วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

แจ้งตำรวจนทท.จีนใส่ชุดยูนิฟอร์มนศ.ถ่ายภาพ

"โรม จิรานุกรม" รองอธิการบดีมหา'ลัยเชียงใหม่ เผยแจ้งความตร. เหตุนักท่องเที่ยวจีนสวมชุดยูนิฟอร์ม นศ.มช.ถ่ายภาพ ผิดระเบียบของมหาวิทยาลัย

รศ.โรม จิรานุกรม รองอธิการบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์และนักศึกษาเก่าสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) เปิดเผยว่า เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 24 ก.พ.ที่ผ่านมา ทางผู้บริหารของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้เข้าแจ้งความที่ สภ.ภูพิงค์ราชนิเวศน์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ และได้เชิญกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนเข้าพบ ภายหลังเจ้าหน้าที่งานรักษาความปลอดภัยได้พบว่ามีนักท่องเที่ยวจีนจำนวน 4 คน โดยมี 2 คน ได้สวมใส่ชุดนักศึกษาถ่ายภาพอยู่บริเวณป้ายชื่อของมหาวิทยาลัยและมีผู้ถ่ายภาพไว้เป็นหลักฐาน ทำให้นักศึกษาและชาวเชียงใหม่ที่พบเห็นต่างเห็นว่าเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมต่อภาพลักษณ์ของนักศึกษาและมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

รศ.โรม กล่าวว่า ทางมหาวิทยาลัยไม่ได้นิ่งนอนใจกับพฤติกรรมดังกล่าว ซึ่งทางคณะผู้ที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการบริหารจัดระบบนักท่องเที่ยวได้ขอเชิญนักท่องเที่ยวทั้ง 4 คนเข้าพบผู้บริหาร เพื่อสอบถามและชี้แจงการกระทำการดังกล่าว และถึงแม้เป็นการกระทำที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ แต่พฤติกรรมดังกล่าวอาจขัดต่อระเบียบของมหาวิทยาลัย ซึ่งมีบทกำหนดโทษตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ว่าด้วยเครื่องแบบนักศึกษา มช. หากเกิดกรณีที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยได้

"ทางมหาวิทยาลัยได้เชิญนักท่องเที่ยวเข้าพบเพื่อกล่าวเตือนและขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวกลุ่มดังกล่าวไม่ให้นำภาพที่มีการแต่งกายคล้ายเครื่องแบบนักศึกษาของ มช.ออกเผยแพร่ พร้อมทั้งได้ชี้แจงทำความเข้าใจ ถึงกรณีที่ทางมหาวิทยาลัยมีความจำเป็นต้องกระทำการตามกฎหมาย โดยเข้าแจ้งความกับ สภ.ภูพิงค์ราชนิเวศน์ไว้ด้วย และถ้าหากมีการดำเนินคดี จะมีการติดต่อสื่อสารไปยังสถานที่พำนักในประเทศไทย หรือติดต่อแจ้งกองบังคับการตรวจคนเข้าเมืองต่อไป” รศ.โรม กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ นางกรวรรณ สังขกร นักวิจัยชำนาญพิเศษ ศูนย์วิชาการเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นสร้างสรรค์ ACLD สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยผลการสำรวจผลกระทบนักท่องเที่ยวจีนในจังหวัดเชียงใหม่ ตั้งแต่วันที่ 4-10 กุมภาพันธ์ 2557 โดยได้มีการส่งแบบสอบถามผ่านทางโซเซียลเน็ตเวิร์ก และมีผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 2,291 ชุด คิดเป็นผู้ชาย จำนวน 43% ผู้หญิง 57% อยูในกลุ่มช่วงอายุต่ำสุด 21 ปี และสูงสุด อายุ 65 ปี ซึ่งแบบสอบถามได้มีการถึงผลกระทบในหลายด้านทั้งด้านวัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม เศรษฐและสังคม รวมถึงแนวทางการแก้ไขปัญหา และมีการแบ่งแย่งกลุ่มที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว พบว่าส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มดังกล่าว

ทั้งนี้ จากการสอบถามถึงด้านเศรษฐกิจ พบว่า 31% มองว่าการที่นักท่องเที่ยวชาวจีนเข้ามายังจังหวัดเชียงใหม่ ทำให้มีการจ้างงานมากขึ้น ขณะที่ 34% มองว่าราคาสินค้าในจังหวัดเชียงใหม่ไม่ได้สูงขึ้นตามการเข้ามาของนักท่องเที่ยวชาวจีน และ 50% มองว่าจะทำให้จังหวัดเชียงใหม่ มีรายได้การท่องเที่ยวมากขึ้น ด้านสังคม พบว่า 80 % ของผู้ตอบแบบสอบถาม ให้ความเห็นในระดับสูงว่านักท่องเที่ยวจีนก่อความรำคาญให้กับชุมชนและคนในพื้นที่ เช่น ส่งเสียงดัง การแซงคิว ผลักผู้อื่น สูบบุหรี่ ไม่รักษาความสะอาด ถ่มน้ำลาย ทิ้งขยะไม่เป็นที่ เกิดความวุ่นวายจากการไม่เคารพกฏกติกา ข้อบังคับในสถานที่ท่องเที่ยว รวมไปถึงพื้นที่สาธารณะ สถานที่ราชการ หรือแม้แต่ในมหาวิทยาลัย

ขณะที่ 70 % มองว่านักท่องเที่ยวชาวจีน ทำให้ตนเองต้องสูญเสียความเป็นส่วนตัว เมื่อต้องใช้บริการพื้นที่ร่วมกับนักท่องเที่ยวจีน 53% มองว่า ภาครัฐไม่ได้มีนโยบายหรือแผนปฏิบัติงานที่จริงจัง ในการแก้ไขปัญหาที่เกิดจากพฤติกรรมนักท่องเที่ยวจีน และต้องการให้มีการออกกฎระเบียบและบังคับใช้อย่างเร่งด่วน นอกจากนี้ยังพบว่า 51% เห็นด้วยอย่างยิ่งว่า จำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เข้ามาท่องเที่ยวในปริมาณมากทำให้เกิดปัญหาการแย่งชิงการใช้บริการสาธารณะ เช่น รถบริการ รวมทั้ง 48 % เห็นด้วยอย่างยิ่งว่า คนท้องถิ่นไม่ได้มีความภาคภูมิใจเลย ที่มีนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาเที่ยวในเชียงใหม่มาก

จากข้อมูลยังพบว่า จำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางมายังประเทศไทย ในปี 2552 มีจำนวน 0.7 ล้านคน แต่หลังจากภาพยนตร์จีน เรื่อง “The Lost in Thailand” ส่งผลให้ ในปี พ.ศ. 2555 เกิดกระแสการท่องเที่ยวไทย ตามรอยเหตุการณ์ในภาพยนตร์ดังกล่าว ส่งผลให้นักท่องเที่ยวจีน เดินทางมาเที่ยวเมืองไทยมากยิ่งขึ้น จำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่มาเที่ยวเมืองไทย เพิ่มขึ้นเป็น 4.7 ล้านคนในปี 2556 ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 4 เท่าตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวจีนในปี พ.ศ. 2552