"สุรนันทน์"เผยเล็งเชิญ"ถวิล-ภราดร"คุยกรณีคืนตำแหน่ง ชี้เรื่องซับซ้อนต้องส่งให้กกต.เคาะ ย้ำเคยอยู่ในศอฉ.และขึ้นเวทีกปปส
ที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ อ.สามพราน จ.นครปฐม นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งให้คือตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)ภายใน 45 วัน ให้กับนายถวิล เปลี่ยนศรี ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายข้าราชการประจำ ว่า ในทุกกรณีศาลปกครองจะให้เวลา 45 วัน หรือ 60 วัน ซึ่งในกรณีนี้ 45 วัน ศาลเข้าใจว่าการบริหารราชการแผ่นดินว่าการโยกย้ายตำแหน่งหรือคืนตำแหน่งจะต้องมีขั้นตอนที่จะต้องทำให้ถูกต้องไม่ว่าเรื่องเอกสารของราชการหรือข้อกฎหมาย ซึ่งจะต้องไปดูผลกระทบทั้งหมด ทั้งเรื่องตำแหน่ง สวัสดิการ ซึ่งในกรณีที่ผ่านมาก็ใช้เวลาพอสมควร แต่ทันใน 45 วันแน่นอน ซึ่งตนได้มีการหารือกับเลขาฯ คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน(ก.พ.) และจะประชุมร่วมกับสำนักเลขาฯ นายกรัฐมนตรี เพื่อดูขั้นตอนให้ครบถ้วน ซึ่งเลขาฯ ก.พ. ระบุว่ามีความสลับซับซ้อนกันพอสมควร เพราะหลังจากที่นายถวิล ถูกย้ายไปแล้วก็เป็นพล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี รับตำแหน่งต่อ และต่อมาได้ย้ายไปเป็นปลัดกระทรวงคมนาคม จากนั้นก็เป็นพล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาฯ สมช. ซึ่งย้ายมาเป็นรองเลขาฯ สมช. ก่อนแล้วจึงขึ้นเป็นเลขาฯ สมช. จึงมีเรื่องขั้นตอนเอกสารและกฎหมายต่างๆ รวมทั้งจะต้องมีการหารือกับพล.ท.ภราดร เอง ว่าตำแหน่งใดจะเป็นตำแหน่งที่เหมาะสมสำหรับตัวท่านเอง ซึ่งเมื่อได้ข้อสรุปร่วมกับเลขาฯ ก.พ.แล้วจะต้องนำเรียนนายกรัฐมนตรี เพื่อให้ตัดสินใจกรณีพล.ท.ภราดร ก่อนที่จะคืนตำแหน่งให้นายถวิล ซึ่งจะต้องเข้าครม.และสถานการณ์ขณะนี้จะต้องส่ง กกต.ด้วยถึงแม้จะเป็นคำสั่งศาลก็ตามเพราะเป็นการโยกย้ายโดยตำแหน่ง
เมื่อถามว่ามีการมองว่าเป็นการกลั่นแกล้งข้าราชการหรือไม่ นายสุรนันทน์ กล่าวว่า นายถวิลก็รู้ดีว่าที่ผ่านมาทุกรัฐบาลตำแหน่งเลขาฯ สมช.ถือเป็นหน่วยงานหลักที่ต้องมีความไว้วางใจกัน ซึ่งกรณีนี้นายถวิลก็เคยมีตำแหน่งอยู่ในศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอฉ.) ของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งถือว่าเป็นมือไม้ที่สำคัญ ดังนั้นก็น่าจะเข้าใจว่ารัฐบาลก็ต้องการมีมือมีไม้เป็นของตัวเอง ซึ่งเรื่องนี้ที่ผ่านมาในอดีตก่อนที่นายถวิลจะมารับตำแหน่งเลขาฯสมช.ก็มีหลายกรณีที่เลขาฯสมช.ถูกย้ายไป เช่น พล.ท.ภราดร ก็มีการถูกย้ายไป ดังนั้นจึงเป็นเรื่องปกติของการเข้ามาบริหารราชการแผ่นดิน เพียงแต่ว่าการที่ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งเช่นนี้ก็คือว่าต่อไปนี้รัฐบาลจะโยกย้ายก็ต้องให้เหตุผลที่ชัดเจน เพื่อที่จะเห็นชัดว่าเราไม่ได้ใช้ความลำเอียงแต่มีการพินิจพิเคราะห์ ขณะเดียวกันการบริหารงานบุคคลเราก็ต้องให้โอกาสในการทำงาน
เมื่อถามว่าการที่นายพงษ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรีออกมาระบุว่าไม่สามารถคืนตำแหน่งให้นายถวิลได้ทันภายใน 45 วัน เป็นการทำให้บรรยากาศเสียไปหรือไม่ นายสุรนันทน์ กล่าวว่า คงไม่ใช่ แต่เนื่องจากนายพงษ์เทพเป็นผู้พิพากษาเก่า จึงไปพิจารณาในข้อกฎหมายว่าถึงแม้ว่าศาลปกครองจะมีคำสั่งให้คืนตำแหน่งให้นายถวิลภายใน 45 วัน แต่หากไปไม่ปฏิบัติตามก็ไม่มีบทลงโทษอะไร จึงมองว่าไม่จำเป็น ซึ่งเป็นมุมมองในแง่กฎหมาย อย่างไรก็ตามความเป็นจริงแล้วหากศาลปกครองวินิจฉัยออกมาเช่นนี้แล้วในระบบราชการต้องปฏิบัติตามคำสั่งศาลปกครอง





