โฆษกสตช.เผยผบ.ตร.สั่งเร่งจับกุมบุคคลตามหมายจับ เร่งดำเนินคดีผู้ขัดขวางเลือกตั้ง สั่งติดตามการชุมนุมใกล้ชิด
พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจห่งชาติ แถลงสรุปสถานการณ์การชุมนุมว่า การชุมนุมของกลุ่ม กปปส.ยังมี 5 เวทีหลัก ในต่างจังหวัดมีเวทีคู่ขนาน 14. จังหวัด แบ่งเป็นภาคเหนือ 5 จังหวัด ภาคตะวันออก 4 จังหวัด และภาคใต้ 5 จังหวัด มีการจัดกิจกรรมจุดเทียนสันติที่วงเวียนใหญ่เมื่อวานนนี้( 9 ก.พ.) สำหรับมวลชนวันนี้มีการเคลื่อนไหวหลายกลุ่มโดย กลุ่มนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.นำมวลชน 1,000-1,500 เคลื่อนขบวนไปเอกมัย เพชรบุรีตัดใหม่ ทองหล่อ สุขุมวิท กลับเวทีอโศก กลุ่ม คปท.
โดยนายนิติธร ล้ำเหลือ มวลชนประมาณ 500 คน เคลื่อนขบวนไปกรมชลประทาน กรมโรงงานอุตสาหกรรม โรงพิมพ์รัฐบาล กรมส่งเสริมสหกรณ์ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กลุ่มชาวนา ประมาณ 1,000 คนเคลื่อนขบวนจากกระทรวงพาณิชย์ ไปกระทรวงยุติธรรม ศาลรัฐธรรมนูญ สำนักปลัดกลาโหม กลุ่มนายอิสสระ สมชัย นำมวลชนประมาณ 1,000 คนจากสวนลุมพินี ไปกระทรวงมหาดไทย การเคลื่อนขบวนหลายๆกลุ่มพร้อมกันในวันนี้ ผบ.ตร ได้สั่งให้ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาลดูแลความสงบเรียบร้อยและการจราจรต้องไม่ให้กระทบกับประชาชนมากนัก ส่วนการดำเนินการเจรจาขอคืนพื้นที่นั้นบางส่วนประสบความสำเร็จบางส่วนก็กำลังดำเนินการล่าสุดสามารถเปิดแยกจปร.ให้สามารถเดินรถได้แล้ว 1 ช่องทาง
พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวอีกว่า สำหรับผลการตั้งด่านความมั่นคงเมื่อคื่นที่ผ่านมาต่อเนื่องเช้ามืดวันนี้ สามารถจับกุมได้ 6 ราย ผู้ต้องหาได้ 7 คน อาวุธปืน 3 กระบอก กระสุน 29 นัด มีด 2 เล่ม ยาบ้า 4 เม็ด พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้วผบ.ตร.ได้กำชับในที่ประชุม 4 เรื่องสำคัญๆ คือ 1.ติดตามความเคลื่อนไหวของมวลชนต่างๆอย่างใกล้ชิด 2.ดูแลการชุมนุมตามขั้นตอนของกฎหมาย 3. กำชับดำเนินคดี ที่มีการขัดขวางการเลือกตั้ง คดีการชุมนุม คดีสำคัญในการป้องกันอาชญากรรม และคดีเกี่ยวกับความมั่นคง 4.เร่งรัดดำเนินการจับกุมบุคคลตามหมายจับ และให้หัวหน้าสถานีตำรวจทุกพื้นที่แม้จะอยู่ในช่วงนำกำลังมาดูแลการชุมนุมก็ต้องปรับปรุงโรงพักอย่างต่อเนื่อง และในวันพุธที่ 12 ก.พ.ผบ.ตร.จะประชุมเร่งรัดคดีสำคัญด้วยตัวเองอีกครั้ง





