วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ผบ.ทอ.ลั่นไม่คิดปฏิวัติ คาดเมษาฯการเมืองระอุ

สัมภาษณ์พิเศษ "พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง" ผบ.ทอ.คาดเมษาฯการเมืองระอุ ลั่นไม่คิดปฏิวัติ-มีแผนรับสถานการณ์

พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) ให้สัมภาษณ์พิเศษ นายเทพชัย หย่อง บรรณาธิการเครือเนชั่น ถึงบทบาทของกองทัพท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมือง และภารกิจของกองทัพในการรักษาความสงบเรียบร้อย

O อีก 5-6 เดือนท่านจะเกษียณอายุราชการ ท่านรู้สึกอย่างไรที่จะต้องเกษียณในภาวะบ้านเมืองที่ยังไม่สงบ และท่านเป็นหนึ่งใน ผบ.เหล่าทัพที่มีบทบาทในการช่วยหาทางออกในภาวะตีบตันทางการเมือง

สถานการณ์การเมืองไม่สงบเรียบร้อยอย่างที่เห็นทุกวันนี้ มีหลายท่านพูดว่าทางกองทัพน่าจะคำนึงถึงห้วงเวลาที่ใกล้จะเกษียณเลยไม่ค่อยแสดงบทบาทอะไรมากนัก แต่จริงๆ แล้วเกษียณหรือไม่เกษียณไม่เกี่ยวข้อง เพราะ ผบ.เหล่าทัพ ทุกคนปรารถนาที่จะให้ประเทศชาติเกิดความสงบเรียบร้อยพัฒนาก้าวหน้าต่อไป

ห้วงเวลาเราหลีกเลี่ยงไม่ได้ว่าเหลืออีกไม่กี่เดือนก็จะเกษียณ แต่เมื่อเหตุการณ์เป็นแบบนี้เราก็เป็นห่วง ถ้าปล่อยให้คาราคาซังไปผลกระทบก็จะเกิดขึ้นหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านความมั่นคงทางการเมือง ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ความมั่นคงทางสังคมซึ่งถือว่าสำคัญมาก เพราะจะเกิดผลกระทบยาว ดังนั้นจะต้องให้เหตุการณ์จบสิ้นก่อนที่ ผบ.เหล่าทัพ จะเกษียณถ้าเป็นไปได้

O ถ้ามองย้อนกลับไปหลายเดือนที่แล้ว ผบ.เหล่าทัพพยายามที่จะช่วยหาทางออก เอาคู่ขัดแย้งมานั่งคุยกัน ตอนนั้นมองดูสถานการณ์แล้วมันใกล้ที่จะมีข้อตกลงอะไรบางอย่างที่จะทำให้สถานการณ์คลี่คลายหรือไม่

ผมจำได้ว่าเกิดเหตุการณ์เมื่อวันที่ 30 พ.ย.56 และในวันเสาร์ที่ 1 ธ.ค.56 ได้ติดตามสถานการณ์ และพบว่ามีผู้เสียชีวิต จึงได้คุยกันในระดับ ผบ.เหล่าทัพ และได้สื่อสารไปว่าทำอย่างไรที่จะให้ทั้งสองฝ่ายมาคุยกันเพื่อยุติปัญหา ซึ่งปรารถนาที่จะให้เหตุการณ์สงบโดยเร็วในทันที เพราะเห็นว่าน่าจะคุยกันได้

O สถานการณ์ความรุนแรงครั้งนั้นทำให้ ผบ.เหล่าทัพ มีความรู้สึกที่จะหาทางยุติความขัดแย้งที่เกิดขึ้น

สถานการณ์ตอนนั้นเชื่อว่าเป็นการเริ่มต้น และพร้อมที่จะเผชิญหน้าความสูญเสีย จึงควรจะยุติสถานการณ์นั้นได้ ขณะนั้นเรายังคุยกับทุกฝ่ายได้ ทุกฝ่ายยังอยู่ในขั้นเริ่มต้น ก็น่าจะถือโอกาสเชิญมาคุยเพื่อยุติปัญหา

