ป.ป.ช.ซัดคนวิจารณ์ป.ป.ช.แจ้งข้อกล่าวหาไม่เป็นกลาง ลั่นต้องลงไปสอบ-หาข้อมูลเอง เปรียบเหมือนหนังเปาบุ้นจิ้น ไม่ใช่ไม่ทำอะไรเลย
นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ป.ป.ช.มีมติให้ไต่สวนพยานเพิ่มเติม 3 รายตามที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมร้องขอว่า ได้ขอให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้ประสานงานให้ทั้ง 3 รายได้แก่ นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนายยรรยง พวงราช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เพื่อมาให้ถ้อยคำต่อป.ป.ช. กรณีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว โดยป.ป.ช.ให้ความเป็นธรรมผู้ถูกกล่าวหา สามารถเพิ่มเติมหลักฐานเอกสารได้ตลอด อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่คณะทำงานจะได้ประสานติดต่อไปเพื่อให้พยานทั้ง 3 รายมาให้ถ้อยคำ ก่อนที่จะหยุดยาวในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ อย่างไรก็ตามการพิจารณาคดีนี้ ป.ป.ช.ไม่หนักใจว่ากันไปตามรูปคดี
ขณะที่นายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช. กล่าวว่า การไต่สวนกรณีจำนำข้าวคณะกรรมการป.ป.ช.ดำเนินการร่วมกันและเป็นไปด้วยความรอบคอบ กรรมการ ป.ป.ช.ทุกคนได้ร่วมกันพิจารณาและสามารถร่วมกันให้ความคิดเห็นอยู่ตลอดเวลา โดยต้องขอฟังพยานทั้ง 3 ปากที่นายกฯร้องขอมา และทั้ง 3 รัฐมนตรีนั้นล้วนอยู่ในบังคับบัญชาของนายกฯ เพราะฉะนั้นไม่น่าจะเป็นเรื่องที่ยากเย็นในการติดต่อให้มาชี้แจง ซึ่งก็เป็นไปตามระบบการไต่สวน อย่างไรก็ตามไม่สามารถกำหนดได้ว่าจะมีการพิจารณาชี้มูลความผิดเรื่องนี้ได้เมื่อใด เพราะอาจถูกมองว่าเป็นการตั้งธงล่วงหน้าซึ่งป.ป.ช.ทำอย่างนั้นไม่ได้ และขณะนี้คณะทำงานกำลังดำเนินการตรวจสอบเอกสารหลักฐานที่นายกฯนำมาประกอบการชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาอยู่
เมื่อถามว่า รู้สึกอย่างไรที่ป.ป.ช.ถูกวิจารณ์ว่าเป็นฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล นายวิชา กล่าวว่า เคยชี้แจงไปแล้วว่าด้วยอำนาจในการไต่สวนของป.ป.ช. ไม่ได้คิดว่าใครเป็นปรปักษ์กับป.ป.ช. ไม่ใช่ว่าใครถูกกล่าวหาแล้วจะเป็นปรปักษ์กับป.ป.ช. เพราะหลายคดีที่ป.ป.ช.ต้องแสวงหาข้อเท็จจริงและไต่สวนข้อเท็จจริง อย่างรอบด้าน และให้ความเป็นธรรม ถึงแม้ว่าจะเป็นคนที่ถูกตั้งข้อสงสัยแต่แรก แต่ป.ป.ช.ก็มีที่ให้ข้อกล่าวหาตกไป หรือไม่รับเรื่องก็มีจำนวนมาก เราไม่ได้คิดว่าเป็นปรปักษ์ แต่ที่มีการวิจารณ์กันนั้นคือเป็นการนำระบบกล่าวหาเข้ามาว่าคนที่พิจารณาต้องนั่งเป็นกลาง ไม่พูดอะไร ไม่ทำอะไร อย่างนั้นไม่ใช่ เพราะระบบไต่สวนที่แท้จริงตัวองค์กร ผู้ไต่สวนต้องลงไปหาความจริงเอง เห็นจากหนังเรื่องเปาบุ้นจิ้น ลองดูได้ว่ามีหรือที่เบาบุ้นจิ้นนั่งเฉยๆ แล้วบอกให้ใครทำอะไรก็ได้แล้วว่ามา ไม่มีอย่างนั้น แต่ต้องมีลงไปหาข้อมูลจริง มีทีมทำงานของท่านเปา ต้องลงไปในพื้นที่ อย่างนี้ถึงจะเป็นระบบไต่สวน





