ศรส.สั่งดำเนินคดีคนทำผิดกฎหมายเลือกตั้งทุกราย ด้านสพฐ.ตร.แถลงวิถีกระสุนเหตุยิงปะทะแยกหลักสี่มาจากกปปส. 39 นัด และฝ่ายหนุนเลือกตั้ง 3 นัด
นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในฐานะกรรมการศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) พร้อมด้วยพล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว ผู้บัญชาการสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ (ผบช.สพฐ.ตร.) ร่วมกันแถลงข่าวภายหลังการประชุมศรส.ประจำวันที่ 3 ก.พ.โดยนายธาริต กล่าวว่า ศรส.มีความจำเป็นต้องสั่งให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทุกรายตามกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้ง ภายในกำหนดอายุความ และขอให้พี่น้องประชาชนที่พบเห็นเหตุการณ์หรือได้ถ่ายภาพไว้ได้ กรุณาแจ้งความร้องทุกข์หรือส่งมอบหลักฐานได้ที่สถานีตำรวจทุกแห่งได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ทั้งนี้ ศรส.ได้สรุปสาเหตุขัดข้องที่กกต.ไม่ได้สามารถจัดการเลือกตั้งได้ในบางเขตเลือกตั้งได้น่าจะมี 5 กรณี คือ 1.กลุ่มก่อความไม่สงบคือกปปส.ข่มขู่ผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง 2.ปิดล้อมสำนักงานเขตหลักสี่จนต้องประกาศงดการลงคะแนนเลือกตั้ง 3.กปปส.ปิดล้อมสำนักงานไปรษณีย์ ศาลากลางจังหวัด ที่ว่าการอำเภอ และสำนักงานเขตในกทม.4.กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งบางแห่งไม่มาปฏิบัติหน้าที่และลาออก และ5.กลุ่มก่อความไม่สงบขัดขวางปิดล้อมหน่วยเลือกตั้งบางแห่ง ดังนั้น ผู้กระทำผิดว่าด้วยกฎหมายเลือกตั้ง โดยเฉพาะแกนนำกปปส.นั้นจะต้องมีการดำเนินคดีต่อไป เพื่อป้องกันมิให้มีการกระผิดซ้ำขึ้นอีกในการเลือกตั้งที่จะมีต่อไป
อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) และกองบัญชาการพิสูจน์หลักฐานตำรวจได้รายงานต่อศรส.ว่า ผลการสืบสวนสอบสวนเหตุกลุ่มคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงทำร้ายประชาชนที่เรียกร้องไม่ให้กปปส.ขัดขวางการเลือกตั้งบริเวณสำนักงานเขตหลักสี่ เมื่อวันที่ 1 ก.พ.นั้น ได้ปรากฎพยานหลักฐานภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว พยานบุคคลในที่เกิดเหตุ และผลการตรวจวิถีกระสุนและร่องรอยทางนิติวิทยาศาสตร์ ได้ข้อยุติในขณะนี้ว่า วิถีกระสุนและร่องรอยการใช้อาวุธปืนนั้นยิงมาจากกลุ่มผู้ชุมนุมทั้งสองฝ่าย คือ กปปส.และฝ่ายประชาชนที่ต้องการเลือกตั้ง โดยสตช.จะเร่งขอหมายจับกุมตัวกลุ่มผู้กระทำผิดแล้วทำการจับกุมตัวโดยเร็วต่อไป
ด้านพล.ต.ท.คำรบ กล่าวว่า เท่าที่ตรวจพบในที่เกิดเหตุมีร่องรอยกระสุนปืนในบริเวณดังกล่าวทั้งหมด 42 รอย มีทิศทางจากกลุ่มที่ต้องการให้มีการเลือกตั้ง 3 รอย และจากกลุ่มกปปส. 39 รอย สำหรับวัตถุที่ตรวจพบในที่เกิดเหตุมีทั้งปลอกกระสุนปืนและหัวกระสุนปืนทั้งหมด 25 รายการ จำแนกเป็น ปืนอาก้า 1 หัว กระสุนปืน .223 1 หัว กระสุนปืนคาร์บิน 2 ปลอก หมอนรองกระสุนปืนลูกซอง 1 อัน ปลอกกระสุนปืนขนาด 11 มม. 4 ปลอก หัวกระสุนปืน .38 6 หัว หัวกระสุนปืน 9 มม. 9 หัว และปลอกกระสุนปืน 9 มม. 2 ปลอก ส่วนอาวุธที่ถูกนำมาใช้ในเหตุการณ์ดังกล่าวมี 7 รายการ ประกอบด้วยปืนคาร์บิน ปืนขนาด .223 ลูกซอง อาก้า ปืนขนาด .38 ปืนขนาด 9 มม. และปืนขนาด 11 มม.





