วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

นปช.นัดเสื้อแดงเข้ากรุง

นปช.นัดเสื้อแดงเข้ากรุง ชุมนุมก่อนศาลตัดสินคดี "ยิ่งลักษณ์" 1 วันที่ถนนอักษะ ปลัดสาธารณสุขเมินร่วมประชุมกับศอ.รส.17 เม.ย.

นปช.สั่ง"เสื้อแดง"เตรียมพร้อมเข้ากรุง ก่อนศาลรธน.ตัดสินคดีสถานภาพ"ยิ่งลักษณ์" 1 วัน ลั่นไม่ยอมให้"สุเทพ" ตั้งรัฏฐาธิปัตย์ "จตุพร"แย้มยึดถนนอักษะเป็นที่ชุนนุมอีก เผย"ป๋าเปรม"ทราบข่าวรัฐบุคคลแล้ว-ไร้ความเห็น ยิงการ์ดกปปส.ดับ 1

แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ส่งสัญญาณให้คนเสื้อแดงเตรียมตัวเข้ากรุงเทพมหานคร(กทม.) ก่อนศาลรัฐธรรมนูญนัดตัดสินคดีสถานภาพของนางสาวยิงลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม 1 วัน

ที่ห้างสรรพสินค้าอิมพีเรียลเวิลด์ ลาดพร้าว บ่ายวานนี้(15 เม.ย.) แกนนำ นปช. ร่วมกันแถลงข่าว โดยนางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธานที่ปรึกษานปช. กล่าวว่า ขณะนี้ความพยายามของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ที่จะสร้างตัวเองเป็นองค์รัฏฐาธิปัตย์ เราจะไม่ยอมให้นายสุเทพทำแบบนี้

นางธิดา กล่าวว่า ในวันที่ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา และอ่านคำวินิจฉัยสถานภาพ นางสาวยิ่งลักษณ์ กรณีแต่งตั้งโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี จากตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) นั้น ขอให้คนเสื้อแดงในต่างจังหวัดเตรียมความพร้อมเดินทางมากรุงเทพฯ 1 วัน ก่อนที่ศาลจะวินิจฉัย

"เราขอให้ประชาชนออกมาให้มากที่สุด ถ้าเรามาในจำนวนที่มากกว่ากปปส. ก็จะเป็นการแสดงออกให้นายสุเทพไม่เหิมเกริม" นางธิดา กล่าว

นางธิดา กล่าวด้วยว่า ถึงเวลาที่อำนาจเป็นของประชาชน ไม่ใช่อำนาจของมวลมหาประชาชน เพราะนายกฯ มาตรา 7 เป็นไปไม่ได้ การชุมนุมครั้งนี้ เป็นการวัดอนาคตว่า ต่อไปข้างหน้าจะไม่มีคนแบบนี้ในประเทศไทย เพราะไม่มีเวลาไหนเหมาะสมมากกว่าเวลานี้แล้ว อยากให้การเคลื่อนขบวนครั้งนี้ยิ่งใหญ่ที่สุด จึงขอให้สามัคคี อดทน และหนักแน่น

"ก่อแก้ว"จี้กกต.จัดเลือกตั้งยุติปัญหา

นายก่อแก้ว พิกุลทอง แกนนำนปช.กล่าวว่า ปัญหาประเทศจะยุติได้คือการที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องจัดการเลือกตั้งให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว ขณะนี้ดูเหมือนว่า กกต.ไม่อยากจัดการเลือกตั้ง เพราะมีเป้าหมายอะไรหรือไม่

"ขอฝากกกต.ว่าวันนี้ประเทศไทยจำเป็นต้องมีรัฐบาลในการแก้ปัญหาประเทศ แก้ปัญหาเศรษฐกิจ กกต.อย่ามัวแต่เดินทางไปต่างประเทศ อย่ามัวแต่คิดคำคมโพสต์ผ่านเฟซบุ๊ค ผมไม่เข้าใจว่า นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.กำลังคิดอะไรอยู่ เพราะประเทศวิกฤติเต็มที่แล้ว ถ้าจัดการเลือกตั้งไม่ได้ก็ขอให้ลาออกไป"

