"พร้อมพงศ์" หนุนรัฐออกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ชี้เป็นเครื่องมีรักษาความสงบ ไม่กระชับพื้นที่
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ว่า ส่วนตัวเห็นด้วยกับการที่รัฐบาลออกกฎหมายเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการปฏิบัติหน้าที่คุ้มครองประชาชน และสถานการณ์การชุมนุมของ กปปส. ไม่ได้เป็นการชุมนุมโดยสงบตามรัฐธรรมนูญมาตรา 63 อย่างที่แกนนำกล่าวอ้าง เนื่องจากมีการกระทำผิดซ้ำซาก ทั้งการปิดล้อมสถานที่ราชการ และขัดขวางการสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. ทั้งแบบบัญชีรายชื่อ และแบบเขตเลือกตั้ง ทำให้เศรษฐกิจเสียหาย กระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ และเชื่อว่าการออก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน นี้ เพื่อต้องการรักษาความสงบเรียบร้อย ไม่ได้ต้องการออกมา เพื่อกระชับพื้นที่เหมือนสมัยรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ในปี 53 และหากการชุมนุมเป็นไปโดยสงบก็สามารถชุมนุมต่อไปได้ ทั้งนี้การออก พ.ร.ก.ดังกล่าวจะกระทบเฉพาะผู้ที่กระทำผิดกฎหมาย ประชาชนทั่วไปจะไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด และการออก พ.ร.ก.ฉุกเฉินในครั้งนี้ถือว่าชอบธรรม เพราะ 3 เดือนที่ผ่านมารัฐบาลไม่เคยใช้ความรุนแรงกับประชาชน และขณะนี้ก็อยู่ในสถานการณ์เลือกตั้ง การออก พ.ร.ก.ดังกล่าวจะเป็นผลดีกับการเลือกตั้ง วันที่ 2 ก.พ.
นายพร้อมพงศ์ กล่าวถึงกรณีที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาระบุว่าการออก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เป็นเรื่องไม่เหมาะสมเนื่องจากสถานการณ์ ไม่เหมือนตอนปี 53 ว่า อยากให้ย้อนไปดูสมัยที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล ที่มีการออก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ถึง 3 ครั้ง ซึ่งแตกต่างกับขณะนี้ ที่อยู่ในสถานการณ์การเลือกตั้งแล้วมีการชุมนุมทางการเมือง แต่ตอนนั้นผู้ชุมนุมออกมาเรียกร้องให้มีการเลือกตั้ง การออกมาพูดในเรื่องนี้ของ นายอภิสิทธ์ ดูเหมือนเป็นเนื้อเดียวกับ กปปส. และการที่นายอภิสิทธิ์ ปล่อยให้สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ไปสนับสนุนการชุมนุมของ กปปส. ถือเป็นการสุ่มเสียงเอาพรรคการเมืองที่มีอายุยืนยาวไปร่วมชะตากรรมกับม็อบที่ทำผิดกฎหมาย





