"จุรินทร์"ระบุ"ยิ่งลักษณ์-นิคม" เตะถ่วงออกพรฎ.เปิดรัฐสภาสมัยวิสามัญ
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา ระบุว่า การเปิดประชุมวิสามัญรัฐสภา เพื่อแต่งตั้งคณะกรรมการ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไม่ใช่เรื่องจำเป็นเพื่อประโยชน์แห่งรัฐ กับการออกมาเคลื่อนไหว ของเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ที่ระบุว่าต้นเรื่องการเปิดประชุมวิสามัญรัฐสภาต้องเป็นหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎรนั้น สอดคล้องกับความพยายามเตะถ่วง ในการออกพระราชกฤษฎีกา (พรฎ.) เปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ ของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม
" ชี้ให้เห็นได้ชัดว่าบุคคลทั้ง 2 มีเจตนารับใช้ใคร และมีเจตนาตีรวน การขอเปิดประชุมวิสามัญหรือไม่ เพราะการพยายามอ้างเหตุนานัปการของรัฐบาล ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่สามารถลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ พรฎ.เปิดประชุมฯได้เพราะผิดรัฐธรรมนูญ เป็นเรื่องฟังที่ไม่ขึ้น เพราะล่าสุด ได้เคยมี พรฎ.เรียกประชุมสมัยวิสามัญรัฐสภา โดยนายกรัฐมนตรีเป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการมาแล้วถึง3ครั้ง 3ฉบับ คือ ฉบับวันที่19 มิ.ย. 2549 , ฉบับวันที่ 11 ส.ค. 2549 และฉบับวันที่ 6 ก.ย. 2549"นายจุรินทร์ กล่าว
นายจุรินทร์ กล่าวต่อว่า ทั้ง 3 ฉบับผู้รับสนองพระบรมราชโองการก็คือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีสมัยนั้น ซึ่งเป็นกุนซือใหญ่ให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ อยากทราบว่าวันนั้นทำได้แต่วันนี้ทำไมทำไม่ได้ จะอ้างรัฐธรรมนูญคนละฉบับก็ยิ่งฟังไม่ขึ้น เพราะเนื้อหารัฐธรรมนูญ 40 ขณะนั้น กับรัฐธรรมนูญปี 50 ขณะนี้ เพราะในประเด็นนี้ล้วนมีเนื้อหาอย่างเดียวกัน อีกทั้งเนื้อหาในพรฎ.ทั้ง 3 ฉบับก็ระบุชัดเหมือนกันว่า ต้นเรื่องของการออกพรฎ.ก็มาจากประธานวุฒิสภา ไม่ได้มาจากสภาผู้แทนราษฎรอย่างที่เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรกล่าวอ้างแต่อย่างใด
รองหัวหน้าปชป. กล่าวว่า ที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือการออกพรฎ.ทั้ง 3 ฉบับนั้นก็ออกในสถานการณ์ที่เหมือนปัจจุบันทุกประการนั่นคือ 1.อยู่ในระหว่างยุบสภาผู้แทนราษฎร 2.อายุของวุฒิสภาได้สิ้นสุดลง 3. สมาชิกวุฒิสภาที่ได้รับเลือกตั้งใหม่ ยังไม่ได้เข้ารับหน้าที่ ซึ่งสมาชิกวุฒิสภาที่ดำรงตำแหน่งอยู่ในวันที่อายุของวุฒิสภาสิ้นสุดลง ต้องทำหน้าที่ต่อไป จนกว่าจะมีวุฒิสภาใหม่ 4. มีความจำเป็นเพื่อประโยชน์แห่งรัฐที่วุฒิสภาจะต้องมีการประชุม เพื่อให้ความเห็นชอบให้บุคคลดำรงตำแหน่งตามรธน.เหมือนกัน





