ผู้เชี่ยวชาญพิศวงขาดการติดต่อฉับพลัน ผู้โดยสาร 2 คนอาจใช้พาสปอร์ตที่ถูกขโมย เอฟบีไอร่วมสอบเครื่องบินมาเลย์ฯหาย
ช่วงค่ำของวานนี้(8มี.ค.) โว วัน ตวนรองเสนาธิการทหารบก ของเวียดนาม แถลงทางสถานีโทรทัศน์ทางการว่า เครื่องบินเวียดนามสองลำ ที่ออกค้นหาเครื่องบินมาเลเซีย แอร์ไลนส์ พบคราบน้ำมันขนาดใหญ่สองแห่ง กินระยะทางยาวประมาณ 15-20 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากกันประมาณ 500 เมตร และเพื่อให้แน่ใจว่า เป็นคราบน้ำมันจากเครื่องบินลำที่หายหรือไม่ จึงได้ส่งเรือไปตรวจสอบ
นอกจากนี้ รัฐมนตรีช่วยกระทรวงคมนาคมเวียดนามแจ้งว่า พบเห็นคราบน้ำมันเมื่อเวลา 17.20 น. ห่างประมาณ 150 กิโลเมตร จากเกาะโถเจา กับอีกจุดอยู่ห่างประมาณ 190 กิโลเมตร จากแหลมกาเมา หรือแหลมญวน ทางตอนใต้สุดของเวียดนาม
ผู้เชี่ยวชาญพิศวงขาดการติดต่อฉับพลัน
เวบไซต์การ์เดียน อ้างความเห็นนายโมฮัน รังคนาทาน ที่ปรึกษาด้านความปลอดภัยการบินให้กับคณะกรรมการที่ปรึกษาความปลอดภัยการบินพลเรือนของอินเดีย ว่า น้อยครั้งมากที่เครื่องบินลำหนึ่งจะขาดการติดต่ออย่างสิ้นเชิงโดยไม่มีสิ่งบ่งชี้ถึงปัญหาใดๆก่อนหน้า โดยเฉพาะกับเครื่องบินโบอิ้ง 777 ยิ่งรู้สึกประหลาดใจเพราะเป็นรุ่นที่ปลอดภัยมาก ผู้เชี่ยวชาญท่านนี้ กล่าวว่า เครื่องบินไต่ระดับถึงความสูง 10,700 ฟุตแล้ว แต่ข้อมูลติดตามการบินออนไลน์ ชี้ว่าเครื่องบินลดเพดานลงอย่างรวดเร็วและเปลี่ยนทิศทาง
ด้านนายนีล แฮนสฟอร์ด ประธานบริษัทที่ปรึกษา สตราเทจิค เอวิเอชัน โซลูชั่นส์ กล่าวว่า เครื่องบินโบอิ้ง 777 ได้ชื่อว่าปลอดภัยที่สุดในประวัติศาสตร์การบิน เครื่องบินกว่า 1,000 ลำที่ผลิตออกมา มีรายงานเกิดอุบัติเหตุเพียง 60 ครั้งและส่วนมากก็เล็กๆน้อยๆเท่านั้น โอกาสที่เครื่องยนต์สองเครื่องจะขัดข้องในเวลาเดียวกันมีน้อยมาก และหากเสียเครื่องยนต์ตัวใดตัวหนึ่งขณะบินก็ไม่ทำให้เครื่องบินตก
ผู้โดยสาร 2 คนอาจใช้พาสปอร์ตที่ถูกขโมย
เวบไซต์ เดอะ มิร์เรอร์ ของอังกฤษ รายงานว่า น่าจะมีผู้โดยสาร 2 รายจากบรรดาผุ้โดยสาร 227 คนบนเที่ยวบิน MH370 ของมาเลเซียที่หายไปเช้ามืดวันนี้ใช้พาสปอร์ตที่ถูกขโมย เพราะพบว่า ชาวออสเตรีย 1 คนและอิตาลี 1 คนที่มีชื่ออยู่บนเที่ยวบินนี้ ยังมีชีวิตอยู่และปลอดภัย และไม่ได้ขึ้นเที่ยวบินนั้น โดยคริสเตียน โคเซล วัย 30 ปีชาวออสเตรีย แจ้งว่า พาสปอร์ตหายไปตอนมาเที่ยวประเทศไทยเมื่อสองปีก่อน นอกจากนี้ ลุยจิ มารัลดิ ชาวอิตาลี วัย 37 ปีได้โทรศัพท์แจ้งครอบครัวจากประเทศไทยว่า เขายังมีชีวิตอยู่และสบายดี เขาไม่ได้ขึ้นเครื่องบินลำนั้น และพาสปอร์ตถูกขโมยเมื่อเดือนส.ค.ปีที่แล้ว
สหรัฐส่งเรือพิฆาติช่วยค้นหา
กระทรวงกลาโหมสหรัฐ ออกแถลงการณ์ว่า กองทัพสหรัฐได้ส่งเรือพิฆาตยูเอสเอส พิงค์นีย์ ซึ่งกำลังอยู่บนเส้นทางเดินเรือ เพื่อมุ่งหน้าไปยังชายฝั่งตอนใต้ของประเทศเวียดนาม เพื่อช่วยในภารกิจการค้นหาเครื่องบินโดยสารแบบโบอิ้ง777-200ของสายการบินมาเลเซียแอร์ไลนส์ เที่ยวบิน เอ็มเอช370 ซึ่งหายสาบสูญไป
