"สม รังสี"ขอเรียนรู้จากการประท้วงในไทย ชี้สถานการณ์ในกัมพูชาเลวร้ายกว่า
"สม รังสี" ผู้นำฝ่ายค้านกัมพูชา ให้สัมภาษณ์พิเศษ "สุทธิชัย หยุ่น" ประธานเครือเนชั่น ชี้สถานการณ์ในกัมพูชาเลวร้ายกว่าไทย พร้อมระบุอยากเรียนรู้จากการชุมนุมประท้วงในประเทศไทย
นายสุทธิชัย หยุ่น ประธานเครือเนชั่น สัมภาษณ์พิเศษนายสม รังสี ผู้นำฝ่ายค้านกัมพูชา ที่กรุงพนมเปญเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยนายสมกล่าวระหว่างให้สัมภาษณ์ว่าสถานการณ์ในประเทศของเขาแย่กว่าในไทย และเขาต้องการเรียนรู้จากการประท้วงในไทย
"เราต้องการเรียนรู้จากไทย เราต้องการตั้งคณะกรรมการดูแลการเลือกตั้งที่เป็นอิสระ เราต้องการมีระบบศาลยุติธรรมที่เป็นอิสระ สถานการณ์ของเราเลวร้ายกว่าในไทย" นายสม รังสี ระบุ
นายสม รังสี ซึ่งเป็นหัวหน้าพรรคกอบกู้แห่งชาติกัมพูชา (ซีเอ็นอาร์พี) ยืนยันว่าพรรคของเขาชนะการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 28 ก.ค. 2556 หากการเลือกตั้งดังกล่าวดำเนินไปอย่างบริสุทธิยุติธรรม เขาเสริมว่า "อย่างน้อยในไทย ประชาชนก็สามารถแสดงความคิดเห็นได้ คนไทยสามารถจัดการชุมนุมได้ แต่ในกรุงพนมเปญไม่สามารถจัดการชุมนุมได้ คน 9 คนอาจชุมนุมได้แต่หากเกินกว่า 9 คนอาจติดคุก แล้วถ้าหากขัดขืนก็อาจถูกยิงได้"
อย่างไรก็ตาม นายสม รังสี กล่าวว่าเขารู้สึกเสียใจอย่างมากกับประเทศไทย เพราะเขาคิดว่ามีบางคนหรือบางประเทศต้องการสั่นคลอนเสถียรภาพของไทยเพื่อเป้าหมายระยะยาว การกระทำเช่นนี้เป็นเรื่องน่าเศร้าและอันตรายมาก
"ผมหวังว่าคนไทย ที่ไม่ว่าจะมีแนวคิดทางการเมืองเช่นใด จะหันหน้าเข้าหากันและสร้างเอกภาพของประเทศให้แข็งแกร่ง อย่าปล่อยให้ใครมาสั่นคลอนเสถียรภาพหรือแบ่งแยกคนไทย"
นายสุทธิชัยได้ซักถามว่า นายสม รังสี กำลังบอกว่ามีบางประเทศกำลังพยายามสั่นคลอนเสถียรภาพของไทยหรือ ผู้นำพรรคซีเอ็นอาร์พีตอบว่า "ในกัมพูชาก็เหมือนกัน บางประเทศพยายามสั่นคลอนเสถียรภาพกัมพูชา"
เมื่อถูกซักไซ้อีกว่าเขาหมายถึงประเทศเดียวกันหรือเปล่า นายสม รังสี ตอบว่า
"เมื่อประเทศหนึ่งมีความทะเยอทะยานหรือมีจุดมุ่งหมายกับประเทศเพื่อนบ้าน ก็จะพยายามสั่นคลอนเสถียรภาพเพื่อให้ประเทศนั้นกลายเป็นเป้าหมาย และเมื่อประเทศนั้นอ่อนแอลง ก็จะสามารถมาควบคุมได้" นายสม รังสีตอบแต่ไม่ได้อธิบายเพิ่มเติมจากนี้
นายสม รังสี กล่าวว่าพรรคของเขาตกลงจัดตั้ง "คณะกรรมาธิการร่วมเพื่อปฏิรูปการเลือกตั้ง" กับพรรคประชาชนกัมพูชา (ซีพีพี) ของสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรี เพราะ "เราต้องการหาทางออกทางการเมืองอย่างสันติ"
เขายืนยันว่าฝ่ายค้านต้องการให้มีการจัดเลือกตั้งใหม่โดยเร็วที่สุด แต่ก็ยอมรับว่าทั้งสองฝ่ายต้องยอมโอนอ่อนให้กันบ้าง
"หากไม่มีการยอมให้กัน ก็ไม่สามารถที่จะเจรจากันได้" ผู้นำฝ่ายค้านระบุ
นายสุทธิชัยถามแกนนำฝ่ายค้านกัมพูชาว่าจะกลับไปนำผู้ชุมนุมออกมาประท้วงตามท้องถนนอีกหรือไม่ นายสม รังสีตอบว่า "หากการเจรจาล้มเหลว เราก็อาจทำเช่นนั้น แต่หากการเจรจาดำเนินไปอย่างราบรื่น เราก็จะเดินหน้าเจรจาโดยไม่เรียกร้องประชาชนให้ออกมาชุมนุมกันอีกครั้ง"
ทั้งนี้ นายสม รังสี ได้เป็นแกนนำในการประท้วงที่มีผู้คนเข้าร่วมจำนวนมาก โดยการประท้วงได้จัดให้มีขึ้นหลายครั้งด้วยกันในกรุงพนมเปญ อย่างไรก็ตาม ตำรวจปราบจลาจลได้ยิงคนงานสิ่งทอเสียชีวิตอย่างน้อย 3 ราย และอีก 23 คนถุูกจับ หลังจากนั้นสมเด็จฮุน เซนและนายสม รังสี ได้ตกลงที่จะจัดตั้งคณะกรรมาธิการร่วม เพื่อหารือเกี่ยวกับการปฏิรูปการเลือกตั้ง
