วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สภาเกษตรกรฯ-กป.อพช.เสนอเจรจาเร่งปฏิรูป

วงเสวนาสภาเกษตรกรแห่งชาติ-กป.อพช.ถก"ปลดล็อควิกฤติการเมือง....เดินหน้าปฏิรูปประเทศไทย"เสนอทั้ง 2 ฝ่ายต้องเจรจา และเร่งปฏิรูป

สภาเกษตรกรแห่งชาติ ร่วมกับคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน(กป.อพช.) จัดเสวนา “ปลดล็อควิกฤติการเมือง....เดินหน้าปฏิรูปประเทศไทย” แนวทางแก้ไขวิกฤติการเมืองปัจจุบัน แนวทางแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกร ชาวนา ชาวสวนยาง และแนวทางปฏิรูปภาคการเกษตร ที่คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน โดยมี นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ เป็นประธานกล่าวเปิดงาน ผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วย นายประพัฒน์ นายศรีสุวรรณ ควรขจร ประธานคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน นายจินดา บุญจันทร์ ประธานสภาองค์กรชุมชน นายหาญณรงค์ เยาวเลิศ ประธานสมัชชาองค์กรเอกชนด้านการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม และนายวีรวัธน์ ธีระประศาสน์ ประธานเครือข่ายสิ่งแวดล้อมไทย ดำเนินรายการโดย น.ส.กรรณิการ์ กิจติเวชกุล ผู้ประสานงานกลุ่มนักศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน

โดยนายประพัฒน์ กล่าวว่า การปฏิรูปเป็นสิ่งที่ดี แต่ทุกฝ่ายที่จะปฏิรูปไม่เห็นมีฝ่ายใดพูดเรื่องการปฏิรูปเพื่อลดความเหลื่อมล้ำในสังคม ทั้งนี้สิ่งที่น่าปฏิรูปมากที่สุดคือสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ อย่างไรก็ตามตนขอเรียกร้องให้มีการเจรจาของทั้ง 2 ฝ่ายต้องเปิดช่องพูดคุยกัน ถ้าไม่มีการเจราจาจะส่งผลให้มีคนเสียชีวิตแน่ แกนนำไม่ตายหรอก มีแต่คนข้างหน้าที่ตาย นอกจากนี้เห็นว่า นายกฯถอยแบบมีเงื่อนไขก็ได้ และอยากเห็นความขัดแย้งครั้งนี้สร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง อย่างไรก็ดีการเมืองเชิงศีลธรรม เรื่องการเมืองใสสะอาดไม่มีคอร์รัปชั่นตนอยากเห็นมาก

ขณะที่นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า การเลือกตั้งอาจเกิดไม่ได้ในหลายจังหวัดในภาคใต้ เนื่องจากอาจเกิดการอารยะขัดขืน โดยรัฐบาลอาจจะตั้งไม่ได้ สิ่งที่รัฐบาลควรทำ คือเลิกใช้หลักนิติศาสตร์ที่ชอบอ้างว่าเลื่อนเลือกตั้งไม่ได้เพราะกฏหมาย ซึ่งการใช้หลักนิติศาสตร์แบบสุดโตรกจะเป็นวิกฤติ อย่างไรก็ตามการปลดล็อคเราต้องพูดกันว่ารัฐบาลมีเหตุผลอะไรที่ออกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน คิดว่ารัฐบาลที่ผ่านมาเป็นสาเหตุให้ปัญหาในปัจจุบันมีความซับซ้อน และสิ่งที่รัฐบาลทำมักจะมาช้าเสมอ โดยสิ่งเหล่านี้จะทำให้ชาวนาลำบากที่สุด ทั้งนี้การเดินหน้าเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.นี้อาจได้รัฐบาลช้ากว่าการเลื่อนเลือกตั้ง ท้ายสุดอยากให้เกษตรกรเห็นว่าปัญหาเรื่องโครงการรับจำนำข้าวเป็นเรื่องจริง