เรือพิฆาตยูเอสเอส พิงค์นีย์ของกองทัพเรือสหรัฐ มีเฮลิคอปเตอร์2ลำ ซึ่งสามารถร่วมปฏิบัติการค้นหาทางอากาศได้ ซึ่งเรือพิฆาตลำนี้กำลังอยู่ระหว่างการฝึกและปฏิบัติการด้านความมั่นคงทางทะเลในเขตน่านน้ำสากลของทะเลจีนใต้ และเรือพิฆาตลำนี้สามารถเข้าไปถึงจุดที่เชื่อว่า เครื่องบินตกภายในเวลา24ชั่วโมง
แถลงการณ์ของกระทรวงกลาโหมสหรัฐ ระบุด้วยว่า สหรัฐ ยังจะส่งเครื่องบินตรวจการณ์พี-3ซีโอไรออน ออกเดินทางจากฐานทัพคาเดนะ บนเกาะโอกินาวาของญี่ปุ่น เพื่อไปช่วยค้นหาระยะไกลเพราะมีเรดาร์และเครื่องมือสื่อสารพร้อม
เอฟบีไอร่วมสอบเครื่องบินมาเลย์ฯหาย
เอฟบีไอ ส่งจนท.และผู้เชี่ยวชาญเทคนิคไปช่วยเหลือคณะตรวจสอบการสูญหายของเครื่องบิน มาเลเซีย แอร์ไลน์ส ที่มีผู้โดยสารอเมริกันหลายคนอยู่บนเครื่อง
เจ้าหน้าที่สหรัฐกล่าวว่ากำลังพยายามหาสาเหตุว่ามีความเชื่อมโยงกับการก่อการร้ายหรือไม่ อันทำให้เที่ยวบิน 370 หายไปจากจอเรดาร์พร้อมผู้โดยสารและลูกเรือ 239 ชีวิตขณะบินจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ไปกรุงปักกิ่ง
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐคนหนึ่งกล่าวว่าการที่คนอเมริกันเป็นผู้โดยสารอย่างน้อย 3 คน ทำให้เอฟบีไอเข้ามาร่วมทำคดีนี้ แต่นับถึงขณะนี้สิ่งที่เกิดขึ้นยังเป็นปริศนา
เจ้าหน้าที่สหรัฐกล่าวว่าสายลับเอฟบีไอที่ประจำการกับสถานทูตอเมริกันในกรุงกัวลาลัมเปอร์ รวมถึงเจ้าหน้าที่กฎหมายของเอฟบีไอ กำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ เอฟบีไอจะช่วยตรวจดูวิดิโอของสนามบินกัวลาลัมเปอร์ เพื่อดูภาพผู้โดยสารที่เคาน์เตอร์ รวมถึงภาพบริเวณหน่วยรักษาความปลอดภัย และภาพบริเวณที่มีการขึ้นเครื่อง จากนั้นสายลับจะใช้เทคโนโลยีต่อต้านก่อการร้ายเพื่อดูว่ามีความเชื่อมโยงหรือไม่กับกลุ่มอัลไกดาหรือกลุ่มก่อการร้ายอื่นๆ หรือไม่
ล่าสุดรัฐมนตรีคมนาคมมาเลเซียกล่าวว่าเจ้าหน้าที่มาเลเซียได้หารือกับเอฟบีไอ และกำลังตรวจสอบตัวตนของผู้โดยสาร 4 คน
นอกจากนั้น คณะกรรมการความปลอดภัยด้านการเดินทางของสหรัฐ ก็จะเข้าร่วมการสอบสวนด้วย เพราะเครื่องบินผลิตโดยบริษัทโบอิงของสหรัฐ
ด้านเจ้าหน้าที่กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐ กล่าวว่าแม้ดูเหมือนผู้โดยสาร 2 คนใช้หนังสือเดินทางของอียูที่ขโมยมา แต่ไม่มีเครื่องบ่งชี้ว่าเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นการก่อการร้าย และยังไม่มีหลักฐานของการก่อการร้ายนับถึงขณะนี้ เพราะคนใช้หนังสือเดินทางปลอมอาจเป็นขโมยหรือซื้อมาจากตลาดมืด
ส่วนเรือกู้ภัยของเวียดนามได้ไปถึงจุดที่มีคราบน้ำมัน 2 จุดอันอยู่ใกล้กับบริเวณที่เครื่องบินหายไปจากจอเรดาร์ แต่ไม่พบเศษซากเครื่องบิน ขณะนี้มีเครื่องบิน 13 ลำ เรือ 29 ลำจากเวียดนาม มาเลเซีย จีน สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์ กำลังร่วมกันค้นหาเครื่องบิน