นปช.เล็งใช้ถ.อักษะชุมนุมอีก

ขณะที่ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานนปช. เปิดเผยถึงการชุมนุมใหญ่ในวันที่ 18 เม.ย.ว่า จะชุมนุมโดยใช้ถนนอักษะที่เชื่อมระหว่างถนนพุทธมณฑลสาย 3 และพุทธมณฑลสาย 4 ที่ จ.นครปฐม มีความยาวประมาณ 4 กิโลเมตรให้เต็มสาย เพื่อเป็นศูนย์กลางการชุมนุม ขอให้พี่น้องเสื้อแดงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยวันที่ 17 เม.ย. จะแจ้งรายละเอียดให้ทราบอีกครั้ง ซึ่งกำหนดการชุมนุมได้จัดทำเสร็จ 100% แล้ว รอเพียงแค่ศาลรัฐธรรมนูญกำหนดวันพิจารณาวินิจฉัยสถานภาพ นางสาวยิ่งลักษณ์ เท่านั้น

"จุดหมายปลายทางของเราครั้งนี้ต้องพบกับชัยชนะ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับนายกฯ และคณะรัฐบาล ผม หรือนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ และเลขาธิการนปช. ขอฝากนปช.ต่างจังหวัดทุกจังหวัด ออกมาต่อสู้ครั้งนี้ให้มากที่สุด เพราะเป็นปลายทางแล้ว” นายจตุพร กล่าว

"ป๋า"ปัดให้ความเห็นกรณีรัฐบุคคล

พล.ท.พิศณุ พุทธวงศ์ หัวหน้าสำนักงานมูลนิธิรัฐบุรุษ และนายทหารคนสนิทของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ กล่าวถึงกรณีพล.อ.สายหยุด เกิดผล อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด และคณะรัฐบุคคลเสนอให้ พล.อ.เปรม ในฐานะรัฐบุรุษทำหน้าที่พูดคุยกับองค์กรหลักต่างๆ ของบ้านเมืองทั้งตุลาการ ทหาร และผู้นำทางสังคม ร่างพระบรมราชโองการหาทางออกประเทศ ทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธยว่า พล.อ.เปรมทราบเรื่องดังกล่าวแล้วจากสื่อมวลชนที่นำเสนอข่าว แต่ไม่ได้แสดงความคิดเห็นใดๆ

"เรื่องที่ พล.อ.สายหยุดเสนอถือว่าเป็นความปรารถนาดีในการที่จะเสนอทางออก และเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาประเทศ ที่ผ่านมามีหลายคน และหลายกลุ่มพยายามที่จะเสนอทางออกให้แก่ประเทศไทย ถือว่าเป็นแนวทางในการที่จะนำพาประเทศกลับคืนสู่ความสงบสุข โดยส่วนตัวผมไม่สามารถตอบแทนพล.อ.เปรมได้ว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับแนวทางของ พล.อ.สายหยุด หรือแนวทางของใคร ขณะเดียวกัน พล.อ.เปรมก็ไม่สามารถตอบได้ว่าแนวคิดของ พล.อ.สายหยุดบังควรหรือไม่บังควร ซึ่งต้องไปคิดกันเอาเอง"

ปลัดสธ.เมินประชุมร่วมศอ.รส.

นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org กรณีที่ศูนย์รักษาความสงบ(ศอ.รส.) เชิญปลัดกระทรวงทุกกระทรวงเข้าร่วมประชุม เพื่อทำความเข้าใจในการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการ ในสถานการณ์ที่มีการชุมนุมทางการเมือง ในวันที่ 17 เม.ย.ว่า “ผมคงไม่ได้ไปเข้าร่วมประชุมกับ ศอ.รส.หรอก”

ผู้สื่อข่าวถามว่า แต่นายชัยเกษม นิติสิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ทำหนังสือเชิญอย่างเป็นทางการมายังกระทรวงสาธารณสุขแล้ว นพ.ณรงค์ กล่าวว่า “ก็ทำหนังสือมาแล้ว แต่ผมไม่ไป”

เมื่อถามว่า หากไม่ไปเข้าร่วมประชุมกับ ศอ.รส.จะให้เหตุผลอย่างไร นพ.ณรงค์ กล่าวว่า “ขณะนี้เราก็ทำงานอยู่ในรูปเครือข่ายบุคลากรทางการแพทย์อยู่แล้ว และอยากบอกว่าเราอยู่กับความถูกต้อง”

เมื่อถามอีกว่า โดนคนเสื้อแดงเอาไปโจมตีว่ากระทรวงสาธารณสุขเลือกข้างกปปส. นพ.ณรงค์ กล่าวว่า “ผมเลือกข้างความถูกต้อง ถ้ามีคนมาโจมตีก็คงเป็นมุมมองของเขา มุมมองของผมอยู่ตรงนี้”

คาด24เม.ย.เปิดประชุมวุฒิสภาได้

นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 ฐานะปฏิบัติหน้าที่แทนประธานวุฒิสภา กล่าวว่า ในวันที่ 18 เม.ย.จะไม่มีการประชุมวุฒิสภา สมัยวิสามัญ ตามที่ระบุไปก่อนหน้านี้อย่างแน่นอน เนื่องจากยังคงมีปัญหาเกี่ยวกับการทูลเกล้าฯ ถวาย พระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) ขอเปิดประชุมวุฒิสภา สมัยวิสามัญ เพราะนายกฯ ไม่ยอมลงนามทูลเกล้าฯ ถวาย

อย่างไรก็ตาม นายสุรชัย กล่าวยืนยันว่า การเปิดประชุมสมัยวิสามัญ ในช่วงที่ไม่มีสภาผู้แทนราษฎรสามารถทำได้ ตามที่รัฐธรรมนูญมาตรา 132 กำหนด ได้แก่ การแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการ, การแต่งตั้งบุคคลตามรัฐธรรมนูญ, ถอดถอนบุคคลออกจากตำแหน่ง และสิ่งที่กำหนดไว้ดังกล่าวถือว่าเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่รัฐทั้งสิ้นและมีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการ

ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาว่า ได้มีการเสนอวันเปิดประชุมวุฒิสภา สมัยวิสามัญใหม่ไปยังฝ่ายที่เกี่ยวข้องแล้ว คือ วันที่ 24 เม.ย. แทนวันที่ 18 เม.ย.ที่เสนอไปก่อนหน้านั้นแล้วเพราะมีประเด็นทางข้อกฎหมายที่ต้องพิจารณาจนไม่สามารถทูลเกล้าฯ ถวาย พ.ร.ฎ.ขอเปิดประชุมสมัยวิสามัญได้ทัน

ยิงการ์ดกปปส.ดับ1รายที่สวนลุมฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 02.00 น.ของวันที่ 15 เม.ย.ขณะที่เวทีการชุมนุมของกลุ่มกปปส. สวนลุมพินี มีการแสดงดนตรีอยู่นั้นได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวน และอาวุธปืนไม่ทราบขนาด ยิงเข้าใส่พื้นที่การ์ดอาสา บริเวณประตู 4 ข้างเวที กปปส.สวนลุมพินี ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 ราย ทราบชื่อต่อมาคือ นายจีรยุทธิ์ เสนาณรงค์ อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 281/2 หมู่ 3 ต.คลองปราบ อ.บ้านนาสาร จ.สุราษฎร์ธานี โดยถูกคมกระสุนเข้าบริเวณหน้าอกด้านซ้ายตัดขั้วหัวใจ ก่อนที่จะถูกนำตัวส่ง รพ.จุฬาลงกรณ์ และจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ด้านนายถาวร เสนเนียม แกนนำกปปส. ผู้ดูแลการ์ดอาสา เปิดเผยว่า จากเหตุคนร้ายลอบยิงการ์ด กปปส.บริเวณเวทีสวนลุมพินีเสียชีวิต 1 รายนั้น ได้ให้ทางตำรวจเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุตามขั้นตอนกระบวนการสอบสวน ขณะเดียวกันเตรียมหารือกับทีมการ์ดรักษาความปลอดภัย เพื่อดูว่าจะเพิ่มมาตรการการรักษาความปลอดภัยบริเวณโดยรอบให้รัดกุมมากขึ้นอย่างไร

