชาติไทยพัฒนา พรรคชาติพัฒนา และพรรคภูมิใจไทย

จากนั้นนายอภิสิทธิ์ และนายสนธยา ร่วมกันแถลงถึงบทสรุปในการหารือที่ตรงกันว่า การเลือกตั้งในบรรยากาศที่บ้านเมืองยังไม่สงบเรียบร้อย อาจทำให้เกิดปัญหาให้การเลือกตั้งไม่ประสบความสำเร็จ ซึ่งพรรคพลังชลไม่ติดใจถ้าจะมีการเลื่อนการเลือกตั้งออกไป เพื่อรอให้ปัญหาคลี่คลาย และนำไปสู่ความสำเร็จในการเลือกตั้ง ไม่ทำให้เกิดเป็นโมฆะซ้ำสอง โดยพร้อมพิจารณาข้อเสนอของนายอภิสิทธิ์ ก่อนจะกำหนดท่าทีต่อไป

นายสนธยา กล่าวว่า พลังพลังชลไม่เคยระบุว่าจะต้องเลือกตั้งภายในวันที่เท่าไหร่ ตามที่พรรคเพื่อไทยออกมากล่าวอ้าง เพราะพรรคร่วมรัฐบาลยังไม่เคยหารือกัน โดยขณะนี้รอการพิจารณาร่วมกันระหว่างนายกรัฐมนตรีกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าจะมีผลสรุปเกี่ยวกับการเลือกตั้งอย่างไร จากนั้นพรรคร่วมรัฐบาลจะได้หารือ ซึ่งยังบอกไม่ได้ว่าจะต้องเลือกตั้ง หรือจะเลื่อนการเลือกตั้งออกไป เพราะยังไม่ทราบผลสรุปการเจรจาระหว่างกกต.กับนายกฯ แต่อยากให้บ้านเมืองเกิดความสงบ ซึ่งเชื่อว่าถ้าสามารถนำจุดร่วมของทุกฝ่ายมามัดรวมกัน และมีการเจรจาน่าจะเป็นทางออกที่ดี แต่ขณะนี้พรรคพลังชลยังไม่มีแนวทางและยังไม่แสดงจุดยืนอะไร เพราะต้องรอดูว่าข้อเสนอของนายอภิสิทธิ์ จะประสบความสำเร็จหรือไม่ ซึงไม่ใช่การลอยตัวอยู่เหนือปัญหา

ด้านนายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า หลังจากนี้จะสรุปข้อเสนอเพื่อต่อสาธารณะและเสนอให้กปปส.และรัฐบาลพิจารณา ซึ่งกำลังดูรูปแบบที่เหมาะสมว่าจะต้องไปเจรจากับกปปส.และรัฐบาลหรือไม่ โดยเชื่อว่าจะทำได้เสร็จภายใน 2 วันนี้ ยืนยันว่าการทำงานไม่มีการประวิงเวลา เพราะมีกรอบเวลาของหลายเรื่องที่เป็นตัวบังคับอยู่ ทั้งกรณีคดีความ และการเคลื่อนไหวของกลุ่มต่างๆ รวมถึงการที่จะมีการออกพระราชกฤษฎีกากำหนดวันเลือกตั้ง หลังจากการหารือระหว่างนายกฯและกกต. ซึ่งเบื้องต้นกกต.จะเสนอให้มีการเลือกตั้งวันที่ 20 ก.ค. หากพิจารณาตามกฎหมายจะพบว่าร่างพระราชกฤษฎีกาน่าจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 20 พ.ค. คือ 60 วันก่อนการเลือกตั้ง จึงมั่นใจว่าข้อเสนอของตนจะออกมาก่อนเพื่อให้ทุกฝ่ายได้พิจารณาและสามารถแก้ปัญหาได้ทัน และฝากถึงน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่เคยพูดว่าจะให้โอกาสตนหาทางออกประเทศ จึงอยากให้ปฏิบัติตามที่พูดด้วย อย่าปิดทางเลือกประชาชน อยากให้พิจารณาข้อเสนอของตนก่อนที่จะตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่ง ทั้งนี้การทำงานครั้งนี้ไม่ได้เป็นตัวกลางเจรจากับฝ่ายใดทั้งสิ้น แต่เดินสายเพื่อดึงจุดร่วมของฝ่ายต่างๆ ออกมาเป็นทางเลือกให้กับประชาชน และไม่เคยร้องขอให้กปปส.หยุดเคลื่อนไหว เพราะทุกคนมีสิทธิ์เคลื่อนไหวตามรัฐธรรมนูญได้เต็มที่

"หลังจากทำข้อเสนอแล้วถือว่าภารกิจเสร็จสิ้น ไม่ว่าจะประสบความสำเร็จหรือไม่ ก็คิดว่าไม่สูญเปล่า เพราะหลังจากที่เดินสายก็มีการขับเคลื่อนจากหลายภาคส่วนในเรื่องการปฏิรูปประเทศ เช่นเครือข่ายเดินหน้าปฏิรูปประเทศไทย ที่ไปพบเป็นองค์กรแรก ได้มีการจัดสัมมนาเพื่อเดินหน้าในเรื่องการปฏิรูปประเทศไทยในขณะที่กองทัพก็แสดงชัดว่าต้องการเห็นความสงบเรียบร้อยในบ้านเมือง จึงถือว่าผมได้แสดงความรับผิดชอบต่อบ้านเมืองในภาวะที่มีวิกฤติแล้ว แต่ข้อเสนอจะได้รับการตอบสนองหรือไม่ขึ้นกับการตัดสินใจของแต่ละฝ่าย"นายอภิสิทธิ์ กล่าว