วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

23องค์กรจัดปาฐกถา1ปีกับเจรจาสันติภาพ

23 องค์กรจัดปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ"สันติสนทนาและกระบวนการสันติภาพชายแดนใต้/ปาตานี: หนึ่งปีที่ผ่านมาและอีกหลายปีต่อจากนี้"

ดาโต๊ะ ศรีอะหมัด ซัมซามิน ฮาชิม ผู้อำนวยความสะดวกของรัฐบาลมาเลเซียในคณะทำงานร่วมเพื่อกระบวนการพูดคุยสันติภาพ (JWG-PDP)จากการปาฐกาถาสรุปได้ว่า ประเทศมาเลเซียยินดีและเป็นเกียรติที่จะเป็นตัวกลางในภูมิภาคนี้ โดยไม่มีอะไรซ้อนเร้น โดยกระทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ ที่ต้องการเห็นชายแดนใต้ ที่ติดกับประเทศมาเลเซียให้เกิดสันติภาพ และให้เกิดความมั่นคง เป็นความสัมพันธ์ทวิภาคี ก่อนที่ AEC จะเกิดขึ้น แต่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาที่มีการเจรจามาเลเซียจำนวน 3 ครั้ง พยายามเป็นตัวกลางด้วยความซื่อสัตย์เพื่อให้เกิดสันติภาพ เนื่องจากปัญหาความไม่สงบเกิดขึ้นมานาน การตัดสินใจของบีอาร์เอ็น ถือว่ามีความกล้าและน่าชื่นชมที่ออกจากมุมมืด มาอยู่ในมี่สาธารณะ เป็นการหาทางออกที่ดี

การดำเนินเจรจามา 3 ครั้ง มีการตกลงของผู้แทนแต่ละฝ่าย เพื่อสร้างความเชื่อมั่น สร้างความเข้าใจต่อประเด็นปัญหา แต่ไม่ใช่เรื่องง่ายในการให้เห็นพ้องต่อกัน เพราะมีความอ่อนไหวต่อประเด็นปัญหาแต่ก็ไม่แปลก ที่อาจมีความเห็นที่แข็งกร้าว เช่นข้อเรียกร้อง ที่ยังขัดแย้งอยู่บ้าง แต่การเจรจาเป็นเพียงแค่การเริ่มต้น มีทั้งปัญหาทางออก ความสลับซับซ้อนหลายปัจจัย

อย่างไรก็ตาม ทั้งรัฐบาลและผู้คิดเห็นต่าง แต่มั่นใจ ขบวนการเจรจาเพื่อสู่สันติภาพ น่าจะนำไปสู่รูปธรรมในอนาคต ส่วนที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ ว่าการเลือก บีอาร์เอ็นเป็นคู่เจรจาถูกต้องหรือไม่ เบื้องต้นคิดว่าบีอาร์เอ็นเป็นกลุ่มสำคัญ

อย่างไรก็ตามการเจรจาเพื่อสันติภาพก็ต้องเกิดขึ้น โดยบีอาร์เอ็น จะต้องหามารวมกลุ่มทั้งพูโล และกลุ่มอื่นๆ ขณะเดียวกันรับฟังภาคประชาสังคม ทั้งกลุ่มสตรี กลุ่มเยาวชน กลุ่มศาสนา นักวิชาการ หรือฝ่ายอื่นๆที่เป็นคนปัตตานี อาจจะไม่ได้เป็นตัวแทนเพราะโต๊ะเจรจามีข้อจำกัด แต่สามารถรวบรวมข้อมูล ถือว่าเป็นตัวแทนผลประโยชน์ปัตตานี นำสู่โต๊ะเจรจาทุกฝ่ายจะต้องแสดงออกเจตนารมย์อย่างจริงจัง

โดยที่ผ่านมาเห็นได้ว่า รัฐบาลให้บีอาร์เอ็นหยุดความรุนแรงก่อน ขณะเดียวกัน บีอาร์เอ็นก็เรียกร้องหยุดรุนแรงจากรัฐเช่นกัน ซึ่งเรื่องนี้มาเลเซียคนกลางที่จะต้องคุยกันให้เข้าใจทั้งสองฝ่าย แต่หลายฝ่ายมองว่าล้มเหลว แต่การเจรจาก็มีการพัฒนาไปอีกระดับหนึ่ง ต้องให้มีความรอบคอบ มีความไว้วางใจให้มากขึ้น ซึ่งการเจรจาพึ่งเริ่มต้นย่อมมีปัญหาบ้าง

แต่สาเหตุการหยุดชั่วคราวเนื่องจากรัฐบาลรักษาการยังมีปัญหากับปัญหาที่ กทม. ทำให้การเจรจาหยุดชะงัก แต่เมื่อรัฐบาลเรียบร้อย เชื่อว่าการพูดคุยเจรจาทั้งสองฝ่ายสามารถดำเนินการได้ และทำให้ดีขึ้นได้ นอกจากนั้นต่อไปการเจรจา ต้องให้มีกลุ่มผู้เห็นต่างมากขึ้น ไม่ใช่เฉพาะ บีอาร์เอ็น แต่ต้องมีกลุ่มอื่นๆที่เคลื่อนไหวเข้ามา แต่ก็ไม่ใช่เอกสิทธิ์ผูกขาดกำลังติดอาวุธ อย่างเดียว ในส่วนภาคประชาชน ที่เป็นเจ้าของปัตตานีก็ต้องได้เช่นกัน นอกจากนั้นจะต้องมาทำรูดแม็บอีกครั้งและทำทีโออาร์ให้ชัดเจน