วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กปปส.ชี้ขรก.ถูกทำลายเพราะการเมือง

"สุเทพ"ระบุระบบข้าราชการไทยถูกทำลายเพราะการเมือง ด้านอดีตข้าราชการ ซัดนักการเมืองโยกย้ายแต่งตั้งตามใจชอบ

คณะกรรมการประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยสมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข(กปปส.) ได้จัดเวทีระดมความคิดเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย ครั้งที่ 6เรื่อง “การปฏิรูประบบราชการ” โดยมีอดีตข้าราชการหลายคนเข้าร่วม อาทิ นายสีมา สีมานนท์ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) นายพันธุ์ชัย วัฒนชัย อดีตรองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี นายอัษฎา ชัยนาม อดีตเอกอัครราชทูไทยประจำสหประชาชาติ นายภิญโญ ทองชัย อดีตเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปราการทุจริตในภาครัฐ (ปปท.) นพ.ชูชัย ศุภวงศ์ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. กล่าวว่า ความสำเร็จของการพัฒนาประเทศที่ผ่านมาคือความเข้มแข็งของระบบราชการ แต่ระยะเวลา 30 ปีที่ผ่านมาแม้ภายนอกระบบราชการจะดูเหมือนเดิม แต่ภายในกลับถูกบ่อนทำลาย โดยฝ่ายการเมืองที่เข้าไปแทรกแซง มีอิทธิพล เหนือระบบคุณธรรม ทำให้ข้าราชการแทนที่จะเป็นข้าราชการของแผ่นดินก็กลายเป็นข้าของนักการเมือง และการไม่คำนึงคุณธรรมจริยธรรมของข้าราชการทำให้คุณค่าของข้าราชการด้วยค่าลง นอกจากนี้ข้าราชการดีๆที่มองไม่เห็นลู่ทางที่จะเติบโตในระบบราชการ จึงออกไปทำอาชีพที่มีโอกาสแสดงฝีมือ และได้ผลตอบแทนสูง จึงทำให้ระบบราชการอ่อนแอลง ดังนั้นเรื่องที่เป็นปัญหาเหล่านี้ไม่สามารถแก้ไขปรับปรุงได้ในสถานการณ์ปรกติ ดังนั้นจึงเป็นโอกาสที่เราจะแก้ไข และปฏิรูปเรื่องเหล่านี้ ทั้งนี้ขอให้ทุกคนเอาประสบการณ์ และความคิดมาหลอมรวมกัน

นายสีมา กล่าวว่า การปฏิรูประบบราชการต้องเน้นเรื่องการบริหารทรัพยากรบุคคล ถือเป็นเรื่องที่สำคัญ เนื่องจากนักการเมืองในยุคหลังได้ทำลายระบอบข้าราชการ โดยมีการแต่งตั้งพวกตัวเอง โดยไม่คำนึงถึงผลงาน หรือคุณภาพ มีการล้วงลูกตั้งแต่ระดับล่างจนถึงปลัด ส่งผลให้ข้าราชการประจำเห็นว่ายอมนักการเมืองแล้วได้ดี จึงเกิดการสวามิภักดิ์ และศิโรราบต่อนักการเมือง จนเกิดคำว่า มีวันนี้เพราะพี่ให้ ดังนั้นควรมีการปฏิรูปความสัมพันธ์ระหว่างฝ่ายการเมืองและข้าราชการประจำ โดยเฉพาะเรื่องการแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูง ให้มีจุดเชื่อมโยงเฉพาะเท่าที่จำเป็น เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้ข้าราชการที่ดีอยู่ได้ และข้าราชการเองควรมีมโนสุจริต ทำงานด้วยความซื่อสัตย์ โปร่งใส ไม่มีการหาประโยชน์จากตำแหน่งหน้าที่ โดยเฉพาะหน่วยงานที่เกี่ยวกับการอนุมัติ อนุญาต หรือหน่วยงานที่เกี่ยวกับการตรวจสอบ ดังนั้น ควรมีพัฒนาข้าราชการมีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น และควรมีค่าตอบแทนที่เหมาะสมกับคนที่อยู่ในระบบราชการ ให้มีเกียรติมีศักดิ์ศรี และควรมีการบัญญัติค่านิยมสร้างสรรค์ และจรรยาข้าราชการ ในกฎหมายด้วย คือ 1.กล้ายืนหยัดทำในสิ่งที่ถูกต้อง 2.ซี่อสัตย์และรับผิดชอบ 3.โปร่งใส ตรวจสอบได้ 4.ไม่เลือกปฏิบัติ แยกเรื่องส่วนตัวกับเรื่องราชการ และ 5.มุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน รวมถึงการปรับโครงสร้างของหน่วยงานรัฐให้กระจายอำนาจไปอยู่กับท้องถิ่น แต่ส่วนที่สำคัญยังต้องอยู่ที่ส่วนกลาง เช่น หน่วยงานความมั่นคง เรื่องต่างประเทศ เป็นต้น นอกจากนั้นควรนำเครื่องมือ และระบบไอทีมาใช้ในวิธีการทำงาน เพื่อให้เกิดความทันสมัยและคล่องตัว

