วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ศาลรธน.อัดศอ.รส.ใช้อำนาจเกินพรบ.มั่นคง

ศาลรธน.เผยแพร่เอกสารข่าว ระบุศอ.รส.ออกแถลงการณ์ฯ คุกคามดุลพินิจ อัดใช้อำนาจนอกเหนือหน้าที่ตามพ.ร.บ.มั่นคง

สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้เผยแพร่เอกสารข่าวชี้แจงกรณีที่ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 1 ลงวันที่ 17เม.ย. โดยนายชัยเกษม นิติสิริ รมว.ยุติธรรม ในฐานะรองผู้อำนวยการศอ.รส. และนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ในฐานะเลขาธิการศอ.รส. ได้ร่วมกันแถลงขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาและมีคำวินิจฉัยในกรณีที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ถูกกล่าวหาว่าก้าวก่ายโดยแทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี อย่างตรงไปตรงมา และจะต้องไม่วินิจฉัยเกินเลยไปถึงขนาดว่า หากความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดแล้ว คณะรัฐมนตรีต้องพ้นจากตำแหน่งไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 180 โดยจะอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัตินหน้าที่จนกว่าจะมีคณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 181 อีกไม่ได้นั้น

สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญขอเรียนว่า การออกแถลงการณ์ หรือการให้ข้อมูลข่าวสารของศอ.รส. ซึ่งเป็นศูนย์อำนวยการ หรือเป็นหน่วยงานของฝ่ายบริหาร มีลักษณะเป็นการก้าวก่าย และแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญ ที่เป็นองค์กรตุลาการหนึ่งในอำนาจอธิปไตยตามรัฐธรรมนูญโดยศอ.รส. มีอำนาจหน้าที่หลักรับผิดชอบในการป้องกัน ปราบปราม ระงับ ยับยั้ง และแก้ไข หรือบรรเทาเหตุการณ์ที่กระทบต่อความมั่นคงในราชอาณาจักร ตามพ.ร.บ.รักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรพ.ศ. 2551 การแถลงการณ์ของศอ.รส. ดังกล่าวเป็นการคาดการณ์ว่าเหตุการณ์จะเกิดขึ้นในอนาคต และมีลักษณะคุกคาม ก้าวล่วงการใช้ดุลยพินิจของตุลาการและศาล ซึ่งมีผลเป็นการทำลายชื่อเสียง ความเชื่อถือศรัทธาของศาลรัฐธรรมนูญ จึงเป็นกระทำที่นอกเหนืออำนาจหน้าที่ตามพ.ร.บ.ดังกล่าว ที่กำหนดให้ศอ.รส. เป็นหน่วยงานที่ปฏิบัติเพื่อป้องกันภยันตรายอันเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศเท่านั้น

ดังนั้น การพิจารณาวินิจฉัยคดีของศาลรัฐธรรมนูญนั้น ได้ปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ ตามกฎหมาย และในพระมหาปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์ ดังที่รัฐธรรมนูญมาตรา197 วรรคหนึ่งได้บัญญัติไว้ และต้องถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ก่อนเข้ารับหน้าที่ การปฏิบัติหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญ และตุลาการศาลรัฐธรรมนูญย่อมได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย หากการดำเนินการของศอ.รส. กระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญ จะพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป จึงแถลงมาเพื่อโปรดทราบโดยทั่วกัน