"พล.ท.ธีรชัย"ยันสถานการณ์ความขัดแย้งยังไม่ถึงขั้นประกาศกฎอัยการศึก เผยผบ.ทบ.ห่วงเหตุปะทะ วอนอย่าใช้ความรุนแรง
พล.ท.ธีรชัย นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 1 กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวระบุว่า จะมีการประกาศกฎอัยการศึกเพื่อควบคุมสถานการณ์ ว่า ขณะนี้สถานการณ์ยังไม่ถึงขั้นที่จะต้องมีการประกาศกฎอัยการศึก เพราะขณะนี้ต่างฝ่ายต่างได้ถอยกลับเข้าสู่ที่ตั้งแล้ว ซึ่งทางพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ได้ติดตามสถานการณ์อยู่ตลอด และมีความเป็นห่วงเหตุการณ์ปะทะกันของคนไทยเป็นอย่างมาก เพราะไม่อยากให้ใช้ความรุนแรงซึ่งกันและกัน และอยากให้มีการเจรจากัน เนื่องจากทุกคนต่างเป็นคนไทยด้วยกันน่าจะมีการพูดคุยกันได้ ทั้งนี้ยืนยันว่า ทางทหารจะอยู่ตรงกลางไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทั้งนั้น ส่วนกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจอาจจะมีการขอคืนพื้นที่เพิ่มนั้น เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และศูนย์รักษาความสงบ(ศรส.) ส่วนทางกองทัพมีหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัยไม่ให้สองฝ่ายใช้ความรุนแรงปะทะกัน ซึ่งโดยนโยบายของผบ.ทบ.ได้เน้นย้ำเรื่องการไม่ให้ใช้ความรุนแรง ซึ่งขณะนี้ได้มีการเพิ่มทหารเสนารักษ์ในแต่ละจุด เพื่อช่วยรักษาความปลอดภัยให้กับทุกฝ่ายแล้ว
รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับความเคลื่อนไหวของกองทัพบกภายหลังจากที่ศรส.ได้มีการขอคืนพื้นที่จนทำให้เกิดการปะทะกันและทำให้มีผู้บาดเจ็บจำนวนมากนั้น ทางผบ.ทบ.ได้สั่งการให้ พล.ต.วราห์ บุญญะสิทธิ์ ผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (พล.1รอ.)ส่งกำลังทหารจำนวน 5 กองร้อย ประกอบด้วยทหารเสนารักษ์ แพทย์ทหาร ชุดปฏิบัติการจิตวิทยา ลงพื้นที่ เพื่อช่วยเหลือประชาชนโดยรอบพื้นที่ทำเนียบรัฐบาล โดยในวันที่ 19 ก.พ.นี้ ทางกองทัพบกจะมีการส่งทหารเสนารักษ์ และชุดแพทย์ทหาร ออกมาเพิ่มเติม เพื่อช่วยดูแลรักษาพยาบาลให้กับประชาชนทุกพวกทุกฝ่าย หากเกิดเหตุปะทะเกิดขึ้นอีก โดยในช่วงเย็นวันเดียวกันทาง พล.ต.วรา ได้เป็นประธานในการประชุมสรุปสถานการณ์ เพื่อเตรียมแผนรองรับสถานการณ์ในวันที่ 19 ก.พ.นี้ ขณะที่ความเคลื่อนไหวของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ได้ติดตามสถานการณ์อ่างใกล้ชิดอยู่ภายในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (ร. 1 รอ.) ตลอดทั้งวันและไม่ได้เดินทางเข้ามาทำงานภายในกองทัพบกตามปกติ พร้อมทั้งยังได้ยกเลิกภารกิจการเดินทางลงพื้นที่ที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ในที่ 19 ก.พ.นี้ โดยมอบหมายให้พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รองผบ.ทบ.เดินทางไปแทน ขณะที่พล.อ.ประยุทธ์ จะคอยติดตามสถานการณ์อยู่ภายในร.1รอ.อย่างใกล้ชิด





