วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

ศอ.รส.ตำหนิปลัดยธ.ต้อนรับ'สุเทพ'

"ศอ.รส." ตำหนิ "ปลัดกระทรวงยุติธรรม" วางตัวไม่เหมาะสม ต้อนรับ "สุเทพ" พาม๊อบบุกกระทรวง กำชับต้องวางตัวเป็นกลาง

ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย หรือ ศอ.รส. แจ้งว่า ตามที่ ศอ.รส. ได้มีข้อห่วงใยถึงความเสียหายทางเศรษฐกิจของประเทศไทย อันเป็นผลมาจากการชุมนุมของ กปปส. ที่ยืดเยื้อมาเป็นเวลานานนั้น ศอ.รส. ได้รับรายงานว่า มูดีส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส ซึ่งเป็นบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือระหว่างประเทศ ได้ออกรายงานฉบับล่าสุด ถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยให้การเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 2 ก.พ. 2557 ไม่ชอบด้วยกฎหมายว่า คำวินิจฉัยดังกล่าวเป็นผลลบต่ออันดับความน่าเชื่อถือของไทย และคำวินิจฉัยทำให้เกิดความเสี่ยงว่าภาวะชะงักงันทางการเมืองจะยืดเยื้อต่อไปอีกเป็นเวลานานจนถึงครึ่งปีหลังของปี 2557 ซึ่งจะเป็นการเพิ่มความเสี่ยงด้านลบต่อแนวโน้มการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และเพิ่มความเสี่ยงที่จะมีการประท้วงที่รุนแรงในวงกว้าง

ทั้งนี้ จากรายงาน East Asia Economic Update 2014 ของธนาคารโลก ยังคาดการณ์ว่าในปี 2557 เศรษฐกิจไทยจะมีการขยายตัวต่ำที่สุดในอาเซียน อยู่ที่ไม่เกินร้อยละ 3 ขณะที่ประเทศในอาเซียนมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 4.8 เนื่องจากการบริโภคและการลงทุนของไทยยังอยู่ในระดับต่ำอันเนื่องมาจากปัญหาการประท้วงทางการเมือง และล่าสุด สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช. จะปรับลดประมาณการอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยอีกครั้ง จากเดิมที่คาดว่าจะเติบโตร้อยละ 3-4 เนื่องจากปัญหาทางการเมืองในปัจจุบัน จึงขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายร่วมกันแก้ปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นโดยเร็ว โดยเฉพาะองค์กรในกระบวนการยุติธรรม ทั้งนี้ ศอ.รส.เห็นว่าควรมีการจัดการเลือกตั้งโดยเร็วที่สุด และขอเรียกร้องให้ประชาชนไม่เข้าร่วมในการสนับสนุนไม่ว่าจะเป็นกลุ่มใดๆ ที่ขัดแย้งกันอยู่ในขณะนี้

นอกจากนี้ ตามที่แกนนำ กปปส. ได้ประกาศว่าจะเดินทางไปยังกระทรวงต่างๆ เพื่อเรียกร้องให้ข้าราชการออกไปร่วมชุมนุมกับกลุ่ม กปปส. และแสดงเจตนารมณ์สนับสนุนการปฏิรูปประเทศก่อนการเลือกตั้งตามแนวทางของ กปปส. นั้น ศอ.รส. ขอเรียนว่า ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 มาตรา 43 , 81 และ 82 ได้กำหนดให้ข้าราชการมีเสรีภาพในการรวมกลุ่มได้ แต่ต้องไม่กระทบต่อประสิทธิภาพในการบริหารราชการแผ่นดินและความต่อเนื่องในการจัดทำบริการสาธารณะ และต้องไม่มีวัตถุประสงค์ทางการเมือง นอกจากนี้ยังกำหนดให้ข้าราชการต้องสนับสนุนการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขด้วยความบริสุทธิ์ใจ และต้องวางตัวเป็นกลางทางการเมืองในการปฏิบัติหน้าที่ราชการและในการปฏิบัติหน้าที่อื่นที่เกี่ยวข้องกับประชาชน

ดังนั้น ศอ.รส. จึงเห็นว่า การเรียกร้องของกลุ่ม กปปส. ให้ข้าราชการมาเข้าร่วมกับกลุ่ม กปปส. เป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นการสร้างแรงกดดันให้กับข้าราชการในการทำงาน เช่นการกระทำของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ กับพวก ที่นำมวลชนไปที่กระทรวงยุติธรรมแล้วอภิปรายกดดันให้ข้าราชการเข้าร่วมกับ กปปส. ทั้งๆที่นายสุเทพ กับพวก เป็นผู้กระทำผิดฐานร่วมกันเป็นกบฏ มีหมายจับจากศาล ซึ่งปรากฏมีปลัดกระทรวงยุติธรรมลงมาต้อนรับและร่วมกันประชุมในลักษณะให้การรับรอง ศอ.รส. จึงต้องตำหนิ ทั้งนายสุเทพ และปลัดกระทรวงยุติธรรม

ทั้งนี้ในส่วนของปลัดกระทรวงยุติธรรมนั้น การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม เพราะปลัดกระทรวงยุติธรรมมีฐานะเป็นผู้บังคับบัญชาของกรมสอบสวนคดีพิเศษ และเป็นคณะกรรมการคดีพิเศษ ซึ่งขณะนี้นายสุเทพ แกนนำ กปปส. คนอื่นๆ ถูกดำเนินคดีในคดีพิเศษถึง 58 คน รวมทั้งมีหมายจับ ปลัดกระทรวงยุติธรรมควรจะได้แจ้งให้พนักงานสอบสวนเข้าจับกุมดำเนินคดีนายสุเทพ กับพวก ไม่ใช่ให้การต้อนรับ ศอ.รส. จึงกำหนดเรียกเชิญปลัดกระทรวงทุกกระทรวงมาประชุมเพื่อกำชับ ตักเตือน และทำความเข้าใจต่อการปฏิบัติในเรื่องเช่นนี้ ในวันที่ 17 เม.ย. เวลา 14.00 น. โดยกำหนดว่าปลัดกระทรวงทุกคนต้องมาเข้าประชุมด้วยตนเอง จึงประกาศมาเพื่อทราบทั่วกัน