วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

ถกโผทหารดัน'พล.ท.วลิต'นั่งมทภ.4คุมไฟใต้

"ยิ่งลักษณ์"ถกโผผบ.เหล่าทัพ ไร้ขัดแย้ง"ประยุทธ์" ดันน้องบูรพาพยัคฆ์คุมไฟใต้ ลูก"บิ๊กจ๊อด"ได้ดีขยับนั่ง ผบ.พล.1 รอ.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม พร้อมด้วย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมช.ศึกษาธิการ นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และ พล.ต.ต.ธวัช บุญเฟื่อง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางโดยเครื่องบินแอมแบร์ของกองทัพบก ออกจากท่าอากาศยานจังหวัดสกลนคร กลับมาถึงกองการบินกรมการขนส่งทหารบก(ขส.ทบ.) ดอนเมืองแล้ว ภายหลังเสร็จสิ้นการลงพื้นที่ตรวจราชการที่จ.สกลนครและมุกดาหาร

พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ปลัดกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าประชุมคณะกรรมการปรับย้ายนายทหารระดับนายพล ที่มีน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน ว่า เมื่อที่ประชุมบอร์ดคณะกรรมการได้พิจารณาอนุมัติบัญชีรายชื่อแต่งตั้งโยกย้ายนายทหาร (กลางปี) ประจำปี2557 เรียบร้อยแล้ว จะต้องส่งเอกสารทั้งหมดไปให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) โดยทางกกต.จะส่งเอกสารทั้งหมดกลับมาที่กระทรวงกลาโหมอีกครั้ง เพื่อให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเซ็นและส่งถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อให้เลขาธิการนายกฯนำขึ้นกราบบังคมทูลเกล้าฯ เป็นขั้นตอนปกติตามที่กฎหมายกำหนด อย่างไรก็ตาม เราคิดว่าเอกสารจะอยู่ที่กกต.ประมาณ 1 สัปดาห์ถือว่าเป็นกรอบเวลาที่น่าสบายใจ โดยทาง พล.อ.ชัชวาลย์ ขำเกษม เจ้ากรมเสมียนตรา รายงานตนว่ามีเรื่องที่กระทรวงกลาโหมส่งให้ กกต.ทั้งหมดประมาณ 2,400 กว่าเรื่องที่เกี่ยวกับการโยกย้าย เช่น ตำแหน่งจ่าปรับมาเป็นนายทหาร ซึ่งทาง กกต.ตอบกลับมาเพียงประมาณ 24 เรื่อง

รายงานข่าวแจ้งว่า ในการปรับย้ายนายทหารกลางปีนี้มีจำนวนไม่มากนัก ส่วนใหญ่เป็นการปรับในส่วนของนายทหารยศพลโทที่จะเกษียณอายุราชการในปลายเดือนกันยายนนี้ ขึ้นไปอัตราเอก และในครั้งนี้กองบัญชาการกองทัพไทยได้มีการปรับโครงสร้างใหม่ โดยได้ยุบตำแหน่งประธานคณะที่ปรึกษากองบัญชาการกองทัพไทย (บก.ทท.) (อัตราจอมพล) ไปเพิ่มเป็นรองผบ.สส.รวม 4 ตำแหน่ง จากเดิมที่มีแค่ 3 ตำแหน่ง พร้อมทั้งเพิ่มรองเสนาธิการทหาร (อัตราพลเอก) อีก1 ตำแหน่ง รวมทั้งเพิ่มอัตราจอมพลให้กับกรมราชองครักษ์ 2 ตำแหน่ง

ที่น่าสนใจคือการปรับย้ายในส่วนของกองทัพบก โดยในปีนี้จะมีการเปลี่ยนผู้มาดำรงตำแหน่งแม่ทัพภาค 4 ใหม่ เนื่องจาก พล.ท.สกล ชื่นตระกูล ต้องขยับเป็นพลเอกก่อนเกษียณอายุราชการในปลายเดือนกันยายนนี้ โดย พล.ท.สกล ได้เสนอชื่อ พล.ต.ปราการ ชลยุทธ รองแม่ทัพภาคที่ 4 นายทหารม้าจากกองทัพภาคที่ 3 ขึ้นดำรงตำแหน่งแทน แต่เนื่องจาก พล.อ.ประยุทธ์ มีสัญญาใจกับ พล.ท.วลิต โรจนภักดี แม่ทัพน้อยที่ 1 จะหาตำแหน่งแม่ทัพภาคให้หลังจากที่พลาดหวังตำแหน่งแม่ทัพภาคที่1 มาถึง 2 ครั้ง ทำให้ในการโยกย้ายครั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จึงตัดสินใจเลือก พล.ท.วลิต ลงไปเป็นแม่ทัพภาคที่ 4 คนใหม่

สำหรับตำแหน่งสำคัญอื่นๆ มีข่าวว่า พล.ต.พิสิษฐ์ สิทธิสาร รองแม่ทัพภาคที่ 1 ขยับขึ้นเป็น แม่ทัพน้อยที่ 1 พล.ต.วราห์ บุญญะสิทธิ์ ผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (ผบ.พล.1 รอ.)ขยับขึ้นเป็น รองแม่ทัพภาคที่ 1 พล.ต.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 15 กลับมาเป็น ผบ.พล.1 รอ.

สำหรับการปรับย้ายในส่วนของกองทัพเรือ ที่มีข่าวว่าจะมปรับย้าย พล.ร.ต.วินัย กล่อมอินทร์ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสครามพิเศษทางเรือ ( ผบ.นสร.) หรือ ผบ.ซีล ออกจากตำแหน่งเพื่อลดแรงกดดันจากรัฐบาล และคนเสื้อแดง ที่่ออกมาเปิดเผยข้อมูลว่า พล.ร.ต.วินัย สนับสนุน กปปส. และส่งกำลังพร้อมอาวุธเข้าปกป้องกลุ่มผู้ชุมนุม โดย พล.ร.อ. ณรงค์ ตัดสินใจให้อยู่ในตำแหน่งเดิมไปก่อน เพราะเกรงว่าจะเป็นประเด็นในการจุดกระแสทางการเมืองขึ้นมาอีก รวมทั้ง รอง ผบ. นสร. ทั้งสองคนไม่ได้จบหลักสูตรมนุษย์กบ จึงยังหาผู้เหมาะสมมาดำรงตำแหน่งแทนไม่ทันในการปรับย้ายกลางปี