ผู้นำพรรคซีเอ็นอาร์พีกล่าวว่ามีเครื่องชี้หลายประการว่าสมเด็จฮุน เซน อาจพร้อมที่จะจัดการเลือกตั้งครั้งใหม่ ก่อนที่รัฐบาลชุดปัจจุบันจะหมดวาระลงในเดือนก.ค. 2561
"แน่นอนว่าเราอยากให้มีการเลือกตั้งใหม่ภายใน 6 เดือน หรือภายในปีนี้ แต่เราคงไม่สามารถได้ทุกอย่างตามที่ปรารถนา ดังนั้นเราจึงต้องมีความยืดหยุ่นและก็หวังว่าพรรคซีพีพีจะแสดงความยืดหยุ่นเช่นกัน" สม รังสี อธิบาย
นายสุทธิชัยถามว่า เขาเชื่อว่าพรรคซีเอ็นอาร์พีจะชนะในการเลือกตั้งครั้งต่อไปหรือไม่ นายสม รังสีตอบว่า "แน่นอน เพราะในการเลือกตั้งครั้งก่อนเราก็เป็นฝ่ายชนะ เรามั่นใจว่าจริงๆ แล้วเราได้ที่นั่งมากกว่าพรรคซีพีพี เราได้อย่างน้อย 63 ที่นั่ง ส่วนซีพีพีได้อย่างมากสุดก็ 60 ที่นั่ง"
ทั้งนี้ ผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการระบุว่าพรรคซีพีพีได้ 68 ที่นั่ง ส่วนพรรคซีเอ็นอาร์พีได้ 55 ที่นั่ง และพรรคซีเอ็นอาร์พีก็ยังคว่ำบาตรการประชุมสภามาจนถึงทุกวันนี้เพราะมองว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมาไม่บริสุทธิยุติธรรม
นายสุทธิชัยถามนายสม รังสี ว่าหากเขาได้เป็นนายกรัฐมนตรีกัมพูชา จะบริหารประเทศได้ดีกว่าสมเด็จฮุน เซน หรือไม่
นายสม รังสีตอบว่า "แน่นอน เพราะประเทศนี้กำลังตกต่ำ ประชาชนไม่มีความสุข ผู้คนเป็นทุกข์เพราะรัฐบาลชุดปัจจุบัน รวมถึงครอบครัวของฮุน เซน และพวกพ้อง กำลังทำเพื่อผลประโยชน์ของต่างชาติ"
นายสุทธิชัยถามต่อไปว่า สิ่งสำคัญ 3 อันดับแรกของนายสม รังสี หากเขาได้ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี คืออะไร
แกนนำฝ่ายค้านตอบว่า "ผมขอตอบ 3 คำว่า นิติธรรม เพราะปัจจุบันกัมพูชาไม่มีหลักนิติธรรม มีแต่หลักของการใช้ปืน หลักของการใช้เงิน และการปกครองของสมเด็จฮุน เซนกับครอบครัว ดังนั้นหลักนิติธรรมจึงต้องเข้ามาแทนที่สิ่งเหล่านี้"
ต่อข้อถามที่ว่าเขาพร้อมจะจัดตั้งรัฐบาลผสมร่วมกับสมเด็จฮุน เซนหรือไม่ หากสิ่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการประนีประนอม
นายสม รังสีตอบว่า "ฮุน เซนถามผมอีกเรื่องหนึ่งในการประชุมสุดครั้งหลังสุดเมื่อเดือนก.ย.ปีที่แล้ว เขาขอให้ผมเตรียมจัดทำร่างกฎหมายนิรโทษกรรมให้แก่เขา เขาขอให้ผมจัดทำร่างกฎหมายนิรโทษกรรมเพื่อปกป้องคน 3 คนแต่ไม่ได้ระบุว่าเป็นใคร เขาบอกว่าประธานวุฒิสภา ประธานสภา และนายกรัฐมนตรี ควรได้รับการคุ้มครองภายใต้ร่างกฎหมายนิรโทษกรรม ปัจจุบันผู้ที่ทำหน้าที่ประธานวุฒิสภาคือนายเจีย ซิม ผู้ที่ทำหน้าที่ประธานสภาคือนายเฮง สัมริน ซึ่งเป็นประธานกิติมศักดิ์ของพรรคซีพีพีด้วย และผู้ทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีคือสมเด็จฮุน เซน"
นายสุทธิชัยถามว่าทำไมสมเด็จฮุน เซน จึงพูดเรื่องนี้กับผู้นำฝ่ายค้าน
นายสม รังสีตอบว่า "ฮุน เซนอาจมองไปข้างหน้า เขาบอกผมว่าพรรครัฐบาลไม่สามารถเสนอร่างกฎหมายนี้ได้ แต่พรรคฝ่ายค้านสามารถทำได้ โดยหากพรรคฝ่ายค้านเสนอร่างกฎหมายนี้ พรรครัฐบาลก็จะสนับสนุน"
นายสม รังสี เสริมว่า "เรื่องนี้สะท้อนว่าสิ่งต่างๆ ในกัมพูชากำลังเปลี่ยนไป"
ในตอนท้าย แกนนำฝ่ายค้านกล่าวว่าอาจเต็มใจที่จะทำข้อตกลงกับสมเด็จฮุน เซน "เพื่อประโยชน์ของกัมพูชาและเพื่อสันติภาพ"





