เลขาสมช.รับต้องปรับมาตรการปฏิบัติการคืนความสุขกทม. หลังเกิดเหตุปะทะแยกผ่านฟ้า
พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีเหตุปะทะที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศ เมื่อวันที่ 18 ก.พ.ที่ผ่านมา ว่า วิถีกระสุนที่ยิงเข้ามาทั้งใส่ผู้ชุมนุมและเจ้าหน้าที่นั้นอยู่ในระหว่างพิสูจน์ทราบ แต่ก็มีปัญหาในขั้นการเข้าพื้นที่ของทีมนิติวิทยาศาสตร์ จึงยังไม่ได้คำตอบที่ชัดเจน แต่ที่ชัดเจนคือมีผู้ประสงค์ให้เกิดความรุนแรงในเหตุการณ์ เพราะดูจากวิธีกระสุน และจุดตกของระเบิด แล้วมาจากการปฏิบัติการของผู้มีความเชี่ยวชาญ และเหตุที่เกิดขึ้นนั้นมีข้อสังเกตว่าเชื่อมโยงกับการเข้าช่วยนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ แกนนำกปท.ออกมา เพราะเจ้าหน้าที่ที่คุมตัวไม่ได้มีอาวุธ ออกมาจากการจับกุมทั้งนี้ศรส.ยังดำรงความมุ่งหมายในการเปิดพื้นที่ราชการทั้งทำเนียบรัฐบาล กระทรวงมหาดไทย แต่ขณะเดียวกันทางยุทธวิธีนั้นได้นำบทเรียนจากเหตุปะทะที่สะพานผ่านฟ้าฯ เมื่อวานนี้(18ก.พ.) มาประเมินและปรับมาตรการ เพราะจากเหตุการณ์ที่ได้เกิดขึ้นมีผู้ประสงค์ให้เกิดความรุนแรงแฝงตัวอยู่ ซึ่งทั้งตำรวจและผู้ชุมนุมต้องช่วยกันสังเกต
พล.ท.ภราดร กล่าวด้วยว่า รูปแบบมาตรการที่ตำรวจใช้ในภารกิจคืนความสุขกทม.เมื่อวานนั้น ถือว่าถูกต้องแล้ว คือเจ้าหน้าที่แนวหน้าไม่มีอาวุธใช้โล่ห์ กับกระบอง ส่วนชั้นท้ายสุดจะเป็นส่วนรักษาความปลอดภัย ใช้ในการตอบโต้หากมีการใช้อาวุธจริงกระสุนจริง เพื่อคุ้มครองการถอนตัวของเจ้าหน้าที่ โดยหลังเกิดเหตุระเบิดขึ้น เจ้าหน้าที่ก็ได้รับคำสั่งถอนตัว ซึ่งยุทธวิธีการถอนต้องมีชุดคุ้มกัน เพราะธรรมชาติของผู้ชุมนุมเมื่อเจ้าหน้าที่ถอนก็จะรุกไล่ เพราะอารมณ์ยังค้าง โดยชุดป้องกันก็จะเข้าป้องปราบ ไม่ให้เข้าเขต แต่ไม่ได้ประสงค์ต่อชีวิต และจากเหตุวานนี้ชุดป้องกันทำงานได้ลำบาก เพราะมีจำนวนไม่มาก และอยู่ไกล
"มาตรการการรักษาความปลอดภัยนายกฯ ซึ่งในวันนี้กลุ่มกปปส.ได้เข้าปิดล้อมสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ว่า มีมาตรการที่ดูแลเพียงพอ แต่สิ่งที่สำคัญคือเราไม่เปิดโอกาสให้มีความสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดเหตุรุนแรง โดยจากเหตุปะทะที่สะพานผ่านฟ้าฯ เมื่อวานนี้ อาจเป็นแนวโน้มที่จะเกิดเหตุรุนแรงต่อเนื่อง เพราะมวลชนยังมีอารมณ์อยู่ ส่วนที่ทำงานสำรองนายกฯ นั้นมีอยู่แล้ว"พล.ท.ภราดร กล่าว