O การพูดคุยกันในครั้งนั้นข่าวเหมือนใกล้จะมีข้อตกลงอะไรบางอย่างที่จะช่วยคลี่คลายสถานการณ์ มันมีการสื่อสารกันอย่างไรบ้างของทั้งสองฝ่าย และมี ผบ.เหล่าทัพ เป็นคนกลาง

ข้อเท็จจริงขณะนั้นมี ผบ.เหล่าทัพ 3 ท่าน คือ ผบ.ทบ. ผบ.ทร. และผบ.ทอ. และมีคุณสุเทพ เทือกสุบรรณ กับนายกฯเป็นคู่เจรจา โดยพวก ผบ.เหล่าทัพจะนั่งรับฟัง และคอยเสริมในบางส่วน ซึ่งคุณสุเทพได้เรียนให้ทราบว่าท่านคงไม่ได้มาเจรจาประเด็นหลัก แต่ต้องการมาแสดงประเด็นให้ทราบ ส่วนนายกฯบอกว่าทำอย่างไรถึงจะให้การดำเนินการยุติเพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้ง และถ้าหากถอยไปคนละก้าว ไปอยู่ภายใต้กฎหมาย จะมีกฎหมายรองรับอย่างไร ก็จะได้แค่นี้ ยังไม่ได้ถึงขั้นข้อยุติ

O บทบาทของ ผบ.เหล่าทัพ ในเวทีนั้น นอกจากนั่งฟังแล้ว และพยายามที่จะเสริมอะไรบางส่วน ผบ.เหล่าทัพได้มีการเสนออะไรบ้าง

กรณีข้อสงสัยหากว่าจะต้องมีการเสียสละบางอย่าง การไม่ปฏิบัติหน้าที่ของนายกฯ ในขั้นตอนที่ถูกต้องกับกฎหมายรองรับจะเป็นอย่างไร ก็มีการซักถาม แต่ก็ไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน หรือก้าวต่อไปที่จะเกิดขึ้นได้ก็เป็นแนวคิดของท่านสุเทพ ซึ่งเรายังต้องการคำตอบเพิ่มเติมให้กับนายกฯ ก็ซักถาม แต่ยังไม่ได้ถึงขั้นสุดท้าย

O จนถึงทุกวันนี้ก็ยังมีคนถามเสมือนว่าโอกาสที่จะปฏิวัติมีหรือเปล่า อย่าง ผบ.ทบ.ก็เคยตอบคำถามในเรื่องนี้ แต่ ผบ.ทบ.ก็ไม่ได้ปฏิเสธโอกาสของความเป็นไปได้ที่จะมีการปฏิวัติ ท่านได้ประเมินคำพูดของ ผบ.ทบ.ในเรื่องนี้อย่างไร

อยากจะให้ข้อมูลเป็น 2-3 ด้าน ด้านหนึ่งผมมั่นใจว่า ผบ.เหล่าทัพ ทุกท่านไม่มีเจตนาที่ทำให้เกิดการปฏิวัติในห้วงใดๆ ก็ตาม เนื่องจากเข้าใจว่าสถานการณ์ปัจจุบัน ระบอบประชาธิปไตยเราเข้าใจดี ด้านที่สองเราเห็นบทเรียนมาแล้วว่าการปฏิวัติแต่ละครั้งไม่ใช่สูตรสำเร็จรูปที่ให้ประเทศชาติกลับขึ้นมาและได้ความมั่นคงหรือระบอบการปกครองที่เป็นประชาธิปไตยอย่างสมบูรณ์รวดเร็ว เพราะมีอุปสรรคหลายประการตามมา

