"พุฒิพงศ์"จี้คณะกรรมการการเลือกตั้งปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัดตามกฎหมาย ชี้ช่องเอาผิดพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญฯม.20หากจงใจไม่ปฏิบัติหน้าที่
นายพุฒิพงศ์ พงศ์เอนกกุล นักวิชาการกฏหมายมหาชน ได้แสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัวถึง การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ในวันนี้(26ม.ค.)สำหรับการจัดการเลือกตั้งล่วงหน้าทั่วประเทศ โดยมีหลายหน่วยเลือกตั้งที่ประชาชนไม่สามารถเข้าไปยังหน่วยเลือกตั้งได้ ว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งมี "หน้าที่" จัดการการเลือกตั้ง คณะกรรมการการเลือกตั้งมี "อำนาจ" ในการดำเนินการเลือกตั้งและใช้มาตรการที่จำเป็นเหมาะสมในการจัดการเลือกตั้งให้ "ลุล่วง" ไปให้ได้ แต่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง "ไม่มีอำนาจ และ ไม่มีหน้าที่" ในการเลือกจัดหรือไม่จัดการเลือกตั้ง การปฏิเสธที่จะดำเนินการเลือกตั้งให้ลุล่วงไปนั้น มีความผิดตามกฎหมาย
คณะกรรมการการเลือกตั้ง และ กรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง รีบปิดคูหากันอย่างเร่งด่วนขนาดนี้ ส่อให้เห็นว่าพวกท่านจงใจไม่ปฏิบัติตามหน้าที่เพื่อขัดขวางการเลือกตั้งมิให้เป็นไปตามกฎหมายครับ พอเห็นริ้วเงาผู้ชุมนุม กปปส. พวกท่านก็รีบปิดคูหากันทันที ไม่แสดงความพยายามที่จะจัดการการเลือกตั้งไปอย่างเต็มที่แต่อย่างใด ไม่ตระเตรียมมาตรการรับมือแต่อย่างใด ช่างน่าละอายอย่างยิ่ง นี่คือความอัปยศอย่างยิ่งที่เจ้าหน้าที่รัฐในระดับล่างซึ่งมีหน้าที่จัดการเลือกตั้ง ไม่ปรารถนาจะปฏิบัติหน้าที่ ท่านใดไม่อาจไปเลือกตั้งได้ ขอให้ท่านไปร้องทุกข์กล่าวโทษที่สถานีตำรวจเพื่อดำเนินคดีต่อกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งเหล่านั้น
ทั้งนี้ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๒๐ วรรคหนึ่ง "ห้ามมิให้กรรมการการเลือกตั้ง... กรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง...หรือผู้ที่ได้รับแต่งตั้งให้ช่วยเหลือการปฏิบัติงานในการเลือกตั้ง จงใจไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ ทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำการอื่นใด เพื่อขัดขวางมิให้การเป็นไปตามกฎหมาย ประกาศ ระเบียบ หรือคำสั่งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือคำสั่งของศาลอันเกี่ยวกับการเลือกตั้งตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้"
มาตรา ๑๓๗ "ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๒๐ มาตรา ๕๓ มาตรา ๕๗ วรรคหนึ่ง มาตรา ๗๐ หรือมาตรา ๘๓ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนดสิบปี"





