ชี้'อุยกูร์'ปกปิดสัญชาติกลัวถูกส่งกลับจีน

นักวิชาการมุสลิมชี้ 2 ปม"อุยกูร์" ปกปิดสัญชาติ อาจภูมิใจในความเป็นชาว "เติร์ก" หรือเพราะกลัวถูกส่งกลับจีน เชื่อจุดหมายปลายทางคือ"มาเลเซีย"
ดร.ศราวุฒิ อารีย์ นักวิชาการศูนย์มุสลิมศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมชาวต่างชาติ ซึ่งในตอนแรกให้การว่าเป็นชาวตุรีกี แต่ภายหลังได้รับการยืนยันว่าเป็นชาวอุยกูร์ในมณฑลซินเกียงของจีนว่า กรณีดังกล่าวเชื่อว่าคงไม่ใช่คนประเทศตุรีมาตั้งแต่ต้น เพราะประเทศตุรกีมีฐานะทางเศรษฐกิจดีอยู่แล้ว จึงไม่มีความจำเป็นต้องอพยพออกมา ซึ่งในกรณีดังกล่าวมองได้ 2 ประเด็น คือ 1. ไม่ต้องการบอกความจริง เพราะกลัวที่จะถูกส่งกลับมณฑลซินเกียง เนื่องจากระยะหลังทางการจีนเข้มงวดกับชาวอุยกูร์มาก หลังจากมีเหตุการณ์โจมตีคนจีนหลายครั้ง เช่น ที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน หรือกรณีใช้มีดไล่ฟันคน 29 ศพที่สถานีรถไฟคุนหมิง เป็นต้น
ดร.ศราวุฒิ วิเคราะห์อีกว่า 2. น่าจะเป็นความภาคภูมิใจในชาติพันธุ์ เพราะชาวอุยกูร์ที่อยู่ในมณฑลซินเกียง ซึ่งอยู่ใกล้เคียงกับ 5-6 ประเทศในเอเชียกลางที่แยกตัวมาจากอดีตสหภาพโซเวียตมีความรู้สึกว่า พวกตนเป็นชาว "ออตโตมันเติร์ก" ที่มีศูนย์กลางอยู่ในประเทศตุรกีในปัจจุบัน นอกจากนี้ ในระยะหลังประเทศจีนได้นำการพัฒนาแบบทุนนิยมเข้ามา และส่งคนเข้ามาอยู่เป็นจำนวนมากทำให้ชาวอุยกูร์รู้สึกว่า ขัดกับหลักศาสนา และวัฒนธรรมประเพณีของตนเอง ประกอบกับความแตกต่างทางเชื้อชาติศาสนาทำให้เกิดความขัดแย้งรุนแรงขึ้น
"ผมสงสัยว่า คนเหล่านี้เข้ามาทางไหน เพราะระยะทางไกลจากไทยมาก ไม่เหมือนชาวโรฮิงญาที่มีชายแดนติดกัน และสามารถนั่งเรือข้ามมาได้ ที่ผ่านมาไม่เคยพบว่า มีชาวอุยกูร์อพยพเข้ามาในไทยมาก่อน ส่วนจุดหมายปลายทางน่าจะเป็นมาเลเซียมากกว่า เพราะเป็นประเทศมุสลิมเหมือนกัน และมาเลเซียเป็นโมเดลของประเทศมุสลิมที่เจริญแล้ว ซึ่งในอดีตก็มีชาวโรฮิงญาเข้าไปทำงานเป็นจำนวนมาก แต่ตอนหลังเริ่มมากเกินไปจนถูกผลักดันออก ซึ่งผมคิดว่าคนกลุ่มนี้ก็น่าจะถูกผลักดันออกเหมือนกันถ้าเข้ามาเลเซียได้" ดร.ศราวุฒิ กล่าว