ส่วนนายจินดา กล่าวว่า การขับเคลื่อนของมวลชนไม่ว่าสีไหนเป็นสิ่งที่สวยงาม เพราะมวลชนที่ปลุกมาได้มีการให้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องการเมืองจากแกนนำแต่ข้อมูลอาจจะผิดบ้างถูกบ้าง ทั้งนี้สภาวะสังคมที่เปลี่ยนไปส่งผลให้คนในชุมชนเปลี่ยนไปพึ่งพาคนนอกชุมชนมากขึ้น อย่างไรก็ตามถ้าจะปฏิรูปให้ตรงมากที่สุดคือให้อำนาจท้องถิ่นมีอำนาจมากกว่าส่วนกลาง โดยภาคการเกษตรคิดว่าจะสามารถเสนอข้อเรียกร้องให้ในระดับจังหวัดง่ายกว่าในส่วนกลาง นอกจากนี้สิ่งที่รัฐบาลต้องแก้ไข กลับมีการแก้ไขที่ไม่ตรงจุด ที่นโยบายของรัฐบาลต่างๆไม่เอื้อต่อการพัฒนาภาคการเกษตร และโครงการขนาดใหญ่ในภาคใต้จะทำลายวิถีภาคการเกษตร

ด้านนายหาญณรงค์ กล่าวว่า กระบวนการต่างๆของรัฐบาลชาวเกษตรกรไม่มีส่วนร่วม อาทิ ระหว่างภาคประชาชนทำเรื่องทรัพยากรจะชนกับรัฐบาลในด้านของกฏหมาย ทั้งนี้การเลือกตั้งตนคิดว่าไม่มีบรรยากาศของการเลือกตั้ง ที่ต้องมีการติดป้ายริมทางถนน ซึ่งเราอยากให้พรรคการเมืองเสนอนโยบายให้ชัดเจน เพราะสุดท้ายจะได้ตรวจสอบกัน นอกจากนี้ตนยังคิดว่าความสำคัญของบรรยากาศการเลือกตั้งต้องมีการถกเถียงกันในเรื่องของนโยบาย ซึ่งเรายังไม่เห็นเวทีที่ถกเถียง รับฟังนโยบายจากภาคประชาชน ถ้าเป็นไปได้คิดว่าอยากให้มีการรับฟังข้อเสนอของภาคประชาชน ทั้งนี้สำหรับทางปลดล็อคตนมองว่า ผู้กุมอำนาจส่วนหนึ่งต้องถอย แต่ถอยแบบคุมได้ และต้องมีผู้เจรจาแต่เป็นใครตนยังไม่รู้ และถ้าจะพูดว่าปลดล็อคต้องวิพากษ์วิจารณ์ทั้ง 2 ฝ่าย ว่าการถอยแค่ไหนถึงจะถอยได้ โดยที่ทั้ง 2 ฝ่ายพอใจ ซึ่งรัฐบาลจะถอยได้แค่ไหน ตนคิดว่าต้องคุยกันว่ารัฐบาลถอยได้แค่ไหน และทางกปปส.ถอยแค่ไหนถึงจะยอม ทั้งนี้สิ่งแรกที่คิดว่ารัฐบาลต้องทำคือถอนพ.ร.ก.ฉุกเฉินก่อน ซึ่งต่างฝ่ายต่างแย้งออกมาได้แล้ว อย่าอึมครึม สงสารประชาชนที่มาอดหลับอดนอน และรัฐบาลก็ต้องสงสารเจ้าหน้าที่ตำรวจ

"อยากเรียกร้องให้มีบรรยากาศของการเลือกตั้ง ให้พรรคการเมืองต่างๆรับฟังนโยบายของภาคประชาชน และการวางแผนโครงการทั้งระดับเล็ก และระดับใหญ่ขอเรียกร้องให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วม"นายหาญณรงค์ กล่าว