วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'กุลธน'ปัดเอี่ยวยิง'สุทิน'ฟ้องคนปล่อยข่าว

"พ.ต.ท.กุลธน"ปัดเอี่ยวยิง"สุทิน" พร้อมพิสูจน์ความจริง เผยรู้กลุ่มก่อเหตุ เตรียมฟ้องคนปล่อยข่าว

เมื่อเวลา 17.30 น. ที่พรรคเพื่อไทย พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ ผู้สมัครส.ส.กทม.เขตบางนา พรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณีที่นายสุทิน ธราทิน ผู้ประสานงานกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ (กปท.) ถูกยิงเข้าที่ศีรษะ ระหว่างเคลื่อนขบวนปิดล้อมบริเวณวัดศรีเอี่ยม ที่เป็นหน่วยเลือกตั้งล่วงหน้าเขตบางนา

โดยระบุว่าพ.ต.ท.กุลธน มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ ว่า เป็นการกล่าวหาใส่ร้ายอย่างร้ายแรง ซึ่งตนไม่เคยมีประวัติเหตุการณ์รุนแรงแบบนี้มาก่อน ซึ่งตนกับทีมงานอยู่ด้วยกันตลอดสามารถพิสูจน์ได้ การใส่ร้ายครั้งนี้เป็นการสร้างความเดือดร้อนให้ตนและครอบครัว ขอให้ประชาชนตัดสินว่าสิ่งที่ตนพูดเป็นจริงหรือไม่ ทั้งนี้มีคนได้รับบาดเจ็บถูกทำร้ายร่างกาย และได้ไปแจ้งความไว้ที่สน.บางนา คนเหล่านี้สามารถพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนได้ว่า เป็นคนนำกลุ่มคนไปก่อความรุนแรงหรือไม่

ทั้งนี้ขอให้แกนนำกปปส.ทำงานร่วมกับตำรวจ เพื่อพิสูจน์ว่าคนเหล่านี้รู้จักกับตนหรือไม่ เพราะไม่เคยรู้จักกับคนเหล่านี้มาก่อน

พ.ต.ท.กุลธน กล่าวว่า ขณะที่มีเหตุการณ์ยิงกันนั้นไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุ แต่มีคนบอกว่าเกิดเหตุการณ์ขึ้น จึงได้เดินทางมาสังเกตการณ์ในฐานะที่เป็นส.ส.ในเขตนั้น และระหว่างที่เดินทางไปในที่เกิดเหตุได้แวะจอดรถข้างทางเพื่อสอบถามเหตุการณ์ ภาพที่ปรากฏบริเวณนั้นอาจทำให้เข้าใจผิด ซึ่งก็ไม่เป็นไร แต่วันหนึ่งหากพิสูจน์ได้ว่าตนบริสุทธิ์ขอให้ผลกรรมกลับไปยังผู้ที่กล่าวหาตน แต่หากเป็นจริงก็พร้อมที่จะเข้าคุกทันที อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ถูกเผยแพร่ไปยังบลูสกาย และวันหนึ่งถ้าพิสูจน์ได้ว่าตนเป็นผู้บริสุทธิ์ ขอให้ผลกรรมกลับไปยังบุคคลนั้น หากตนทำผิดจริง ตนจะไม่ไปไหน ตนพร้อมเข้าคุก เข้าตารางทันที ขอยืนยันในความบริสุทธิ์ และการที่นักการเมืองมีลูกน้องนั้น ก็เป็นเรื่องปกติที่ต้องมี และลูกน้องของตนไม่ได้มีนิสัยแบบนั้น

เมื่อถามว่าเป็นกลุ่มไหนที่ก่อเหตุ พ.ต.ท.กุลธน กล่าวว่า ได้รับข้อมูลมา แต่ไม่สามารถบอกได้ เพราะเหมือนเป็นการไปโยนความผิดให้คนกลุ่มอื่น จึงอยากให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ และคนที่ยิงก็ไม่ได้ใส่เสื้อแดง ทั้งนี้อาจเป็นมือที่ 3 ก็ได้ ซึ่งขอให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์ข้อเท็จจริงก่อน อย่างไรก็ตามหากสืบได้ว่าใครเป็นผู้ปล่อยข่าวก็จะมีการฟ้องร้องเอาผิดให้ถึงที่สุด