วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ทนายนายกฯยื่นปปช.เพิ่ม4พยานปาก

ทนายความ"ยิ่งลักษณ์"ยื่นป.ป.ช.ขอเพิ่มพยานอีก 4 ปาก ค้าน"วิชา"นั่งองค์คณะไต่สวนรอบที่ 3

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายบัญชา ปรมีศณาภรณ์ ทนายความผู้รับมอบอำนาจจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ให้รับผิดชอบกรณีละเว้นไม่ระงับยับยั้งโครงการรับจำนำข้าว เดินทางมายื่นคำร้องต่อคณะกรรมการป.ป.ช.เพื่อขอให้ไต่สวนพยายามเพิ่มเติมจำนวน 4 ปาก ประกอบด้วย 1.ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน 2.พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) หรือพล.ต.ต.ธวัช บุญเฟื่อง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี 3.นายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และรมช.เกษตรและสหกรณ์ และ 4.นายพิชัย ชุณหวชิร นายกสภาวิชาชีพบัญชีแห่งประเทศไทย หลังจากก่อนหน้านี้คณะกรรมการป.ป.ช.มีมติให้ไต่สวนพยานจำนวน 3 ปาก จากที่ร้องขอไปทั้งสิ้น 11 ปาก คือ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ และนายยรรยง พวงราช รมช.พาณิชย์ นอกจากนี้ ยังยื่นคำร้องขอคัดค้านนายวิชา มหาคุณ กรรมการป.ป.ช. เป็นกรรมการผู้รับผิดชอบสำนวนครั้งที่ 3

นายบัญชา กล่าวว่า เมื่อวันที่ 5 เม.ย. นายวิชา ให้สัมภาษณ์ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ในลักษณะมีอคติ และชี้นำประชาชน โดยระบุว่า มีข้าวหายจากโกดัง 2 ล้านตัน ทั้งที่ข้อเท็จจริงยังฟังไม่ได้ยุติ ส่วนที่ระบุว่า โครงการรับจำนำข้าวคล้ายกับแชร์แม่ชม้อยนั้น คดีดังกล่าวศาลยุติธรรมได้พิพากษาลงโทษว่ากระทำความผิด แต่โครงการรับจำนำข้าวยังอยู่ในขั้นตอนการไต่สวน จึงเป็นการชี้นำให้ประชาชนเชื่อว่านายกฯกระทำความผิดแล้ว จึงขัดต่อมาตรา 39 ที่ต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยไม่มีความผิด และมีพฤติการณ์ไม่เป็นไปตามระเบียบป.ป.ช.ว่าด้วยการปฏิบัติหน้าที่ของอนุกรรมการไต่สวน พ.ศ.2547 ข้อ 12 วรรค 2 ซึ่งหากคณะกรรมการ ป.ป.ช.จะยกคำร้องอีกครั้ง อยากให้ช่วยชี้แจงเหตุผล อย่างไรก็ตาม นายวิชาควรถอนตัวออกเพื่อไม่ให้เป็นข้อครหา อยากให้ใช้บรรทัดฐานเดียวกับพล.ต.อ.สถาพร หลาวทอง กรรมการป.ป.ช.ที่ถอนตัวออกจากการเป็นองค์คณะไต่สวนก่อนหน้านี้ เพื่อไม่ให้องค์กรได้รับความเสื่อมเสีย นอกจากนี้ ในสัปดาห์หน้าจะยื่นคำร้องขอให้ป.ป.ช.ไต่สวนพยานเพิ่มอีก 1 ปากคือ นายสมชัย สัจจพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เพื่อมาหักล้างข้อมูลของน.ส.สุภา ปิยจิตติ รองปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำสินค้าเกษตร ที่มีความคลาดเคลื่อนและขัดต่อหลักการปิดบัญชี

นายบัญชา กล่าวอีกว่า สำหรับพยานจำนวน 4 ปากที่ขอให้ป.ป.ช.ไต่สวนเพิ่มเติมนั้น เป็นพยานปากสำคัญเพื่อจะแสดงให้เห็นว่า นายกฯไม่ได้เพิกเฉย แต่มีการกำกับดูแลนโยบายโดยตลอด หากตัดพยานปากใดขอให้ป.ป.ช.ชี้แจงเหตุผลให้นายกฯรับทราบเพื่อให้หายคลางแคลงใจ นอกจากนี้ ในสัปดาห์หน้าจะยื่นคำร้องขอให้ป.ป.ช.ไต่สวนพยานเพิ่มเติมอีก 1 ปากคือ นายสมชัย สัจจพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เพื่อมาหักล้างข้อมูลของน.ส.สุภา ปิยจิตติ รองปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำสินค้าเกษตร ที่มีความคลาดเคลื่อนและขัดต่อหลักการปิดบัญชี