"สมชัย"เตรียมส่งหนังสือถามรัฐบาลซ้ำ กรณีจัดการเลือกตั้ง ใน 28 เขต อ้างยังตอบไม่ชัด
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวถึงความคืบหน้าในการส่งหนังสือให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกรณีที่รัฐบาลตอบจดหมาย กกต. โดยอ้างความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาที่ไม่เห็นด้วยกับการนำความกราบบังคมทูลพระราชกฤษฎีกา ( พ.ร.ฎ.) ให้ กกต.ออกประกาศรับสมัคร ส.ส.เพิ่มเติมใน 28 เขตเลือกตั้ง และจัดวันลงคะแนนใหม่ ว่า กกต.เตรียมที่จะทำหนังสือสอบถามกลับไปยังรัฐบาลอีกครั้งเนื่องจากมี กกต.บางคน ตั้งข้อสังเกตว่าเนื้อหาสาระที่รัฐบาลตอบกลับมานั้น ยังไม่มีความชัดเจน เพราะไม่ได้บอกจุดยืนของรัฐบาลว่าคิดอย่างไร ดังนั้น กกต.จะทำหนังสือไปยังรัฐบาลให้ตอบมาให้ชัดเจน ซึ่งตอนนี้เรื่องอยู่ที่ประธาน กกต. อย่างไรก็ตาม กกต.จะดำเนินการโดยเร็วที่สุด
นายสมชัย กล่าวต่อว่า กรณี 28 เขตเลือกตั้ง คงไม่สามารถจัดการเลือกตั้งได้ภายในเดือน มี.ค. นี้ เนื่องจากสถานการณ์การเมืองยังไม่ลงตัว ยังมีความขัดแย้งอยู่ ดังนั้นถ้าเลยวันที่ 4 มี.ค.ซึ่งจะเริ่มเปิดรับสมัคร ส.ว.ไปแล้ว จะไม่มีการจัดการเลือกตั้ง ส.ส. ในช่วงดังกล่าว เพราะ กกต.ไม่อยากให้มีการเลือกตั้งซ้อนกัน เนื่องจากประเมินว่าหากเกิดการคัดค้านการเลือกตั้ง ส.ส. จะกระทบกับการเลือกตั้ง ส.ว. ทำให้การเลือกตั้งเสียไป ดังนั้นการเลือกตั้งใน 28 เขตน่าจะเกิดขึ้นในเดือน เม.ย.นี้
สำหรับข้อเรียกร้องให้การจัดการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จภายใน 30 วันภายหลังจากวันเลือกตั้ง 2 ก.พ.นี้ เพื่อให้เปิดประชุมรัฐสภาได้ตามรัฐธรรมนูญนั้น นายสมชัย กล่าวว่า กกต.คงทำไม่ได้ เพราะสถานการณ์บ้านเมืองไม่สงบ ถ้าจัดการเลือกตั้งจะทำให้เหตุการณ์รุนแรง ทั้งนี้ กกต.ได้อาศัย ม.187 เมื่อสถานการณ์บ้านเมืองสงบจะจัดการเลือกตั้งโดยเร็ว ถ้าอยากให้มีการเลือกตั้งเร็ว ฝ่ายการเมือง และชุมนุมต้องคุยกัน เพราะหากจัดเลือกตั้งในตอนนี้นอกจากไม่สำเร็จแล้วยังจะเกิดเหตุการณ์รุนแรงในพื้นที่
มีรายงานข่าวจาก กกต.แจ้งว่า สาเหตุที่ กกต.ต้องส่งหนังสือกลับไปยังรัฐบาลอีกครั้งเนื่องจาก กกต.เห็นว่าหนังสือที่รัฐบาลส่งกลับมายังนั้นไม่ได้ระบุว่า รัฐบาลหรือนายกฯในฐานะผู้รับสนองพระบรมราชโองการและรักษาการตาม พ.ร.ฎ.ให้มีการยุบสภาและมีการเลือกตั้ง 2 ก.พ. นายกฯมีความเห็นที่แตกต่างจาก กกต. แต่เนื้อหาหนังสือเป็นเพียงการอ้างความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งไม่ได้บอกว่านายกฯเห็นด้วยกับคณะกรรมการกฤษฎีกา จึงเกรงว่าหากนำหนังสือดังกล่าวยื่นประกอบคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญแล้ว ศาลรัฐธรรมนูญอาจจะมองว่ายังไม่เป็นความขัดแย้งระหว่างองค์กร