เราไม่อยากให้เกิดการปฏิวัติซ้ำรอย และไม่อยากให้คนในประเทศหรือต่างชาติก็ตามมองเราอย่างดูแคลนว่าเป็นประเทศที่ไม่เข้าใจบริบทของประชาธิปไตยในยุคปัจจุบัน ถ้ามองว่าทำไมเราถึงทำอะไรไม่ชัดเจน อย่างที่เรียนว่าเจตนาไม่มี ผมมั่นใจตรงนั้น เพียงแต่ว่าเราไม่รู้อนาคต เราไม่รู้ว่าทุกอย่างจะจบลงด้วยดีตามที่เราปรารถนาหรือไม่ ถ้าทุกอย่างมองในโลกแห่งความสวยงามผมมั่นใจว่าทุกคนจะตอบว่าไม่มีทางที่เราจะปฏิวัติ แต่ทหารให้มองในโลกในแง่ร้ายก็จะต้องเตรียมเผื่ออะไรบางส่วนไว้หากเกิดเหตุการณ์ไม่ดีแล้วจะทำอย่างไร เราก็เลือกไว้หลายทางถ้ามีเหตุการณ์ที่กระทบความมั่นคง

O เป็นแนวความคิดที่ตรงกันของผู้นำเหล่าทัพทั้งหมดเลยหรือไม่ในสถานการณ์ปัจจุบันแบบนี้

เป็นไปในทิศทางเดียวกันแน่นอน

O ก่อนที่จะเกษียณท่านคิดว่าบ้านเมืองจะสงบ หรืออย่างน้อยเห็นทางออกบ้างหรือไม่

ในกลางเดือนที่ผ่านมา ได้เรียนว่าผู้ที่มีอำนาจในฐานะผู้นำของกลุ่มที่มีความขัดแย้งน่าจะมองภาพและเข้าใจว่าขณะนี้สถานการณ์ได้เกิดผลกระทบในทุกๆ ด้าน ทั้งจากคนแต่ละคน ครอบครัว และสังคม ประเทศชาติ ทั้งการเมืองเรื่องของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย เศรษฐกิจการค้า การท่องเที่ยว การลงทุน เหตุการณ์ต่างๆ ถูกผลกระทบจากความขัดแย้งและจะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

คนจึงตั้งคำถามว่าถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราควรจะยุติและหาทางออกให้ฟื้นตัวกลับมาได้ ผมหวังว่าในช่วงสงกรานต์เป็นเวลาที่เหมาะสมที่ทุกฝ่ายจะหันหน้ามาพูดคุยกัน และได้ทางออกที่ดี

O แต่คนที่มองในแง่ร้ายบอกเดือน เม.ย.เป็นเดือนที่ร้อนที่สุดทางด้านการเมือง

เป็นไปได้ ถ้ามองในแง่ร้าย คือสิ่งที่เกี่ยวข้องกับทางตุลาการ ทางด้านองค์กรอิสระจะมีอะไรขึ้นมา และมีการแสดงในแต่ละบทบาทของแต่ละฝ่ายมากขึ้น ประกอบกับอากาศร้อนอาจทำให้อารมณ์ของคนในประเทศประกอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้อุณหภูมิสูง

O สัปดาห์ที่แล้ว ผบ.ทบ. ออกมาเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเสียสละ แต่ความหมายของคำว่าเสียสละ เวลา ผบ.เหล่าทัพคุยกันความหมายมันคืออะไรในการปฏิบัติ

ยกตัวอย่าง สมมติว่าผมต้องการที่จะให้คนคนหนึ่งขึ้นมาเป็นและทำหน้าที่ (หมายถึงตำแหน่ง ผบ.ทอ.) ขณะที่มีอีกสองสามคนขึ้นมารับตำแหน่งในช่วงต่อได้ แต่อีกคนก็อยากจะให้กลุ่มหลังนี้ขึ้นมาแก้ไข ก็จะต้องดูประโยชน์ที่ได้รับคืออะไร ถ้าหากว่าฝ่ายนี้มีคนที่ดีกว่า และฝ่ายนี้สามารถที่จะดูแลกองทัพได้ดีกว่า เราต้องยอมให้คนนี้ขึ้นมา

เราต้องเลือกคนที่เหมาะสมมาทำงานแทน จะมาฝืนเพื่อที่จะอ้างเหตุมันก็ไม่เหมาะสม อะไรก็ตามที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ สิ่งเรายึดติดอยู่จะต้องยอมเสียสละ และต้องยอมให้แต่ละฝ่ายมาร่วมกันทำงานเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมมากที่สุด