ศอ.รส.วอนผู้ชุมนุมอย่าปิดส่วนราชการ

ศอ.รส.วอนผู้ชุมนุมสองกลุ่มอย่าปิดส่วนราชการ เพราะเป็นการก่อให้เกิดความเสียหายต่อบ้านเมือง
ร.ต.ท.หญิงเเพทย์หญิงอัญชุลี ธีระวงศ์ไพศาล คณะทำงานศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย ( ศอ.รส.)เเถลงข่าวว่ามีผลการประชุมสมควรแจ้งให้พี่น้องประชาชนทราบดังนี้1. ศอ.รส.ได้รับรายงานจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติวันนี้ว่า คดีที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดตามกฎหมายเลือกตั้งอันเกิดจากการกระทำของแกนนำ กปปส. กับพวก เมื่อครั้งการเลือกตั้งที่ผ่านมา มีดังนี้ในส่วนของเจ้าหน้าที่รัฐที่จงใจหลีกเลี่ยงไม่จัดการเลือกตั้งนั้น วันนี้ ศอ.รส. ได้รับการชี้แจงจากเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐว่า สำนักงาน ป.ป.ท. ได้รับรายละเอียดการกระทำความผิดของเจ้าหน้าที่รัฐดังกล่าวจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้ว ซึ่งสำนักงาน ป.ป.ท. จะได้ดำเนินการเร่งรัดไต่สวนข้อเท็จจริงในกรณีนี้เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ ศอ.รส. จะติดตามและกำชับการดำเนินคดีดังกล่าวอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปโดยเคร่งครัด และป้องปรามไม่ให้เกิดการกระทำผิดซ้ำอีกในการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงในอนาคตนี้
ร.ต.ท.หญิงเเพทย์หญิงอัญชุลี กล่าวว่า ตามนโยบายของ ศอ.รส. ร่วมกับส่วนราชการต่างๆ ได้เห็นถึงความจำเป็นและความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนจากการที่กลุ่ม กปปส. หรือกลุ่มอื่นใด ได้นำมวลชนไปปิดล้อมสถานที่ราชการหรือหน่วยงานของรัฐต่างๆ ดังนั้น ศอ.รส. ร่วมกับส่วนราชการ จึงได้ดำเนินการเปิดสถานที่ราชการต่างๆ ที่ถูกปิดให้เริ่มเปิดทำการได้ถึง 67 แห่งแล้ว ทั้งนี้ ศอ.รส. ขอร้องกลุ่มมวลชนทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่ม กปปส. กลุ่ม นปช. หรือกลุ่มอื่นใดให้งดเว้นการเข้าปิดล้อม ปิดกั้น และคุกคามการทำงานของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรอิสระ ศาล และหน่วยงานต่างๆ เพราะเป็นการก่อให้เกิดความเสียหายต่อบ้านเมืองอย่างมาก โดยเฉพาะการให้บริการประชาชนของหน่วยงานต่างๆ ก็จะต้องหยุดลง หรือเป็นโดยล่าช้าหรือเสียหาย อันเป็นการกระทำความผิดต่อกฎหมาย โดยหาได้เกิดประโยชน์กับฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเลย นอกจากนี้ ศอ.รส. ยังมีนโยบายให้ส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและอาญากับแกนนำกลุ่ม กปปส. หรือกลุ่มอื่นใดที่มีพฤติกรรมดังกล่าว ซึ่งศาลได้มีการออกหมายจับผู้กระทำผิดแล้วหลายราย และแม้ว่าการเข้าจับกุมผู้กระทำผิดอาจจะไม่สามารถดำเนินการได้ทันที แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะไม่ละเลย และจะทำการจับกุมดำเนินคดีทันทีเมื่อมีโอกาสอันเหมาะสมว่าจะไม่เกิดการปะทะหรือสูญเสีย ซึ่งความผิดในเรื่องนี้มีอายุความอันยาวนาน
ร.ต.ท.หญิงเเพทย์หญิงอัญชุลี กล่าวว่า ศอ.รส. เป็นหน่วยงานพิเศษที่มีหน้าที่บังคับใช้กฎหมายในสถานการณ์ที่เกิดความไม่สงบเรียบร้อยขึ้นในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งขณะนี้มีแนวโน้มว่าจะเกิดการเผชิญหน้าระหว่างฝ่ายต่างๆ จนอาจนำไปสู่ความรุนแรงได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหตุร้ายที่มีการใช้อาวุธปืนและระเบิดยิงเข้าไปยังสถานที่ต่างๆ ซึ่งเกิดขึ้นบ่อยครั้งในระยะหลังมานี้ และเมื่อคืนที่ผ่านมานี้ก็มีเหตุยิงระเบิดเอ็ม 79 เข้าไปในพื้นที่ชุมนุมที่ถนนแจ้งวัฒนะ ซึ่งศอ.รส. ได้จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และพลเรือนฝ่ายปกครอง เข้าตรวจสอบเหตุดังกล่าวโดยทันที
อนึ่ง จากการที่ ศอ.รส. ได้กำชับเจ้าหน้าที่ในการสืบสวนหาข่าวเพื่อระงับเหตุร้ายต่างๆ เมื่อวันที่ 20 มี.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ดำเนินการตรวจค้นและสามารถจับกุมผู้ต้องหา 2 คนซึ่งพกพาอาวุธปืนยาวสไนเปอร์ (เซกาเซ่) ได้จำนวน 2 กระบอก พร้อมกระสุน 20 นัด โดยลักลอบนำมาเพื่อจำหน่ายให้กับลูกค้า อาวุธปืนดังกล่าว ถือเป็นอาวุธร้ายแรงที่สามารถนำมาดัดแปลงเป็นปืนซุ่มยิงเพื่อใช้ในการลอบสังหารได้โดย ศอ.รส. จะได้กำชับเจ้าหน้าที่ให้ตรวจสอบเรื่องนี้อย่างจริงจังต่อไป







