รายงานพิเศษ : เปิดหน้า ว่าที่ผู้สมัคร สว.กทม. ไม่เด่น-ไม่ดัง
หลังจากสมาชิกวุฒิสภา (สว.) สายเลือกตั้ง ดำรงตำแหน่งครบ 6 ปี เมื่อวันที่ 2 มี.ค. ถือว่าเป็นเวลาที่ต้องเปลี่ยนคนเข้ามาทำหน้าที่ในสภาหินอ่อน ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด และในวันที่ 30 มี.ค. นี้ถือเป็นชี้ชะตาว่า คนที่สมัครลงชิงชัยจะได้รับความไว้วางใจจากคนกทม.
ล่าสุดนั้น “กรรมการการเลือกตั้ง ประจำกรุงเทพมหานคร หรือ กกต.กทม.” ปิดรับสมัครไปแล้วเมื่อวันที่ 8 มี.ค. และมีผู้กล้า มายื่นใบสมัคร ทั้งสิ้น 17 คน ได้แก่ 1.พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ อดีตผู้บังคับการปราบปราม (ผบก.ป.), 2.นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน 3.นางลีนา จังจรรจา ทนายความและนักจัดรายการทางเคเบิ้ลทีวีฝีปากกล้า, 4.ว่าที่ พ.ต.อาชว์ โครงกาพย์ ประกอบอาชีพธุรกิจ, 5.นายอรุณ คนหลัก ข้าราชการบำนาญ, 6.นางปิยะสุดา แพ่งสุภา นักวิชาการด้านสตรี, แรงงานและชาติพันธุ์,
7.นางตรีรัตน์ เซ่งไพเราะ ผู้บริหารบริษัทเอกชน, 8.คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา อดีตผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน, 9. นายโฆสิต สุวินิจจิต อดีตผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมสปริง นิวส์, 10.นายปิยชาติ วีรเดชะ ทนายความ, 11.นายมงคล ประสาทเสรี ที่ปรึกษาบริษัทวิศวกรที่ปรึกษา, 12 นายกรสัณห์ กันยะพงศ์ ที่ปรึกษาด้านวิศวกรรม สิ่งแวดล้อม
13. นางพรทิพย์ ลยานันท์ ข้าราชการบำนาญ, 14.นายมงคล กิมสูนจันทร์ ประกอบธุรกิจส่วนตัว, 15. ร.อ.พรชัย รัศมีแพทย์ กรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตยและความเป็นธรรมในประเทศไทย, 16.นายชาญชัย โกศลธนากุล ข้าราชการบำนาญ, 17.นายประทีป พุทธรักษ์ภักดี มิชชันนารีอิสระและมัคคุเทศก์ภาษาอังกฤษ-จีน และ 18.นายวิทยา จังกอบพัฒนา อดีตพนักงานธนาคารแห่งประเทศไทย
หากเทียบกับการเลือกตั้ง สว.กทม. ปี 51 พบว่ายอดผู้สมัคร ลดลงครึ่งต่อครึ่ง เพราะรอบนั้นมีผู้ลงแข่งขันทั้งสิ้น 35 คน แม้ตัวเลือกในรอบนี้จะน้อย แต่ก็ถือเป็นผลดีต่อการตัดสินใจของคน กทม.
ยิ่งเมื่อพิจารณาเชิงลึกถึงประวัติ “ว่าที่ผู้สมัครสว.กทม.” ทั้ง 18 คน จะเห็นได้ว่า ไม่มีใครติด Top ชั้นเซียน อาจจะมีบางคนที่ได้ชื่อว่ามีผลงานอยู่บ้าง อาทิ “พล.ต.ต.สุพิศาล” ที่ก่อนจะตัดสินใจลาออกจากข้าราชการตำรวจตำแหน่ง "ผบก.ป.” ก็มีผลงานเป็นที่ประจักษ์แต่ไม่โดดเด่นและรู้จักแพร่หลาย
“ศรีสุวรรณ” มีชื่อเสียงปรากฎต่อสาธารณะวงกว้าง เมื่อได้เข้ารับหน้าที่นำ ยื่นฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5แสนล้านบาทต่อศาลปกครองสูงสุด จนมีผลทำให้โครงการทั้งหลายชะลอเพราะต้องกลับไปรับฟังความเห็นจากประชาชนให้รอบด้าน
“คุณหญิงจารุวรรณ อดีตผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และอดีตคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.)” มีผลงานที่โดดเด่นในงานด้านปราบคอรัปชั่นในรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ แต่ในอีกมุมก็มีข้อมูลพบว่ามีมุมสีเทา และเห็นกับประโยชน์ส่วนตัว
นอกจากนั้นก็ไม่ปรากฎผลงาน แต่พลิกแฟ้มประวัติ ก็จะเห็นได้ว่ามีข้อมูลที่ผูกโยงกับ “ฟากการเมือง” ได้แก่ “ตรีรัตน์ เซ่งไพเราะ” ผู้เป็นภรรยาของ “วัฒนา เซ่งไพเราะ” อดีตโฆษกประธานสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกพรรคเพื่อไทย แต่เจ้าตัวยืนยันอย่างแข็งขันว่าการสมัคร สว.กทม. ไม่เกี่ยวข้องกับ “พรรคเพื่อไทย” เพราะการลงสมัครรอบนี้มีแต่อุดมการณ์ที่อยากทำประโยชน์เพื่อชาติ เฉกเช่นกับสามีที่มีอุดมการณ์ไม่ต่างกัน
“มงคล กิมสูนจันทร์” ก่อนหน้านี้เคยทำงานการเมืองอยู่ในสภาผู้แทนราษฎร ในนามพรรคพลังประชาชน ในตำแหน่งกรรมการบริหารพรรค แต่เมื่อผลของคำพิพากษาให้ยุบพรรค และสั่งเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้งเป็นเวลา 5 ปี เขาได้วางมือ แต่ยังไม่เลิกล้างงานการเมือง - “ปิยชาติ วีรเดชะ” อดีตทนายผู้ว่าความให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร สมัยก่อนเข้าวงการการเมือง ในคดีถูกคู่ความฟ้องร้องเบี้ยวหนี้ เรื่องขึ้นโรงขึ้นศาล ทำให้ “ทักษิณ”เปรยอยากหนีคดีไปต่างประเทศเพราะไม่มีใครเป็นทนายให้ ยกเว้น “ทนายปิยชาติ” จนในที่สุด “ทักษิณ” ได้หลุดพ้นคดี และหลังจากที่ก้าวเข้าสู่วงการการเมือง ก็ไม่ได้ติดต่อกับทนายปิยชาติจนถึงบัดนี้
ส่วน ว่าที่ผู้สมัคร สว.กทม.ที่เหลือล้วนเคยผ่านการชิมลางเข้ารับการคัดเลือกและเลือกตั้งในพื้นที่กทม. แม้จะไม่ถึงฝันแต่ยังมีความมุมานะ
หากเล่นเกมวัดใจ คนกรุงเทพฯ กับการเลือกตั้งรอบนี้ ในยามที่กระแสทางการเมืองไม่เอื้ออำนวยและกระแสเฉพาะตัวของผู้สมัครที่ไม่มีใครโดดเด่นเกินหน้า เชื่อว่าการออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งรอบนี้ “กกต.กทม.”อาจต้องใช้พลังเยอะกว่ารอบที่ผ่านๆ มา





