วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ทบ.ปัดจัดทหารชุดพิเศษรปภ.'หมอเหรียญทอง'

รองโฆษกทบ.ปัดจัดทหารชุดพิเศษรปภ."หมอเหรียญทอง" ชี้ทบ.จัดกำลังดูแลพื้นที่สุ่มเสี่ยง-เฝ้าระวังการใช้อาวุธสงคราม

พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีที่พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผอ.รพ.มงกุฎวัฒนะ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อองค์กรเก็บขยะแผ่นดิน ถึงการที่มีทหารมาช่วยคุ้มครองความปลอดภัยแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องจัดตั้งกองกำลังติดอาวุธว่า กองทัพบกไม่ได้ถึงขั้นจัดชุดรักษาความปลอดภัยเป็นกรณีพิเศษให้กับพล.ต.นพ.เหรียญทอง แต่อย่างใด ทั้งนี้ที่ผ่านมากองทัพบกมีการจัดกำลังดูแลพื้นที่สุ่มเสี่ยง และเฝ้าระวังการใช้อาวุธสงคราม โดยแบ่งพื้นที่ความรับผิดชอบระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร ซึ่งเป็นภารกิจที่หน่วยงานความมั่นคงต้องทำอยู่แล้ว ไม่ได้มีคำสั่งพิเศษใดๆ เป็นการปฏิบัติตามช่องทางปกติภายใต้ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ที่มอบหมายให้ตำรวจและทหารดูแลพื้นที่

โดยจะต้องปรับมาตรการป้องกันเหตุ โดยเฉพาะเรื่องการใช้อาวุธสงครามในพื้นที่เขตชุมชนเมือง อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาพบว่ามีพื้นที่เสี่ยงมากขึ้น แต่เจ้าหน้าที่ระดับพื้นที่จะต้องเฝ้าระวังป้องกันเหตุต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นภายในพื้นที่รับผิดชอบให้ได้อย่างดีที่สุด ส่วนการขอกำลังไปดูแลความปลอดภัยบุคคลใดเป็นพิเศษนั้น จะต้องพิจารณาตามระเบียบของกองทัพ ขอย้ำว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) มีนโยบายที่จะดูแลประชาชนทุกคนให้เกิดความปลอดภัย และเจ้าหน้าที่ก็ต้องปฏิบัติตามกรอบของกฎหมาย

"สำหรับการดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ถ.แจ้งวัฒนะ มีกองพลทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน (พล.ปตอ.) เป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งนอกจากการดูแลตามจุดที่ได้รับมอบหมายโดยรอบแล้ว ยังมีการจัดชุดจักรยานยนต์ลาดตระเวน และเชื่อมต่อการดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ร่วมกับทุกฝ่าย ที่ผ่านมาสถานการณ์ในพื้นที่มีแนวโน้มที่ดีขึ้น แต่ก็ต้องเฝ้าระวังเพื่อให้เกิดความปลอดภัย ส่วนกรณีกลุ่มสื่อวิทยุประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (กวป.) เข้ายื่นหนังสือต่อศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 22 เม.ย. ที่ผ่านมา ก็มีประสานงานดูแลจนการยื่นหนังสือเสร็จสิ้น ก่อนจะเกิดเหตุเสียงอาวุธปืนดังขึ้น และได้รายงานสถานการณ์ทั้งหมดให้ผบ.ทบ.ได้รับทราบเรียบร้อย"รองโฆษกกองทัพบก กล่าว

ขณะที่พ.อ.บรรพต พูลเพียร โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) กล่าวถึงการขยายการประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงฯในพื้นที่กทม.และปริมณฑล ที่จะสิ้นสุดในวันที่ 30 เม.ย.นี้ ว่า เป็นไปตามขั้นตอนของคณะรัฐมนตรี และต้องรอการประเมินจากหน่วยงานด้านความมั่นคง โดยเฉพาะสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ซึ่งเป็นผู้เสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรี ขณะเดียวกันก็ต้องมีรับฟังข้อมูลจากหน่วยงานด้านการข่าวที่เกี่ยวข้องด้านความมั่นคงที่มีการประเมินตลอดเวลา