วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

5ปมเลือกตั้งส่อโมฆะ

5ปมเลือกตั้ง 2 ก.พ. ส่อ "โมฆะ" โปรดติดตามด้วยความระทึก! ผู้ตรวจการฯจะรับคำร้องและพิจารณามีมติส่งไปให้ศาลฯ วินิจฉัยหรือไม่...

แม้การเลือกตั้งส.ส.ทั่วไป จะผ่านพ้นมาเมื่อวันที่ 2 ก.พ. แต่จนกระทั่งขณะนี้ก็ยังไม่สามารถประกาศผลการเลือกตั้งได้ เพราะเกิดปัญหาหลายอย่าง โดยเฉพาะกรณี 28 เขตภาคใต้ที่ไม่มีผู้สมัคร ทำให้เกิดการตั้งข้อสงสัยว่าการเลือกตั้งจะเป็น"โมฆะ"

ล่าสุด กิตติพงศ์ กมลธรรมวงศ์ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก็ได้ยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญ ได้วินิจฉัยแล้ว โดยผ่านช่องทางของ "ผู้ตรวจการแผ่นดิน"

สำหรับคำร้องดังกล่าว ได้ระบุว่าการจัดเลือกตั้งของกกต.ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ 5 ประเด็นคือ

1.การเลือกตั้งทั่วไปมิได้กระทำขึ้นวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร เนื่องจาก 28 เขตเลือกตั้งในพื้นที่ภาคใต้ไม่มีผู้สมัครทำให้การเลือกตั้งทั่วไปมี 2 วัน วันแรกมี 347 เขตเลือกตั้ง อีกวันมี 28 เขตเลือกตั้งซึ่งกรณีดังกล่าว นอกจากขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 108 ยังขัดกับหลักการของประชาธิปไตยแบบผู้แทน และย่อมส่งผลให้ ส.ส.ที่มาจากการเลือกตั้งต่างวาระกัน มีฐานทางกฎหมายและความชอบธรรมของการเป็นผู้แทนที่แตกต่างกัน

2.การดำเนินการรับสมัครเลือกตั้ง มิได้เป็นไปโดยเที่ยงธรรม จากกรณีรับสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่พรรคการเมืองซึ่งไม่สามารถเข้าไปยังสถานที่รับสมัครได้ ได้ไปแจ้งความไว้ที่กองปราบฯ หรือ สน.ดินแดง ซึ่งไม่ใช่สถานที่รับสมัครเลือกตั้งตามที่ กกต.ได้ประกาศให้ทราบล่วงหน้าไว้

กรณีดังกล่าวเป็นการเลือกปฏิบัติให้ตัวแทนพรรคการเมืองได้สิทธิในการจับสลากหมายเลข ทั้งที่มิได้ดำเนินการตามประกาศของ กกต. นอกจากนี้ ในการรับสมัคร ส.ส.เขต บางจังหวัดยังมีการเปลี่ยนแปลงสถานที่รับสมัครโดยไม่แจ้งล่วงหน้า ทำให้มีจำนวนถึง 16 เขตเลือกตั้งที่มีผู้สมัครเพียงคนเดียว

3.การนับคะแนนเสียงเลือกตั้งในทุกเขตเลือกตั้งหลังสิ้นสุดระยะเวลาลงคะแนนในวันที่ 2 ก.พ.2557 ทำให้ผู้ที่จะมาเลือกตั้งหลังวันดังกล่าวทราบผลการเลือกตั้งก่อนการลงคะแนน ทำให้เกิดผลกระทบต่อการตัดสินใจลงคะแนนเสียงและเกิดความไม่เที่ยงธรรมในการเลือกตั้ง ขัดต่อหลักความเสมอภาคและโอกาสที่ทัดเทียมกันของผู้สมัครรับเลือกตั้ง

4.การให้นับคะแนนเสียงเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. ทำให้การลงคะแนนเสียงเลือกตั้งล่วงหน้าและการเลือกตั้งทั่วไปที่เลื่อนออกไป เป็นอันไร้ผล เพราะบัตรลงคะแนนเสียงเลือกตั้งจะกลายเป็นบัตรเสียตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง

และ 5.กกต.ปล่อยปละละเลยให้มีการใช้อำนาจรัฐที่ก่อให้เกิดความได้เปรียบของผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรคการเมืองที่เป็นรัฐบาลและที่มีสมาชิกดำรงตำแหน่งอยู่ในคณะรัฐมนตรี จากกรณีที่ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 1 ของพรรคเพื่อไทย ได้ประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินในพื้นที่ 4 จังหวัด โดยมีการออกประกาศหลายฉบับที่มีผลโดยตรงต่อการทำให้เกิดความไม่เสมอภาค และความได้เปรียบเสียเปรียบในการเลือกตั้ง

คำร้องนี้ รักษเกชา แฉ่ฉาย โฆษกสำนักงานผู้ตรวจการฯ บอกว่า แตกต่างกับคำร้องของ วิรัตน์ กัลยาศิริ อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ที่ผู้ตรวจการฯ ไม่รับคำร้องไปก่อนหน้านี้

โดยคำร้องของ กิตติพงศ์ เป็นการร้องเมื่อการเลือกตั้ง 2 ก.พ.ผ่านพ้นไปแล้ว แต่ของ วิรัตน์ เป็นการร้องก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง ข้อเท็จจริงจึงแตกต่างกัน

ต้องติดตามว่า ผู้ตรวจการฯ จะรับคำร้องและพิจารณามีมติส่งไปให้ศาลฯ วินิจฉัยหรือไม่ เร็ว ๆ นี้คงได้รู้กัน