ขณะที่พล.ต.ต.สืบศักดิ์ พันธ์สุระ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 (ผบก.น.5) กล่าวว่า เบื้องต้นได้รับรายงานเมื่อช่วงเช้าว่ามีเหตุยิงกันบริเวณพื้นที่การชุมนุมกลุ่มกปปส. เวทีสวนลุมพินี เมื่อเวลาประมาณ 02.00 น. วันที่ 15 เม.ย.จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสน.ลุมพินี ลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในบริเวณโดยรอบพื้นที่การชุมนุม ทั้งก่อนและหลังเกิดเหตุ อีกทั้งประสานไปยังหัวหน้าการ์ดของกลุ่มผู้ชุมนุมกปปส.เวทีสวนลุมพินี เพื่อขอเข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง

คาดการ์ดทะเลาะวิวาทกันเอง

เวลา 14.30 น. ตำรวจสน.ลุมพินี พร้อมเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) เข้าตรวจสอบวิถีกระสุน และจุดเกิดเหตุยิงนายจีรายุทธ์ เสนาณรงค์ อายุ 40 ปี การ์ดกปปส. บริเวณใกล้เคียงเวทีสวนลุมพินี ซึ่งได้มีการสอบปากคำพยานบุคคล และพยานแวดล้อมไปแล้ว ขณะที่เจ้าหน้าที่ใช้เวลาในการตรวจสอบจุดเกิดเหตุไม่นาน โดยไม่เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้เข้าไปทำข่าวบันทึกภาพในจุดเกิดเหตุแต่อย่างใด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าว ประกอบด้วย พ.ต.อ.สมนึก คงน้อย รอง ผบก.น.5 พ.ต.ท.ยุต ทองอยู่ พงส.ผนพ.สน.ลุมพินี พ.ต.ต.กฤษดา มานะวงศ์สกุล สว.สส.สน.ลุมพินี พร้อมเจ้าหน้าที่พฐ. ทั้งนี้ จากการสอบสวนผู้เห็นเหตุการณ์ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุบริเวณด้านหน้าเวทีกปปส. มีชาย 3 คน ก่อเหตุทะเลาะวิวาทกัน โดยวิ่งมาทางด้านหน้าเวที ซึ่งนายจีรายุทธ์ ที่เป็นการ์ด กปปส.ชุดปทุมวัน ที่ทำหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยบริเวณประตู 4 ซึ่งอยู่ติดกับเวทีการชุมนุมได้มาเข้าระงับเหตุทะเลาะวิวาท

ต่อมาชาย 1 ใน 3 ที่ทะเลาะวิวาทกันนั้นได้ชักอาวุธปืนลูกโม่ขนาด .38 ยิงเข้าใส่นายจีรายุทธ์ที่บริเวณหน้าอกซ้าย กระสุนทะลุหลัง จนล้มลงบริเวณหน้าเวที จากนั้นคนร้ายได้วิ่งหลบหนีไปทางชุดการ์ดของราชประสงค์ โดยใช้อาวุธปืนยิงขึ้นฟ้าเพื่อเปิดทางหลบหนีอีก 1 นัด