ด้านนายพันธุ์ชัย กล่าวว่า การปฏิรูประบบราชการนั้น ส่วนกลางต้องลดขนาดลง โดยให้ข้าราชการภูมิภาคขึ้นอยู่กับท้องถิ่น ซึ่งจะลดค่าใช้จ่ายของส่วนกลาง เพราะขณะนี้เราใช้เงิน 40% ของเงินงบประมาณแผ่นดินในการจ่ายเงินเดือนข้าราชการ และประชาชนควรมีส่วนร่วมในการตรวจสอบถ่วงดุลระบบราชการ ทั้งนโยบาย และการทำงาน เพราะแม้ระบบราชการจะมีผู้ตรวจแต่ละกระทรวง แต่ก็ไม่เคยมีการลงโทษข้าราชการแบบรุนแรงเลย นอกจากนั้นหากมีความผิดทางอาญาก็ควรให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการสืบสวนด้วย และสิ่งสำคัญที่ต้องปฏิรูปคืออิทธิพลเจ้าพ่อท้องถิ่น ที่มีทั่วทุกภาคของประเทศ

ขณะที่นายอัษฎา กล่าวว่า ปัญหาของระบบข้าราชการคือข้าราชการเป็นทาสของนักการเมือง เพราะเมืองไทยยึดระบบอุปถัมภ์ จึงทำให้เกิดเรื่องสองมาตรฐาน ทั้งนี้การแก้ปัญหาคือ 1.ปฏิรูปเรื่องการแต่งตั้งข้าราชการ ทั้งนี้ระบบที่จะช่วยแก้ปัญหานี้ได้คืออำนาจต่อรองนักการเมือง โดยทุกกระทรวงควรมีสหภาพข้าราชการ และควรเข้ามามีอำนาจในการแต่งตั้งข้าราชการด้วย ซึ่งจะคล้ายคลึงรูปแบบการแต่งตั้งของทหาร ไม่ใช่ปล่อยให้ฝ่ายการเมืองแต่งตั้งคนใกล้ชิดที่ไม่มีความรู้ความสามารถเข้ามาทำหน้าที่ 2.ในการคัดเลือกคนเข้ามาในระบบราชการควรมีความโปร่งใส และเปิดเผย 3.กระบวนการยุติธรรมต้องเปิดโอกาสให้ข้าราชการสู้อย่างเต็มที่ เพราะเมืองไทยมีการกลั่นแกล้งกันมาก มีระบบขัดแข้งขัดขากันมาก คนที่ไม่มีพรรคพวกไม่สามารถอยู่ได้

นายภิญโญ กล่าวว่า ปัญหาของระบบราชการนั้นอยู่ที่ระบบบริหารบุคคล มีการใช้ระบบการรวมศูนย์อำนาจ และระบบตรวจสอบที่ยังคงเป็นระบบปิด จึงมีคำถามว่า 1.การบริหารบุคคลภาครัฐนั้น ก.พ.ควรจะขึ้นอยู่กับการเมืองหรือไม่ 2. การแต่งตั้งโยกย้ายนั้นต้องมีการทบทวนระบบการแต่งตั้งโยกย้ายให้มีประสิทธิภาพหรือไม่ 3.ระบบการตรวจสอบถ่วงดุลนั้นยังมีประสิทธิภาพหรือไม่ 4.ในเรื่องการต่อรองนั้นถ้าข้าราชการจะออกมาต่อสู้หากไม่ได้รับความเป็นธรรมควรเป็นสิทธิของราชการว่าจะใช้ช่องทางใดในการต่อสู้หรือไม่ ทั้งนี้ตนเห็นด้วยที่ให้มีสหภาพข้าราชการ ซึ่งในอดีตเราก็เคยมีแนวคิดในเรื่องนี้มาแล้ว อย่างไรก็ดีเห็นว่า เราตองทบทวนบทบาททางการเมืองซึ่งเข้ามามีบทบาทในการแต่งตั้งโยกย้าย อีกทั้งจะต้องปรับบทบาทภาครัฐและมีการสร้างระบบการตรวจสอบให้เป็นระบบเปิด นอกจากนี้จะต้องเอาระบบการสร้างธรรมาภิบาลมาใช้โดยกำหนดเป็นนโยบายสำคัญ

นพ.ชูชัย กล่าวว่า ปัญหาของระบบราชการที่ผ่านมาคือการแต่งตั้ง ที่ทำให้ระบบราชการเสีย และเสื่อมศักดิ์ศรีข้าราชการ เพราะที่ผ่านมาคนที่อยากเป็นปลัด หรืออธิบดีต้องไปต่างประเทศ เพื่อให้มีการดูตัว ดังนั้นการแก้ปัญหาเรื่องนี้ กลไกที่เป็นอิสสระในการคัดเลือก และแต่งตั้งคนในระบบราชการควรแยกมาอีกหนึ่งอำนาจ นอกเหนือจากอำนาจบริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการ